กฎหมายแม่บทและกรอบการบริหารจัดการสาธารณภัยของไทย ตั้งแต่นิยาม โครงสร้างอำนาจ ไปจนถึงกรอบสากล
→สามคำนี้ดูคล้ายกัน แต่ต่างกันที่ขนาดและขีดความสามารถของผู้รับมือ ข้อสอบมักแปลงเป็นสถานการณ์ให้วิเคราะห์ว่าเข้าเกณฑ์ไหน
สาธารณภัย ตามกฎหมายไทย หมายถึงภัยที่กระทบต่อสาธารณชนในวงกว้าง ไม่ว่าจะเกิดจากธรรมชาติ มนุษย์ อุบัติเหตุ หรือสาเหตุใดก็ตาม ครอบคลุมตั้งแต่อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง โรคระบาดในมนุษย์และสัตว์ ศัตรูพืช ไปจนถึงภัยทางอากาศและการก่อวินาศกรรม
→แบ่งตามแหล่งที่มาเป็น 2 กลุ่มใหญ่ แต่ในทางปฏิบัติหลายภัยเป็น 'ภัยผสม' ที่ธรรมชาติและมนุษย์ร่วมกันก่อ
ภัยธรรมชาติ มีต้นกำเนิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยา อุตุนิยมวิทยา และอุทกวิทยา มนุษย์ไม่ได้เป็นผู้เริ่มต้น แต่พฤติกรรมมนุษย์อย่างการตัดไม้และปล่อยก๊าซเรือนกระจกทำให้ความถี่และความรุนแรงเพิ่มขึ้นได้ ส่วน ภัยที่มนุษย์ก่อขึ้น เกิดจากการกระทำหรือความผิดพลาดโดยตรง และป้องกันควบคุมได้มากกว่า
ภัยสำคัญที่ไทยเผชิญบ่อยได้แก่ อุทกภัย (ท่วมหนักทุกปี โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา) ภัยแล้ง ดินถล่ม และไฟป่า นอกจากนี้ยังมีสึนามิ (เหตุการณ์ฝั่งอันดามัน ปี 2547) และโรคระบาด เช่น โควิด-19 ที่เป็นตัวอย่างระดับโลก
→วงจรนี้ไม่ใช่เส้นตรง แต่วนต่อเนื่อง บทเรียนจากการตอบสนองต้องนำกลับไปปรับการป้องกันในรอบถัดไปเสมอ
แนวคิด Build Back Better ในระยะฟื้นฟูหมายถึงการซ่อมแซมต้องลดความเสี่ยงในอนาคตไปพร้อมกัน ไม่ใช่แค่คืนสภาพเดิม ซึ่งถือเป็นแนวคิดหลักในกรอบเซนได
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต