สารบัญ7 หัวข้อหลัก
- 1.บทที่ 1 กรอบกฎหมาย ขอบเขต และระบบคุณธรรม
- 2.บทที่ 2 องค์กรบริหารบุคคลและองค์กรพิทักษ์คุณธรรม
- 3.บทที่ 3 ตำแหน่ง ค่าตอบแทน การสรรหา และการแต่งตั้ง
- 4.บทที่ 4 การพัฒนา การประเมิน และจรรยาข้าราชการ
- 5.บทที่ 5 วินัย โทษ และกระบวนการดำเนินการ
- 6.บทที่ 6 การออกจากราชการและวินัยหลังพ้นราชการ
- 7.บทที่ 7 อุทธรณ์ ร้องทุกข์ และการคุ้มครองระบบคุณธรรม
บทที่ 1 กรอบกฎหมาย ขอบเขต และระบบคุณธรรม
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือนวางโครงบริหารทรัพยากรบุคคลของฝ่ายพลเรือน ตั้งแต่องค์กรกลาง มาตรฐานตำแหน่ง การสรรหา ความก้าวหน้า จรรยา วินัย ไปจนถึงการคุ้มครองสิทธิ คำว่า “ข้าราชการพลเรือน” หมายถึงผู้ซึ่งได้รับบรรจุและแต่งตั้งตามกฎหมายนี้ให้รับราชการโดยรับเงินเดือนจากงบประมาณของกระทรวงหรือกรมฝ่ายพลเรือน ส่วน “ข้าราชการฝ่ายพลเรือน” มีความหมายกว้างกว่า เพราะรวมข้าราชการอื่นในกระทรวงหรือกรมฝ่ายพลเรือนตามกฎหมายของข้าราชการประเภทนั้นด้วย การแยกสองคำนี้กำหนดว่าบทใดใช้โดยตรงและบทใดทำหน้าที่เป็นมาตรฐานร่วม
เป้าหมายของการจัดระเบียบข้าราชการพลเรือนมิได้จำกัดอยู่ที่การบรรจุคนให้ครบตำแหน่ง แต่ต้องนำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ของภารกิจรัฐ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า คุณภาพของการปฏิบัติราชการ คุณธรรม และคุณภาพชีวิตที่ดี หลักเหล่านี้ทำให้การตัดสินใจด้านบุคคลต้องพิจารณาทั้งความต้องการขององค์กรกับความเป็นธรรมต่อบุคคล จำนวนอัตรากำลัง ตำแหน่ง ค่าตอบแทน และการพัฒนาจึงไม่ควรถูกจัดการแยกส่วน เพราะทุกเรื่องต้องสนับสนุนภารกิจและรักษามาตรฐานราชการในเวลาเดียวกัน
ตัวบทแบ่งข้าราชการพลเรือนเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญและข้าราชการพลเรือนในพระองค์ แต่ลักษณะที่ว่าด้วยข้าราชการพลเรือนในพระองค์ถูกยกเลิกโดยกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการในพระองค์ จึงต้องอ่านสถานะของบทบัญญัติจากฉบับรวมปัจจุบัน ไม่ใช้ข้อความเดิมเสมือนว่ายังบังคับอยู่ สำหรับการศึกษาระบบตามพระราชบัญญัตินี้ เนื้อหาหลักจึงอยู่ที่ข้าราชการพลเรือนสามัญ องค์กรบริหารบุคคล และกลไกพิทักษ์ระบบคุณธรรมซึ่งยังเชื่อมต่อกันครบวงจร
ระบบคุณธรรมเป็นแกนของการบริหารข้าราชการพลเรือนสามัญ การรับและแต่งตั้งต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถ ความเสมอภาค ความเป็นธรรม และประโยชน์ราชการ การบริหารบุคคลต้องพิจารณาผลสัมฤทธิ์ ประสิทธิภาพ และลักษณะงานโดยไม่เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม ความดีความชอบ ความก้าวหน้า และประโยชน์อื่นต้องอาศัยผลงาน ศักยภาพ และความประพฤติ ไม่ใช้ความเห็นทางการเมืองหรือสังกัดพรรคการเมือง การดำเนินการทางวินัยต้องยุติธรรมและปราศจากอคติ พร้อมรักษาความเป็นกลางทางการเมืองของระบบ
ผู้สมัครเข้ารับราชการต้องมีสัญชาติไทย มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปี และเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขโดยบริสุทธิ์ใจ พร้อมไม่มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย เช่น ดำรงตำแหน่งทางการเมือง อยู่ระหว่างพักหรือให้ออกจากราชการ เป็นบุคคลล้มละลาย เคยได้รับโทษหรือถูกลงโทษบางประเภท หรือเคยทุจริตในการสอบเข้าหน่วยงานรัฐ ก.พ. มีอำนาจพิจารณายกเว้นลักษณะต้องห้ามบางกรณีตามเงื่อนไขและมติพิเศษ แต่ไม่ใช่อำนาจยกเว้นทุกข้อ หลักคุณสมบัติจึงทำงานร่วมกับระบบคุณธรรมตั้งแต่ประตูเข้าสู่ราชการ กฎหมายยังให้เรื่องวันทำงาน วันหยุด และการลาหยุดเป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด ส่วนเครื่องแบบกับบำเหน็จบำนาญเป็นไปตามกฎหมายหรือระเบียบเฉพาะ จึงต้องแยกเรื่องที่พระราชบัญญัตินี้วางหลักออกจากรายละเอียดซึ่งอยู่ในกฎหมายลำดับอื่น
บทที่ 2 องค์กรบริหารบุคคลและองค์กรพิทักษ์คุณธรรม
คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนหรือ ก.พ. เป็นองค์กรกลางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน มีกรรมการโดยตำแหน่งจากหน่วยงานด้านการคลัง งบประมาณ และการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านทรัพยากรบุคคล การบริหารจัดการ และกฎหมายไม่น้อยกว่าห้าคนแต่ไม่เกินเจ็ดคน เลขาธิการ ก.พ. เป็นกรรมการและเลขานุการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระคราวละสามปี และต้องไม่ดำรงบทบาททางการเมืองตามข้อห้ามที่กฎหมายกำหนด
อำนาจของ ก.พ. ครอบคลุมการเสนอแนะนโยบายและยุทธศาสตร์บุคคลภาครัฐ การกำหนดมาตรฐานค่าตอบแทน การวางแผนกำลังคน การให้ความเห็นชอบกรอบอัตรากำลัง การออกกฎและระเบียบ การตีความปัญหาจากการใช้กฎหมาย ตลอดจนการกำกับ ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินการบริหารบุคคลของกระทรวงกับกรม นอกจากนี้ยังดูแลนโยบายทุน การรับรองคุณวุฒิ ทะเบียนประวัติ และการเกษียณอายุ เมื่อพบการปฏิบัติไม่ถูกต้อง ก.พ. อาจมีมติให้ส่วนราชการแก้ไข และการไม่ดำเนินการโดยไม่มีเหตุอันสมควรอาจนำไปสู่ความรับผิดทางวินัยของผู้มีหน้าที่
สถาปัตยกรรมการบริหารและพิทักษ์ระบบคุณธรรม
องค์กรแต่ละส่วนมีหน้าที่ต่างกันแต่ใช้ระบบคุณธรรมเป็นแกนร่วม ตั้งแต่นโยบายกลาง การปฏิบัติในส่วนราชการ ไปจนถึงการวินิจฉัยสิทธิ
- 1ก.พ.กำหนดนโยบาย มาตรฐาน กฎ กรอบอัตรากำลัง และกำกับการบริหารบุคคล
- 2สำนักงาน ก.พ.สนับสนุนข้อมูล วิชาการ แผนกำลังคน การพัฒนา คุณวุฒิ และงานของ ก.พ. กับ ก.พ.ค.
- 3อ.ก.พ. สามัญแปลงมาตรฐานกลางเป็นนโยบายและการตัดสินใจในกระทรวง กรม จังหวัด หรือส่วนราชการ
- 4ก.พ.ค.วินิจฉัยอุทธรณ์ ร้องทุกข์ และตรวจความสอดคล้องของกติกากับระบบคุณธรรม
สำนักงาน ก.พ. เป็นหน่วยปฏิบัติและวิชาการที่ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี ทำหน้าที่สนับสนุนทั้ง ก.พ. และ ก.พ.ค. ให้คำปรึกษาแก่ส่วนราชการ พัฒนาระบบและมาตรฐาน วิจัยนโยบาย ติดตามผล จัดทำแผนกำลังคน และเป็นศูนย์กลางข้อมูลทรัพยากรบุคคลภาครัฐ งานยังครอบคลุมการพัฒนาบุคลากร สวัสดิการ คุณภาพชีวิต ทุน การรับรองคุณวุฒิ ทะเบียนประวัติ และรายงานประจำปี ความสัมพันธ์นี้ทำให้ ก.พ. ทำหน้าที่กำหนดทิศทางและตัดสินเชิงมาตรฐาน ส่วนสำนักงาน ก.พ. ทำให้มาตรฐานนั้นมีข้อมูล เครื่องมือ และการประสานงานรองรับ
อ.ก.พ. สามัญกระจายการบริหารบุคคลลงสู่กระทรวง กรม จังหวัด และส่วนราชการอื่น อ.ก.พ. กระทรวงกำหนดนโยบายและระบบภายในกระทรวง เกลี่ยอัตรากำลังระหว่างส่วนราชการ และพิจารณาเรื่องวินัยตามอำนาจ อ.ก.พ. กรมทำหน้าที่ในระดับกรมโดยต้องสอดคล้องทั้งมาตรฐานของ ก.พ. และนโยบายกระทรวง ส่วน อ.ก.พ. จังหวัดกำหนดแนวทางในพื้นที่และดำเนินการตามที่องค์กรระดับกระทรวงหรือกรมมอบหมาย ทุกระดับจึงมีพื้นที่ตัดสินใจตามบริบท แต่ยังอยู่ในกรอบมาตรฐานเดียวกัน
คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมหรือ ก.พ.ค. แยกบทบาทการพิทักษ์ความเป็นธรรมออกจากงานบริหารบุคคลทั่วไป มีกรรมการเจ็ดคนซึ่งต้องทำงานเต็มเวลา ผู้ได้รับแต่งตั้งต้องมีอายุไม่ต่ำกว่าสี่สิบห้าปีและมีประสบการณ์ระดับสูงตามสาขาหรือตำแหน่งที่กฎหมายรับรอง กรรมการมีวาระหกปีเพียงวาระเดียว และต้องไม่มีลักษณะที่กระทบความเป็นอิสระ เช่น เป็นข้าราชการ ลูกจ้างหน่วยงานรัฐ ผู้ดำรงตำแหน่งหรือสมาชิกทางการเมือง หรือกรรมการในองค์กรบริหารบุคคล อำนาจสำคัญคือวินิจฉัยอุทธรณ์ ร้องทุกข์ พิจารณาการคุ้มครองระบบคุณธรรม และออกกฎเกี่ยวกับการทำหน้าที่เหล่านี้ เลขาธิการ ก.พ. เป็นเลขานุการของ ก.พ.ค. จึงมีสำนักงาน ก.พ. เป็นกำลังสนับสนุนด้านธุรการและข้อมูล แต่การวินิจฉัยเป็นอำนาจขององค์กรพิทักษ์ระบบคุณธรรมซึ่งมีกติกาคุณสมบัติ วาระ และลักษณะต้องห้ามรองรับความเป็นอิสระ
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต