กฎหมายแม่บทการเรียนรู้ตลอดชีวิต แทน กศน. เดิม ครอบคลุมทุกช่วงวัยทั่วประเทศ
→ส่วนนี้เป็นข้อเท็จจริงตัวเลข-วันที่ที่จำเป็นต้องจำให้แม่นยำ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงลงพระปรมาภิไธย 18 มีนาคม 2566 และประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 19 มีนาคม 2566 ในปีที่ 8 แห่งรัชกาลปัจจุบัน กฎหมายมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 60 วันนับแต่วันประกาศ จึงมีผลจริงในวันที่ 18 พฤษภาคม 2566
กฎหมายฉบับนี้ยกเลิก พระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 ทั้งฉบับ และถือเป็นกฎหมายแม่บทที่มีศักดิ์เหนือกว่า ดังนั้นหากกฎหมายใดขัดหรือแย้ง ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
→ส่วนนี้อธิบายว่าแต่ละคำในกฎหมายหมายถึงใคร/อะไร เพราะทุกบทที่เหลือใช้คำเหล่านี้ตลอด การเข้าใจผิดนิยามเดียวทำให้ตอบผิดได้หลายข้อ
คำว่า "กรม" ในกฎหมายฉบับนี้หมายถึงกรมส่งเสริมการเรียนรู้เท่านั้น และ "อธิบดี" หมายถึงอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้เสมอ ส่วน "รัฐมนตรี" หมายถึงรัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ โดยไม่ได้ระบุกระทรวงใดตายตัวในตัวบท
กฎหมายกำหนดความหมายพิเศษของคำว่าพื้นที่การปกครอง เพื่อให้โครงสร้างทั้งหมดครอบคลุมกรุงเทพมหานครโดยไม่ต้องบัญญัติแยก ดังนั้นทุกที่ที่กฎหมายพูดถึง "อำเภอ" ย่อมหมายถึง เขตในกรุงเทพมหานครด้วยโดยปริยาย
"หน่วยจัดการเรียนรู้" คือหน่วยงานที่ อยู่ในสังกัดกรม ทำหน้าที่จัดการเรียนรู้โดยตรง ต่างจาก "ภาคีเครือข่าย" ที่อยู่นอกสังกัดกรมและเข้ามาร่วมสนับสนุนจากภายนอกโดยสมัครใจ ความแตกต่างนี้สำคัญมากเพราะกำหนดขอบเขตอำนาจที่ต่างกัน
"สถานศึกษา" และ "สถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้" ในกฎหมายนี้ไม่ได้นิยามใหม่ แต่อ้างอิงไปยังกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ โดยตรง แสดงว่ากฎหมายฉบับนี้ออกแบบให้ทำงานประสานกับระบบการศึกษาแห่งชาติ ไม่ได้แยกส่วน
→ส่วนนี้คือเป้าหมายสูงสุดที่กรมและทุกหน่วยงานต้องยึดเป็นกรอบ ข้อสอบมักถามว่า 'ทักษะ 3 ด้าน' คืออะไร
กฎหมายมุ่งพัฒนาบุคคลให้สมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ให้เป็นคนดี มีวินัย รู้จักสิทธิและหน้าที่ ภูมิใจในชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข รวมทั้งมีความพอเพียง ซื่อสัตย์ และสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมไทยและสังคมโลกได้อย่างผาสุก
นอกจากการพัฒนาคุณลักษณะข้างต้น กฎหมายยังมุ่งให้บุคคลมีทักษะ 3 ด้านที่เท่าทันพัฒนาการของโลก
แนวคิดสำคัญคือกฎหมายไม่มองการเรียนรู้เป็นกระบวนการที่สิ้นสุดเมื่อพ้นวัยเรียน แต่บุคคลสามารถพัฒนา เพิ่ม หรือปรับเปลี่ยนทักษะได้ตลอดช่วงชีวิตตามความถนัดหรือความจำเป็น
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต