พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551

กฎหมายแม่บทบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ ครอบคลุม ก.พ. ก.พ.ค. ประเภทตำแหน่ง วินัย และการอุทธรณ์

1. ภาพรวมโครงสร้างอำนาจ: ใครทำอะไร2. คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)3. คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.)4. คณะอนุกรรมการสามัญ (อ.ก.พ.)5. ประเภทข้าราชการพลเรือนและคุณสมบัติผู้เข้ารับราชการ6. ระบบคุณธรรม 5 ประการ — หัวใจของการบริหารงานบุคคล7. ประเภทและระดับตำแหน่งข้าราชการพลเรือนสามัญ8. การสรรหา บรรจุ และแต่งตั้ง9. วินัยและโทษทางวินัย10. การออกจากราชการ11. การอุทธรณ์และร้องทุกข์ต่อ ก.พ.ค.
1

ภาพรวมโครงสร้างอำนาจ: ใครทำอะไร

ก่อนเข้ารายละเอียด ต้องเข้าใจก่อนว่ากฎหมายฉบับนี้แบ่งอำนาจออกเป็น 3 องค์กรหลักที่ทำหน้าที่คนละแบบ

พ.ร.บ. ฉบับนี้สร้างองค์กรบริหารงานบุคคลขึ้น 3 ชุด โดยแต่ละชุดมีบทบาทแตกต่างกันชัดเจน คือ ก.พ. ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและมาตรฐาน, อ.ก.พ. บริหารงานบุคคลในระดับกระทรวง/กรม/จังหวัด และ ก.พ.ค. พิทักษ์ระบบคุณธรรมและวินิจฉัยอุทธรณ์ร้องทุกข์ ทั้งสามองค์กรทำงานร่วมกัน แต่อำนาจไม่ก้าวก่าย

องค์กร
บทบาทหลัก
ประธาน
เลขานุการ
ก.พ.
กำหนดนโยบาย/มาตรฐาน/กฎ ก.พ.
นายกฯ หรือรองนายกฯ ที่ได้รับมอบหมาย
เลขาธิการ ก.พ.
อ.ก.พ.
บริหารทรัพยากรบุคคลในหน่วยงาน
รัฐมนตรี/อธิบดี/ผู้ว่าฯ (แล้วแต่ระดับ)
หัวหน้าฝ่ายบุคคล
ก.พ.ค.
พิทักษ์ระบบคุณธรรม/วินิจฉัยอุทธรณ์
ประธานที่ได้รับโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง
เลขาธิการ ก.พ.
2

คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)

ส่วนนี้อธิบายว่า ก.พ. ประกอบด้วยใครบ้าง และมีอำนาจทำอะไรได้ถึงขนาดไหน รวมถึงผลที่ตามมาหากหน่วยงานไม่ยอมปฏิบัติตาม

ก.พ. ประกอบด้วยกรรมการโดยตำแหน่ง 4 คน ได้แก่ นายกฯ/รองนายกฯ (ประธาน), ปลัดกระทรวงการคลัง, ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และเลขาธิการ สศช. นอกจากนี้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 5–7 คน จากสาขาบริหารทรัพยากรบุคคล การบริหาร และกฎหมาย ซึ่งทรงแต่งตั้ง มีวาระ 3 ปี และห้ามเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือกรรมการพรรค

อำนาจหน้าที่หลักของ ก.พ. ที่ต้องจำ

  • เสนอแนะนโยบายการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐต่อ ครม.
  • รายงาน ครม. เพื่อปรับเงินเดือนและสวัสดิการข้าราชการ
  • กำหนดหลักเกณฑ์มาตรฐานการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคล
  • ออก กฎ ก.พ. ซึ่งต้องได้รับอนุมัติ ครม. และประกาศในราชกิจจานุเบกษาจึงมีผลบังคับ
  • ตีความและวินิจฉัยปัญหาการใช้พระราชบัญญัตินี้
  • รับรองคุณวุฒิเพื่อการบรรจุแต่งตั้ง

หากกระทรวง/กรมใดไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ก.พ. จะแจ้งให้แก้ไขภายในเวลาที่กำหนด หากยังไม่ดำเนินการโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้ถือว่าปลัดกระทรวง/อธิบดี กระทำผิดวินัย โดยอำนาจดำเนินการทางวินัยในกรณีนี้เป็นของ ก.พ. เอง ไม่ใช่ต้นสังกัด

3

คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรม (ก.พ.ค.)

ส่วนนี้เปรียบเทียบ ก.พ.ค. กับ ก.พ. ในด้านโครงสร้างที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะคุณสมบัติและวาระซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ

ก.พ.ค. มีกรรมการ 7 คน ซึ่งทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และต้องทำงานเต็มเวลา (ต่างจากกรรมการ ก.พ. ที่ยังดำรงตำแหน่งอื่นได้) โดยมีเลขาธิการ ก.พ. เป็นเลขานุการเช่นเดียวกัน

คุณสมบัติของกรรมการ ก.พ.ค. ต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 45 ปี และต้องเข้าข่ายอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

  • เคยเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิใน ก.พ., ก.พ.ค. ชุดก่อน หรือองค์กรกลางบริหารงานบุคคลภาครัฐ
  • เคยเป็นกรรมการกฤษฎีกา
  • รับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ หรือตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองชั้นต้น
  • ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอัยการพิเศษประจำเขต
  • ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง
  • เป็นรองศาสตราจารย์ขึ้นไป สาขานิติศาสตร์ รัฐศาสตร์ หรือที่เกี่ยวกับการบริหารราชการแผ่นดิน มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี
ประเด็น
ก.พ. (กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ)
ก.พ.ค.
จำนวน
5–7 คน
7 คน (ตายตัว)
วาระ
3 ปี
6 ปี
ดำรงตำแหน่งได้กี่วาระ
ไม่จำกัด
วาระเดียวเท่านั้น
ลักษณะงาน
ไม่ต้องทำงานเต็มเวลา
ต้องทำงานเต็มเวลา
พ้นตำแหน่งก่อนกำหนดเมื่อ
ตาย/ลาออก/ขาดคุณสมบัติ
ตาย/ลาออก/อายุครบ 70 ปี/ขาดคุณสมบัติ/ถูกพิพากษาจำคุก

อำนาจหน้าที่หลักของ ก.พ.ค.

  • เสนอแนะต่อ ก.พ. เพื่อปรับปรุงนโยบายที่เกี่ยวกับการพิทักษ์ระบบคุณธรรม
  • พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ คำสั่งลงโทษวินัยและคำสั่งให้ออกจากราชการ
  • พิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ ของข้าราชการที่ได้รับความไม่เป็นธรรม
  • ออก กฎ ก.พ.ค. ซึ่งมีผลเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา (ไม่ต้องผ่าน ครม.)
สมาชิก PRO
อ่านสรุปฉบับเต็ม ครบทุกหัวข้อ
อ่านง่าย จำได้จริง · บุ๊คมาร์คอ่านต่อจากที่ค้างไว้อัตโนมัติ
99 บาท/เดือน →

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต