กฎหมายแม่บทที่วางโครงสร้างการบริหารราชการไทยทั้งระบบ — ส่วนกลาง ภูมิภาค และท้องถิ่น
→ส่วนนี้อธิบายว่ากฎหมายฉบับนี้คืออะไร ใครรักษาการ และมีผลบังคับใช้อย่างไร — เป็นจุดสำคัญที่ต้องเข้าใจอย่างชัดเจน
พ.ร.บ.ฉบับนี้เป็นกฎหมายแม่บทที่กำหนดโครงสร้างการบริหารราชการไทยทั้งระบบ โดยมีผลใช้บังคับวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา (4 กันยายน 2534) และกำหนดให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามกฎหมายฉบับนี้ หมายความว่านายกฯ มีหน้าที่ดูแลให้กฎหมายถูกนำไปปฏิบัติอย่างถูกต้องและมีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมาย
กฎหมายฉบับนี้ตราขึ้นมาแทนประกาศคณะปฏิวัติที่ใช้มานานกว่า 19 ปี เพื่อกำหนดขอบเขตอำนาจส่วนราชการให้ชัดเจน ป้องกันการทำงานซ้ำซ้อน และเพิ่มเติมหลักการมอบอำนาจให้ครบถ้วน เหตุผลสำคัญอีกประการคือต้องการให้การบริหารระดับกระทรวงมีเอกภาพ สามารถดำเนินนโยบายของรัฐมนตรีได้จริง
→ส่วนนี้บอกว่าราชการต้องบริหารเพื่ออะไรและต้องทำอะไรบ้าง — เป็นหัวใจเชิงนโยบายที่สำคัญเกี่ยวกับ 'เป้าหมายการบริหารราชการคืออะไร
บทบัญญัติที่เพิ่มเติมในภายหลังวางหลักสำคัญว่า การบริหารราชการต้องมุ่งประโยชน์สุขของประชาชน เป็นหลัก โดยต้องเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ มีประสิทธิภาพและความคุ้มค่า ไม่มีขั้นตอนเกินความจำเป็น ปรับปรุงภารกิจให้ทันสมัย อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน และมีการประเมินผล หลักเหล่านี้รวมเรียกว่า 'หลักบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี' สอดคล้องกับ Good Governance สากล
นอกจากนี้ยังกำหนดให้คณะรัฐมนตรีจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดินตลอดระยะเวลาการบริหาร และให้ส่วนราชการจัดทำแผนปฏิบัติราชการ 4 ปี ให้สอดคล้องกัน รวมถึงแผนปฏิบัติราชการประจำปี เพื่อให้การบริหารมีทิศทางชัดเจนและวัดผลได้
→ส่วนนี้คือโครงกระดูกทั้งหมดของกฎหมายฉบับนี้ — ต้องเข้าใจก่อนว่าระบบราชการแบ่งเป็น 3 ส่วนอะไรบ้าง และแต่ละส่วนมีกี่ประเภท
กฎหมายกำหนดให้จัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดินออกเป็น 3 ส่วนหลัก คือ ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการส่วนท้องถิ่น โดยส่วนกลางทำหน้าที่กำหนดนโยบายระดับชาติ ส่วนภูมิภาครับนโยบายไปปฏิบัติในพื้นที่ และส่วนท้องถิ่นดูแลกิจการในพื้นที่โดยตรง
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต