กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562

มาตรา 1–22 ผ่านพฤติกรรม กลไก ก.ม.จ. การรักษาจริยธรรม และกรณีวิเคราะห์

12 หัวข้อ · อ่านประมาณ 45 นาที · มีต้นฉบับจาก ocsc.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 12 หัวข้อ17%
หัวข้อ 1

บทนำ — : กฎหมายแม่บทของจริยธรรมฝ่ายบริหาร

พระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 ทำหน้าที่เป็นกฎหมายแม่บทให้หน่วยงานของรัฐในฝ่ายบริหารใช้มาตรฐานร่วมกันเป็นฐานจัดทำประมวลจริยธรรม รักษาจริยธรรม และนำพฤติกรรมไปเชื่อมกระบวนการบริหารงานบุคคล. กฎหมายมี 22 มาตรา แบ่งสาระเป็นมาตรฐานและประมวลจริยธรรม คณะกรรมการมาตรฐานทางจริยธรรม การรักษาจริยธรรม และบทเฉพาะกาล จึงต้องเห็นสายส่งจากมาตรา 5 ไปมาตรา 6–7, กลไก ก.ม.จ. มาตรา 8–18 และการลงมือระดับหน่วยงานมาตรา 19–20. จริยธรรมในกฎหมายนี้ไม่ใช่กิจกรรมรณรงค์เท่านั้น แต่เป็นเกณฑ์ตัดสินความถูกผิด แนวปฏิบัติ กลไกตรวจสอบ การประเมินความรู้กับพฤติกรรม และข้อมูลสำหรับการบริหารบุคคลตามกฎหมายเฉพาะ

เนื้อหายึดตัวบทและคู่มือสำนักงาน ก.พ. ก่อนใช้จริงต้องตรวจประมวลจริยธรรม ข้อกำหนดจริยธรรม หลักเกณฑ์ ก.ม.จ. และกฎหมายบุคคลของเจ้าหน้าที่ประเภทนั้นฉบับปัจจุบันด้วย. พระราชบัญญัติประกาศในราชกิจจานุเบกษา 16 เมษายน 2562 และเริ่มใช้วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา คือ 17 เมษายน 2562 ตามมาตรา 2. คำว่าใช้วันถัดไปทำให้ไม่ต้องรอระยะเปลี่ยนผ่านเพื่อให้ตัวพระราชบัญญัติมีผล ส่วนการจัดทำประมวลใหม่ดำเนินตามหลักเกณฑ์และเวลาที่ ก.ม.จ. กำหนดในมาตรา 21. ระหว่างยังไม่มีประมวลหรือหลักเกณฑ์ใหม่ เครื่องมือเดิมยังใช้ได้เฉพาะส่วนไม่ขัดหรือแย้งตามมาตรา 22 จึงไม่เกิดสุญญากาศ แต่ก็ไม่อาจรักษาข้อเดิมที่ต่ำกว่าหรือขัดกฎหมายใหม่

ประเด็นอาจทำให้เข้าใจคลาดเคลื่อนให้เลือกวันประกาศหรือเมื่อครบกำหนดอื่น ให้แยกวันประกาศ 16 เมษายนออกจากวันมีผล 17 เมษายน และแยกจากเวลาจัดทำประมวล. หน่วยงานของรัฐตามมาตรา 3 ครอบคลุมส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และหน่วยงานอื่นของรัฐในฝ่ายบริหาร ดังนั้นรัฐวิสาหกิจในฝ่ายบริหารอยู่ในความหมายของหน่วยงานของรัฐ. นิยามไม่รวมหน่วยงานธุรการของรัฐสภา องค์กรอิสระ ศาล และองค์กรอัยการ เพราะโครงสร้างเหล่านี้มีกลไกตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมายของตน แม้มาตรา 7 เชื่อมให้ใช้มาตรฐานมาตรา 5 ประกอบการจัดทำประมวล. การเป็นนิติบุคคลหรือไม่ไม่ใช่ข้อสรุปทั้งหมด ต้องดูว่าเป็นหน่วยงานของรัฐในฝ่ายบริหารหรืออยู่ในกลุ่มยกเว้น การเรียกองค์กรว่าอิสระในภาษาทั่วไปไม่เท่ากับองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ

เมื่อตรวจองค์กรจริงให้ดูฐานจัดตั้ง สายกำกับ และกฎหมายบุคคล ก่อนเลือกผู้จัดทำประมวลหรือช่องรายงาน ไม่ตัดสินจากชื่อคำว่าองค์การ สำนักงาน หรือบริษัทเพียงอย่างเดียว. เจ้าหน้าที่ของรัฐหมายถึงข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง หรือผู้ปฏิบัติงานอื่นในหน่วยงานของรัฐ จึงครอบคลุมผู้ปฏิบัติงานทุกสถานะในหน่วยงานของรัฐตามขอบเขตกฎหมาย. คำว่าผู้ปฏิบัติงานอื่นช่วยไม่ให้รูปแบบสัญญาจ้างเป็นช่องว่าง แต่ต้องยังมีความสัมพันธ์เป็นผู้ปฏิบัติงานในหน่วยงาน ไม่ใช่เหมารวมผู้รับจ้างภายนอกทุกบริษัทโดยไม่ดูข้อเท็จจริงและกฎหมายเฉพาะ. ประมวลจริยธรรมที่ใช้ต้องตรงประเภทเจ้าหน้าที่และองค์กรผู้จัดทำ ผู้ทำงานร่วมสำนักงานเดียวกันอาจอยู่คนละระบบบุคคลและมีข้อกำหนดเสริมต่างกัน แต่ฐานมาตรา 5 ไม่ต่ำกว่ากัน

ฝ่ายทรัพยากรบุคคลควรทำ population map ว่าใครอยู่ภายใต้ประมวลใด ข้อกำหนดใด ผู้บังคับบัญชาใด และกระบวนการเมื่อฝ่าฝืนเป็นอย่างไร ป้องกันคนตกหล่นหรือใช้ผิดฉบับ. มาตรฐานทางจริยธรรมมาตรา 5 เป็นฐานขั้นต่ำร่วม ประมวลจริยธรรมแปลงฐานนั้นเป็นหลักปฏิบัติของเจ้าหน้าที่แต่ละประเภท ส่วนข้อกำหนดจริยธรรมเป็นรายละเอียดเพิ่มเติมให้เหมาะภารกิจเฉพาะของหน่วยงาน. หน่วยงานมีภารกิจเฉพาะที่ประมวลกลางกล่าวไม่ละเอียด จึงจัดทำข้อกำหนดจริยธรรมเพิ่มเติมให้เหมาะกับภารกิจเฉพาะได้ แต่ต้องตามหลักเกณฑ์ ก.ม.จ. และห้ามลด ตัด หรือขัดมาตรฐาน/ประมวล. ตัวอย่างหน่วยจัดซื้ออาจเพิ่มเรื่องการพบผู้ค้า ของขวัญและข้อมูลราคา หน่วยแพทย์เพิ่มความลับผู้ป่วย หน่วยกำกับเพิ่มการเว้นวรรคเมื่อมีผลประโยชน์ทับซ้อน รายละเอียดต้องชัดและทำได้จริง

ข้อควรระวังคือข้อกำหนดเสริมไม่ใช่อำนาจสร้างความผิดหรือโทษเกินกฎหมายโดยพลการ การบังคับต้องเชื่อมฐานกฎหมายบุคคล กระบวนการเป็นธรรม และหลักได้สัดส่วน

หัวข้อ 2

มาตรา 5: มาตรฐานทั้งเจ็ดเป็นหลักของประมวล

มาตรา 5 กำหนดมาตรฐานเจ็ดข้อซึ่งต้องประกอบอยู่ในฐานจัดทำประมวล ได้แก่ยึดมั่นสถาบันหลัก ซื่อสัตย์รับผิดชอบ กล้าทำสิ่งถูก ประโยชน์ส่วนรวม ผลสัมฤทธิ์ ความเป็นธรรม และเป็นแบบอย่างรักษาภาพลักษณ์. ร่างประมวลจะตัดมาตรฐานหนึ่งในเจ็ดออกเพราะเห็นว่าไม่เกี่ยวภารกิจทำไม่ได้ เพราะมาตรา 5 เป็นหลักของประมวล หน่วยงานอาจอธิบายบริบทหรือเพิ่มข้อเฉพาะ แต่ฐานทั้งเจ็ดยังต้องอยู่. เหตุหนึ่งอาจเกี่ยวหลายมาตรฐาน เช่นแซงคิวคนรู้จักขัดทั้งประโยชน์ส่วนรวม ความเป็นธรรม ความซื่อสัตย์และภาพลักษณ์ การเลือกข้อเด่นในประเด็นไม่ควรทำให้ละเลยการวิเคราะห์ร่วมในงานจริง. การประเมินควรใช้พฤติกรรมสังเกตได้และบริบท ไม่แปลงเจ็ดข้อเป็นคำชมกว้างหรือคะแนนบุคลิก ผู้ถูกประเมินควรรู้หลักฐาน เกณฑ์ และช่องทบทวน

มาตรฐานข้อแรกให้ยึดมั่นในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ต้องอ่านครบองค์ประกอบตามถ้อยคำกฎหมาย. ในงานประจำสะท้อนผ่านการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย รักษาประโยชน์ประเทศ เคารพสิทธิและความหลากหลายทางศาสนา ใช้อำนาจภายใต้หลักนิติธรรม และไม่ใช้ตำแหน่งบ่อนทำลายระบบ. การยึดมั่นมิใช่คำอนุญาตให้เลือกปฏิบัติต่อผู้เห็นต่างโดยชอบด้วยกฎหมาย หรือบังคับแสดงออกเหมือนกันทุกคน การประเมินต้องยึดพฤติกรรมที่เกี่ยวหน้าที่และฐานกฎหมาย. กรณีข้อมูลนโยบายขัดกฎหมาย เจ้าหน้าที่ควรตรวจฐานอำนาจ ให้ความเห็นตามวิชาชีพ และเสนอทางเลือกชอบด้วยกฎหมาย ไม่เรียกการทำตามคำสั่งโดยไม่ตรวจว่าความภักดี

ข้อที่สองครอบคลุมความจริงใจ ไม่ทุจริต ไม่รับผลประโยชน์มิชอบ ใช้ทรัพย์สินและข้อมูลตามหน้าที่ ตระหนักผลของการกระทำ และพร้อมรับผิดแก้ไขเมื่อผิด. เจ้าหน้าที่ปฏิเสธของขวัญจากผู้รับบริการและบันทึกเหตุการณ์ให้ตรวจสอบได้ สอดคล้องซื่อสัตย์สุจริตและรับผิดชอบต่อหน้าที่ เพราะป้องกันอิทธิพลและสร้างร่องรอยตรวจสอบ. ความซื่อสัตย์ไม่หยุดที่ไม่รับเงิน ต้องเปิดผลประโยชน์ทับซ้อน ไม่บิดรายงาน ไม่ปกปิดความผิดพลาด และไม่ใช้ข้อมูลภายในเพื่อประโยชน์ตน พร้อมรักษาความลับที่ชอบด้วยกฎหมาย. ระบบควรมีทะเบียนของขวัญ การถอนตัวจากการตัดสินใจ ช่องรายงานและคุ้มครองผู้แจ้ง การตรวจสุ่ม และการแก้ root cause ไม่พึ่งคำปฏิญาณอย่างเดียว

ข้อที่สามคือกล้าตัดสินใจและกระทำในสิ่งที่ถูกต้องชอบธรรม ใช้เมื่อการยืนหยัดตามกฎหมาย หลักฐานและประโยชน์สาธารณะมีต้นทุนหรือแรงกดดันส่วนตัว. ผู้บังคับบัญชาสั่งแก้รายงานเพื่อปกปิดข้อผิดพลาด เจ้าหน้าที่ควรยึดมาตรฐานนี้เป็นหลักในการคัดค้าน พร้อมรักษาหลักฐาน ขอคำสั่งเป็นลายลักษณ์อักษร ใช้ช่องปรึกษา/รายงาน และไม่ทำสิ่งมิชอบ. ความกล้าไม่ใช่ด่วนตัดสินโดยไม่ฟังข้อมูล หรือเผชิญหน้าอย่างเสี่ยงเกินจำเป็น ต้องรวมความรอบคอบ ฐานอำนาจ การคุ้มครองผู้ได้รับผล และการสื่อสารเหตุผล. องค์กรมีกลไกเอื้อต่อความกล้าเมื่อผู้ทักท้วงไม่ถูกตอบโต้ มีช่อง escalation อิสระ ผู้นำยอมรับข้อผิดพลาด และประเมินผู้ตัดสินใจจากคุณภาพเหตุผลไม่ใช่ความพอใจผู้บังคับบัญชา

ข้อที่สี่ให้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตัวและมีจิตสาธารณะ โดยประโยชน์ส่วนรวมต้องอิงภารกิจ สิทธิ ความเป็นธรรม และผลระยะยาว ไม่ใช่สิ่งที่ผู้มีอำนาจเรียกว่าส่วนรวม. เจ้าหน้าที่เลือกโครงการที่ให้ประโยชน์ชุมชนมากกว่าแม้ตนไม่สะดวก พฤติกรรมเด่นคือประโยชน์ส่วนรวมเหนือส่วนตน หากการเลือกใช้ข้อมูล เกณฑ์โปร่งใส และไม่ละเมิดสิทธิ. ผลประโยชน์ทับซ้อนไม่เท่ากับทุจริตเสมอ แต่ต้องเปิดเผย ถอนตัว หรือจัดการก่อนตัดสิน ความลับทำให้ประชาชนไม่อาจประเมินว่าประโยชน์ใดนำการตัดสินใจ. ข้อควรระวังคืออ้างประโยชน์คนจำนวนมากเพื่อข้ามกระบวนการหรือทำร้ายกลุ่มเล็ก ต้องชั่งความได้สัดส่วน ทางเลือก ผลกระจาย และสิทธิ ไม่ใช้ผลรวมอย่างเดียว

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก ocsc.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

สรุปพระราชบัญญัติมาตรฐานทางจริยธรรม พ.ศ. 2562 อ่านง่าย จำได้จริง | ติวสอบภาค ข | ติวสอบภาค ข