กฎหมายรับรองธุรกรรมดิจิทัลให้มีผลเท่าเอกสารกระดาษ ครอบคลุมสัญญา ลายมือชื่อ และธุรกรรมรัฐ
→ส่วนนี้บอกว่ากฎหมายนี้ถูกสร้างมาเพื่ออะไร ใครรักษาการ และครอบคลุมธุรกรรมประเภทไหนบ้าง
กฎหมายฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 4 ธันวาคม 2544 และมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 120 วัน นับแต่วันประกาศ โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการ วัตถุประสงค์หลักคือรับรองให้ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มีผลทางกฎหมายเท่าเทียมกับเอกสารกระดาษ เพื่อรองรับยุคดิจิทัล
ขอบเขตของกฎหมายครอบคลุมธุรกรรมในทางแพ่งและพาณิชย์ รวมถึงธุรกรรมของรัฐ แต่ไม่มีผลกระทบต่อกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค และอาจมีพระราชกฤษฎีกากำหนดยกเว้นธุรกรรมบางประเภทได้
หลักการสำคัญ 3 ประการที่เป็นรากฐานของกฎหมายนี้
→ส่วนนี้อธิบายว่าคำศัพท์หลักในกฎหมายหมายความว่าอะไร เพื่อให้อ่านเนื้อหาส่วนอื่นได้ถูกต้อง
'ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์' คือข้อความที่ถูกสร้าง ส่ง รับ เก็บรักษา หรือประมวลผลด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ ครอบคลุมตั้งแต่อีเมล โทรสาร ไปจนถึงข้อมูลในระบบแลกเปลี่ยนข้อมูล ส่วน 'ธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์' คือธุรกรรมที่ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดหรือแต่บางส่วน
'ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์' คืออักษร ตัวเลข เสียง หรือสัญลักษณ์ใดๆ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ที่นำมาใช้กับข้อมูลเพื่อระบุตัวเจ้าของและแสดงว่าบุคคลนั้นยอมรับข้อความในข้อมูลนั้น ส่วน 'ใบรับรอง' คือข้อมูลที่ยืนยันความเชื่อมโยงระหว่างเจ้าของลายมือชื่อกับข้อมูลสำหรับสร้างลายมือชื่อ
→ส่วนนี้เป็นหัวใจของกฎหมาย อธิบายว่าข้อมูลดิจิทัลสามารถใช้แทนเอกสารกระดาษได้ในทุกกรณี และมีเงื่อนไขอะไรบ้าง
หลักการพื้นฐานที่สุดของกฎหมายนี้คือห้ามปฏิเสธความมีผลผูกพันทางกฎหมายของข้อมูลเพียงเพราะอยู่ในรูปอิเล็กทรอนิกส์ หลักการนี้เรียกว่า 'หลักการไม่เลือกปฏิบัติ' (Non-discrimination) ซึ่งวางรากฐานให้มาตราอื่นๆ ทั้งหมดในกฎหมาย
เมื่อกฎหมายอื่นกำหนดให้ต้อง 'ทำเป็นหนังสือ' หรือ 'มีหลักฐานเป็นหนังสือ' ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ถือว่าทำตามข้อกำหนดนั้นแล้ว หากสามารถเข้าถึงได้และนำกลับมาใช้ได้โดยความหมายไม่เปลี่ยนแปลง นอกจากนี้ยังใช้บังคับเรื่องการปิดอากรแสตมป์ด้วย โดยให้ชำระผ่านวิธีอิเล็กทรอนิกส์ตามที่หน่วยงานรัฐกำหนดแทนได้
ในทำนองเดียวกัน กฎหมายยังห้ามปฏิเสธการรับฟังข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์เป็นพยานหลักฐาน ในกระบวนการพิจารณาทั้งคดีแพ่ง คดีอาญา หรือคดีอื่นใด โดยในการชั่งน้ำหนักพยานให้ดูความน่าเชื่อถือของวิธีสร้าง เก็บรักษา และสื่อสารข้อมูลประกอบ
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต