พระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 2550

กฎหมายแม่บทและกรอบการบริหารจัดการสาธารณภัยของไทย ตั้งแต่นิยาม โครงสร้างอำนาจ ไปจนถึงกรอบสากล

1. นิยามสำคัญ: สาธารณภัย ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉิน2. ประเภทของสาธารณภัย3. วงจรการจัดการสาธารณภัย 4 ระยะ4. สูตรความเสี่ยงภัย: Risk = Hazard × Vulnerability / Capacity5. แนวคิด DRR และ Resilience6. โครงสร้างกฎหมายแม่บท: พ.ร.บ. ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ. 25507. คณะกรรมการ กปภ.ช. — องค์กรนโยบายสูงสุด8. ผู้อำนวยการตามระดับ — โครงสร้างการสั่งการ9. การประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย — เปิดทางสู่อำนาจพิเศษ10. การยกระดับการประกาศ — ภัยร้ายแรงและภัยระดับชาติ11. เงินทดรองราชการ — กลไกการเงินฉุกเฉิน12. กองทุนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย13. การขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศ14. แผนการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ15. วิวัฒนาการกรอบสากลด้านการลดความเสี่ยงภัยพิบัติ16. กรอบเซนได 2015–2030 — กรอบสากลหลักในปัจจุบัน17. ความเชื่อมโยงกรอบเซนได — SDGs — ความตกลงปารีส18. องค์กรระหว่างประเทศด้านสาธารณภัย19. ระบบเตือนภัยล่วงหน้า (Early Warning System)20. AADMER และ AHA Centre — กลไกภูมิภาคอาเซียน21. บทบาทของไทยในเวทีระหว่างประเทศ22. สถานการณ์สาธารณภัยในไทยและภัยสำคัญ23. บทเรียนจากมหาอุทกภัย 255424. ระบบบัญชาการเหตุการณ์ (ICS)25. การจัดการภัยสารเคมีและวัตถุอันตราย26. การอพยพและศูนย์พักพิงชั่วคราว27. ภัยพิบัติกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในไทย
1

นิยามสำคัญ: สาธารณภัย ภัยพิบัติ และภาวะฉุกเฉิน

สามคำนี้ดูคล้ายกัน แต่ต่างกันที่ขนาดและขีดความสามารถของผู้รับมือ ข้อสอบมักแปลงเป็นสถานการณ์ให้วิเคราะห์ว่าเข้าเกณฑ์ไหน

สาธารณภัย ตามกฎหมายไทย หมายถึงภัยที่กระทบต่อสาธารณชนในวงกว้าง ไม่ว่าจะเกิดจากธรรมชาติ มนุษย์ อุบัติเหตุ หรือสาเหตุใดก็ตาม ครอบคลุมตั้งแต่อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ภัยแล้ง โรคระบาดในมนุษย์และสัตว์ ศัตรูพืช ไปจนถึงภัยทางอากาศและการก่อวินาศกรรม

คำ
ความหมายหลัก
จุดต่างที่สำคัญ
สาธารณภัย
ภัยที่กระทบสาธารณชนในวงกว้าง
นิยามตามกฎหมายไทย ใช้ในทางราชการ
ภัยพิบัติ (Disaster)
เหตุการณ์ที่ชุมชนรับมือเองไม่ได้ด้วยทรัพยากรของตน
เน้น Hazard × Vulnerability ต้องขอความช่วยเหลือจากภายนอก
ภาวะฉุกเฉิน (Emergency)
สถานการณ์อันตรายที่หน่วยงานปกติรับมือได้
ขนาดเล็กกว่า ไม่ต้องขอรับการสนับสนุนจากภายนอก
2

ประเภทของสาธารณภัย

แบ่งตามแหล่งที่มาเป็น 2 กลุ่มใหญ่ แต่ในทางปฏิบัติหลายภัยเป็น 'ภัยผสม' ที่ธรรมชาติและมนุษย์ร่วมกันก่อ

ภัยธรรมชาติ มีต้นกำเนิดจากกระบวนการทางธรณีวิทยา อุตุนิยมวิทยา และอุทกวิทยา มนุษย์ไม่ได้เป็นผู้เริ่มต้น แต่พฤติกรรมมนุษย์อย่างการตัดไม้และปล่อยก๊าซเรือนกระจกทำให้ความถี่และความรุนแรงเพิ่มขึ้นได้ ส่วน ภัยที่มนุษย์ก่อขึ้น เกิดจากการกระทำหรือความผิดพลาดโดยตรง และป้องกันควบคุมได้มากกว่า

ลักษณะ
ภัยธรรมชาติ
ภัยที่มนุษย์ก่อขึ้น
ต้นกำเนิด
กระบวนการธรรมชาติ
การกระทำ/ความผิดพลาดของมนุษย์
การคาดการณ์
ทำได้บางส่วนด้วยวิทยาศาสตร์
ทำได้จากข่าวกรองหรือการตรวจสอบ
ตัวอย่าง
แผ่นดินไหว น้ำท่วม พายุ สึนามิ ภัยแล้ง
อุบัติเหตุโรงงาน การก่อการร้าย วางเพลิง
บทบาทมนุษย์
ลดความเสี่ยงได้ แต่หยุดไม่ได้
ป้องกันและควบคุมได้โดยตรง

ภัยสำคัญที่ไทยเผชิญบ่อยได้แก่ อุทกภัย (ท่วมหนักทุกปี โดยเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา) ภัยแล้ง ดินถล่ม และไฟป่า นอกจากนี้ยังมีสึนามิ (เหตุการณ์ฝั่งอันดามัน ปี 2547) และโรคระบาด เช่น โควิด-19 ที่เป็นตัวอย่างระดับโลก

3

วงจรการจัดการสาธารณภัย 4 ระยะ

วงจรนี้ไม่ใช่เส้นตรง แต่วนต่อเนื่อง บทเรียนจากการตอบสนองต้องนำกลับไปปรับการป้องกันในรอบถัดไปเสมอ

ระยะ 1: ป้องกันและลดผลกระทบ — ลดโอกาสเกิดภัย (ออกกฎหมาย สร้างเขื่อน กำหนดเขตเสี่ยงภัย)ระยะ 2: เตรียมความพร้อม — สร้างขีดความสามารถรับมือ (จัดทำแผน ฝึกซ้อม ระบบเตือนภัย สำรองเสบียง)ระยะ 3: ตอบสนอง — ช่วยชีวิตและลดความเสียหายเพิ่ม (ค้นหากู้ภัย อพยพ ศูนย์พักพิง แจกสิ่งของ)ระยะ 4: ฟื้นฟู — คืนสู่สภาวะปกติหรือดีกว่าเดิม (Build Back Better — ซ่อมโครงสร้าง ฟื้นเศรษฐกิจ เยียวยาจิตใจ)

แนวคิด Build Back Better ในระยะฟื้นฟูหมายถึงการซ่อมแซมต้องลดความเสี่ยงในอนาคตไปพร้อมกัน ไม่ใช่แค่คืนสภาพเดิม ซึ่งถือเป็นแนวคิดหลักในกรอบเซนได

สมาชิก PRO
อ่านสรุปฉบับเต็ม ครบทุกหัวข้อ
อ่านง่าย จำได้จริง · บุ๊คมาร์คอ่านต่อจากที่ค้างไว้อัตโนมัติ
99 บาท/เดือน →

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต