พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

กฎหมายหลักบริหารงานบุคคลครูและบุคลากรการศึกษา ครอบคลุมโครงสร้างองค์กร ตำแหน่ง วินัย และสิทธิประโยชน์

1. ที่มาและหลักการของกฎหมาย2. นิยามตำแหน่งสำคัญ 4 ประเภท3. คณะกรรมการ ก.ค.ศ. — โครงสร้างและองค์ประกอบ4. อำนาจหน้าที่ของ ก.ค.ศ. และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่5. ประเภทตำแหน่งและการบรรจุแต่งตั้ง6. ระบบวิทยฐานะ — 4 ระดับของครู7. ระบบ PA กับการขอวิทยฐานะ8. เงินเดือนและค่าตอบแทน9. สาเหตุการออกจากราชการ10. วินัย — ความผิด 2 ระดับและโทษ 5 สถาน11. กระบวนการสอบสวนทางวินัย12. กระบวนการอุทธรณ์และร้องทุกข์13. การพัฒนาวิชาชีพและใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ14. ตัวเลขสำคัญที่ต้องจำ15. เปรียบเทียบ พ.ร.บ.ข้าราชการครูฯ กับ พ.ร.บ.ข้าราชการพลเรือน
1

ที่มาและหลักการของกฎหมาย

ส่วนนี้อธิบายว่าทำไมกฎหมายฉบับนี้ถึงต้องมีขึ้นแยกต่างหาก และสิ่งที่เปลี่ยนไปจากระบบเดิม

กฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นเพื่อแยกระบบบริหารงานบุคคลของครูและบุคลากรการศึกษาออกจากระบบข้าราชการพลเรือนทั่วไป เนื่องจากลักษณะงานวิชาชีพครูมีความเฉพาะตัวที่ต้องการมาตรฐานและกลไกกำกับดูแลที่แตกต่างออกไป ก่อนหน้านี้ใช้กฎหมายที่มีขอบเขตแคบกว่าและไม่ครอบคลุมบุคลากรทางการศึกษาในความหมายกว้าง จึงมีการตรากฎหมายฉบับนี้ขึ้นรองรับโครงสร้างใหม่ตามการปฏิรูปการศึกษา

2

นิยามตำแหน่งสำคัญ 4 ประเภท

ส่วนนี้แยกให้เห็นว่าแต่ละตำแหน่งคือใคร ทำหน้าที่อะไร และต่างกันตรงไหน — สำคัญเพราะข้อสอบมักถามสลับตำแหน่ง

ตำแหน่ง
ทำหน้าที่
ระดับที่รับผิดชอบ
ครู
จัดการเรียนการสอนและส่งเสริมการเรียนรู้ผู้เรียน
ในห้องเรียน / สถานศึกษา
ผู้บริหารสถานศึกษา
บริหารสถานศึกษาแต่ละแห่ง เช่น ผอ.โรงเรียน, รองผอ.
ระดับสถานศึกษา
ผู้บริหารการศึกษา
บริหารการศึกษานอกสถานศึกษา เช่น ผอ.สพท., รอง ผอ.สพท.
ระดับเขตพื้นที่ / กระทรวง
ศึกษานิเทศก์
นิเทศ ส่งเสริม และพัฒนาการจัดการเรียนรู้ในสถานศึกษา
ระดับเขตพื้นที่การศึกษา

ทั้ง 4 ตำแหน่งนี้ถือเป็นวิชาชีพควบคุม ที่ต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากคุรุสภาก่อนจึงจะปฏิบัติหน้าที่ได้ตามกฎหมาย ผู้ที่ประกอบวิชาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตมีความผิดตามกฎหมายสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ส่วนตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่น เช่น นักจิตวิทยา นักวิชาการศึกษา เจ้าหน้าที่ธุรการ ไม่ต้องมีใบอนุญาตวิชาชีพ

3

คณะกรรมการ ก.ค.ศ. — โครงสร้างและองค์ประกอบ

ส่วนนี้อธิบายว่า ก.ค.ศ. คือใคร มาจากไหน และมีกรรมการกี่ประเภท — ซึ่งเป็นเนื้อหาสำคัญที่มักปรากฏในการทดสอบ

คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) เป็นองค์กรกลางบริหารงานบุคคลของครูและบุคลากรการศึกษาทั้งระบบ มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานโดยตำแหน่ง และมีเลขาธิการ ก.ค.ศ. ทำหน้าที่เลขานุการ

ก.ค.ศ. มีกรรมการทั้งสิ้นไม่เกิน 28 คน ประกอบด้วย 3 กลุ่ม คือ ประธาน 1 คน กรรมการโดยตำแหน่ง 7 คน และกรรมการที่มาจากการแต่งตั้ง/เลือกตั้ง

กรรมการโดยตำแหน่ง 7 คน ได้แก่

  • ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
  • เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
  • เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
  • เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
  • เลขาธิการสภาการศึกษา
  • เลขาธิการคุรุสภา
  • อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ (แต่งตั้งโดย ครม.) และกรรมการผู้แทนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา มีวาระ 4 ปี ดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน หากครบ 2 วาระแล้วต้องพักอย่างน้อย 1 วาระก่อนได้รับแต่งตั้งอีกครั้ง

การประชุม ก.ค.ศ. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งจึงจะครบองค์ประชุม มติใช้เสียงข้างมาก กรรมการ 1 คน มี 1 เสียง หากเสียงเท่ากันให้ประธานออกเสียงชี้ขาดเพิ่มอีก 1 เสียง

สมาชิก PRO
อ่านสรุปฉบับเต็ม ครบทุกหัวข้อ
อ่านง่าย จำได้จริง · บุ๊คมาร์คอ่านต่อจากที่ค้างไว้อัตโนมัติ
99 บาท/เดือน →

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต