กฎหมายแม่บทบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ ครอบคลุม ก.พ. ก.พ.ค. ประเภทตำแหน่ง วินัย และการอุทธรณ์
→ก่อนเข้ารายละเอียด ต้องเข้าใจก่อนว่ากฎหมายฉบับนี้แบ่งอำนาจออกเป็น 3 องค์กรหลักที่ทำหน้าที่คนละแบบ
พ.ร.บ. ฉบับนี้สร้างองค์กรบริหารงานบุคคลขึ้น 3 ชุด โดยแต่ละชุดมีบทบาทแตกต่างกันชัดเจน คือ ก.พ. ทำหน้าที่กำหนดนโยบายและมาตรฐาน, อ.ก.พ. บริหารงานบุคคลในระดับกระทรวง/กรม/จังหวัด และ ก.พ.ค. พิทักษ์ระบบคุณธรรมและวินิจฉัยอุทธรณ์ร้องทุกข์ ทั้งสามองค์กรทำงานร่วมกัน แต่อำนาจไม่ก้าวก่าย
→ส่วนนี้อธิบายว่า ก.พ. ประกอบด้วยใครบ้าง และมีอำนาจทำอะไรได้ถึงขนาดไหน รวมถึงผลที่ตามมาหากหน่วยงานไม่ยอมปฏิบัติตาม
ก.พ. ประกอบด้วยกรรมการโดยตำแหน่ง 4 คน ได้แก่ นายกฯ/รองนายกฯ (ประธาน), ปลัดกระทรวงการคลัง, ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และเลขาธิการ สศช. นอกจากนี้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 5–7 คน จากสาขาบริหารทรัพยากรบุคคล การบริหาร และกฎหมาย ซึ่งทรงแต่งตั้ง มีวาระ 3 ปี และห้ามเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือกรรมการพรรค
อำนาจหน้าที่หลักของ ก.พ. ที่ต้องจำ
หากกระทรวง/กรมใดไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ก.พ. จะแจ้งให้แก้ไขภายในเวลาที่กำหนด หากยังไม่ดำเนินการโดยไม่มีเหตุอันสมควร ให้ถือว่าปลัดกระทรวง/อธิบดี กระทำผิดวินัย โดยอำนาจดำเนินการทางวินัยในกรณีนี้เป็นของ ก.พ. เอง ไม่ใช่ต้นสังกัด
→ส่วนนี้เปรียบเทียบ ก.พ.ค. กับ ก.พ. ในด้านโครงสร้างที่แตกต่างกัน โดยเฉพาะคุณสมบัติและวาระซึ่งเป็นประเด็นสำคัญ
ก.พ.ค. มีกรรมการ 7 คน ซึ่งทรงโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง และต้องทำงานเต็มเวลา (ต่างจากกรรมการ ก.พ. ที่ยังดำรงตำแหน่งอื่นได้) โดยมีเลขาธิการ ก.พ. เป็นเลขานุการเช่นเดียวกัน
คุณสมบัติของกรรมการ ก.พ.ค. ต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 45 ปี และต้องเข้าข่ายอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้
อำนาจหน้าที่หลักของ ก.พ.ค.
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต