กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

จากสิทธิและความต้องการของผู้เรียน สู่สามเส้นทางการเรียนรู้ ระบบรับรอง โครงข่ายพื้นที่ และการเปลี่ยนผ่านสู่กรมใหม่

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 26 นาที · มีต้นฉบับจาก ops.moe.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

บทที่ 1 จากสิทธิในการเรียนรู้สู่เป้าหมายของกฎหมาย

พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2566 และกำหนดให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศ พร้อมยกเลิกพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 กฎหมายใหม่เปลี่ยนจุดเน้นจากการแบ่งการศึกษาออกเป็นช่องทางนอกระบบกับตามอัธยาศัย ไปสู่การส่งเสริม “การเรียนรู้” ที่ติดตามบุคคลได้ทุกวัยและหลายบริบท โครงสร้างหน่วยงานจึงถูกปรับให้เป็นกรมซึ่งรับผิดชอบงานนี้โดยตรง และมีหน่วยจัดการเรียนรู้กระจายถึงพื้นที่

วัตถุประสงค์ด้านแรกคือพัฒนาบุคคลอย่างครบมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และสติปัญญา ให้เป็นคนดี มีวินัย รู้สิทธิควบคู่กับหน้าที่และความรับผิดชอบ เคารพประโยชน์ส่วนรวม ดำเนินชีวิตอย่างมีเหตุผลและพอเพียง มีความซื่อสัตย์สุจริต และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างผาสุก เป้าหมายจึงมิได้วัดความสำเร็จจากใบรับรองหรือความรู้ทางวิชาการเพียงอย่างเดียว แต่รวมคุณลักษณะของพลเมือง ความรับผิดชอบต่อตนเอง ครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศ ตลอดจนความสามารถใช้ความรู้เพื่อเติมเต็มชีวิตกับสร้างประโยชน์แก่ส่วนรวม

วัตถุประสงค์ด้านที่สองมุ่งทักษะการเรียนรู้ ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิตที่เท่าทันพัฒนาการของโลก บุคคลต้องมีโอกาสเพิ่มพูนทักษะให้สูงขึ้นหรือปรับเปลี่ยนทักษะตามความถนัดและความจำเป็น หลักนี้รองรับทั้งผู้ที่ต้องกลับมาเติมความรู้ ผู้ที่ต้องเปลี่ยนอาชีพ ผู้ที่ต้องการพัฒนาคุณภาพชีวิต และผู้ที่ขาดโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน การจัดบริการจึงไม่อาจตั้งสมมติฐานว่าทุกคนมีเวลา สถานที่เรียน พื้นฐานความรู้ หรือเป้าหมายแบบเดียวกัน แต่ต้องออกแบบให้ความแตกต่างเหล่านั้นเข้าสู่ระบบการเรียนรู้ได้จริง

คำว่า “หน่วยจัดการเรียนรู้” ครอบคลุมศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้ระดับอำเภอ ศูนย์การเรียนรู้ระดับตำบล ศูนย์การเรียนรู้ในพื้นที่ ศูนย์หรือสถาบันเฉพาะด้านหรือเฉพาะกิจการ และหน่วยงานชื่ออื่นในสังกัดกรมที่ทำหน้าที่จัดการเรียนรู้ ส่วน “ภาคีเครือข่าย” อยู่กว้างออกไปถึงหน่วยงานของรัฐ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เอกชน ชุมชน ครอบครัว สถาบันทางศาสนา และบุคคลที่ประสงค์จะจัด ร่วมจัด ส่งเสริม หรือสนับสนุนงานของกรมหรือหน่วยจัด สองคำนี้จึงต่างกันที่ฐานะในสังกัดกับบทบาทร่วมมือ มิใช่ต่างกันเพียงชื่อสถานที่

กฎหมายขยายความพื้นที่เพื่อใช้โครงสร้างเดียวกันทั่วประเทศ โดยคำว่า “จังหวัด” รวมกรุงเทพมหานคร “อำเภอ” รวมเขต และ “ตำบล” รวมแขวง เมื่อกล่าวถึงหน่วยหรือแผนระดับพื้นที่จึงใช้กับกรุงเทพมหานครได้โดยไม่ต้องสร้างถ้อยคำอีกชุดหนึ่ง ขณะเดียวกัน คำว่า “สถานศึกษา” และ “สถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้” เชื่อมกลับไปยังกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ทำให้ระบบส่งเสริมการเรียนรู้ไม่แยกขาดจากระบบการศึกษาหลัก นิยามทั้งหมดทำหน้าที่บอกว่าใครเป็นผู้จัด ใครเป็นผู้ร่วม และองค์กรใดต้องประสานกันก่อนพิจารณาการเรียนรู้แต่ละประเภท

หัวข้อ 2

บทที่ 2 สามเส้นทางการเรียนรู้ภายใต้หลักความเสมอภาค

กรมมีหน้าที่จัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้สามประเภท ได้แก่ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ อีกทั้งอาจดำเนินรูปแบบอื่นที่เป็นประโยชน์แก่ประชาชนตามประกาศของรัฐมนตรีซึ่งต้องกำหนดเป้าหมาย แนวทาง และวิธีการให้ชัด ไม่ว่ารูปแบบใดต้องคำนึงถึงความหลากหลายกับความต้องการของผู้เรียน เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยเข้าถึงแหล่งเรียนรู้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติ หลักร่วมนี้เป็นเกณฑ์ตรวจคุณภาพของระบบ มิใช่ข้อความประกอบนโยบายที่แยกจากการปฏิบัติ

เส้นทางการเรียนรู้เป้าหมายของผู้เรียนวิธีดำเนินการเด่น
การเรียนรู้ตลอดชีวิตเรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจหรือความถนัด รู้เท่าทันโลก และใช้ความรู้เติมเต็มชีวิตหรือสังคมเปิดแหล่งเรียนรู้ทุกเวลา ลดอุปสรรคและค่าใช้จ่าย ส่งเสริมการอ่าน เทคโนโลยี และภูมิปัญญาท้องถิ่น
การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเองพัฒนาศักยภาพ ทักษะเฉพาะ อาชีพ คุณภาพชีวิต และความรอบรู้มีระบบแนะแนว กระตุ้นการฝึกฝนทุกช่วงวัย และร่วมมือกับภาคีเครือข่าย
การเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับให้ผู้ขาดโอกาสในสถานศึกษาได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานและต่อยอดสูงขึ้นตามศักยภาพปรับอายุและเวลา ใช้หลักสูตรที่ตรงความต้องการ ประเมินหลายวิธี และเชื่อมสถาบันอุดมศึกษา

การเรียนรู้ตลอดชีวิตมุ่งสร้างระบบกระตุ้น ชี้แนะ และอำนวยความสะดวกให้บุคคลเรียนรู้ด้วยตนเองในเรื่องที่สนใจ เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้ในเวลาที่สะดวกโดยไม่มีภาระค่าใช้จ่ายเกินสมควร และเพิ่มพูนความรู้ให้เท่าทันโลกอย่างต่อเนื่อง วิธีดำเนินงานจึงครอบคลุมเทคโนโลยีสารสนเทศที่เป็นปัจจุบัน แหล่งเรียนรู้ซึ่งไม่ตั้งเงื่อนไขเป็นอุปสรรค การสร้างนิสัยรักการอ่านในครอบครัวกับชุมชน และการเปิดพื้นที่ให้ผู้ชำนาญภูมิปัญญาท้องถิ่นถ่ายทอดความรู้ คุณวุฒิอาจเกิดขึ้นตามความเหมาะสม แต่แกนของเส้นทางนี้คือความสามารถเรียนรู้ต่อเนื่องโดยไม่ผูกกับชั้นเรียน

การเรียนรู้เพื่อการพัฒนาตนเองมุ่งศักยภาพ ทักษะ และความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านตามความถนัด ใช้ได้ทั้งการเริ่มอาชีพ พัฒนาอาชีพ ยกระดับคุณภาพชีวิต และร่วมพัฒนาชุมชน เส้นทางนี้ต้องมีระบบแนะแนวการเรียนและการประกอบอาชีพ เพื่อให้ผู้เรียนรู้ทางเลือกและวางแผนให้สอดคล้องกับตนเอง มิใช่เลือกหลักสูตรจากสิ่งที่หน่วยจัดมีอยู่เท่านั้น กรมอาจกระตุ้นให้คนทุกช่วงวัยทุกอาชีพฝึกฝนเรื่องที่สนใจ และส่งเสริม สนับสนุน ช่วยเหลือ หรือร่วมมือกับภาคีเครือข่าย ผู้เรียนอาจได้รับการรับรองคุณวุฒิตามความเหมาะสมโดยไม่ทำให้เป้าหมายด้านทักษะถูกลดเหลือเพียงใบรับรอง

การเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับรองรับผู้ที่อยู่ในวัยเรียนแต่ไม่ได้รับการศึกษาในสถานศึกษา ผู้ที่พ้นวัยเรียน ผู้ที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลหรือทุรกันดาร และผู้ที่ไม่มีหน่วยอื่นเข้าไปจัดบริการ เป้าหมายแรกคือให้ได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานด้านสามัญศึกษาหรืออาชีวศึกษา แล้วส่งเสริมให้ศึกษาสูงขึ้นตามศักยภาพ อายุและระยะเวลาเรียนต้องปรับตามความจำเป็น วิธีเรียนกับหลักสูตรต้องร่วมกำหนดโดยกรมและสถาบันพัฒนาหลักสูตรและการเรียนรู้ ส่วนการประเมินต้องหลากหลายและห้ามใช้การทดสอบวิชาการด้านเดียวตัดสินผู้เรียนซึ่งมีพื้นฐานต่างกัน

หากเด็กในวัยการศึกษาภาคบังคับเข้ารับการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับกับหน่วยจัดการเรียนรู้ ให้ถือว่าผู้ปกครองได้ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายการศึกษาภาคบังคับแล้ว แต่ผลดังกล่าวไม่ลดหน้าที่ของกรมที่จะออกแบบกระบวนการ หลักสูตร และระยะเวลาให้เหมาะกับเด็กแต่ละกลุ่ม การประสานกับสถาบันอุดมศึกษายังเปิดทางให้ผู้ได้รับคุณวุฒิขั้นพื้นฐานต่อยอดการศึกษาที่สูงขึ้น เมื่อนำสามเส้นทางมาวางต่อกันจึงเห็นระบบตั้งแต่การเข้าถึงความรู้ทั่วไป การพัฒนาทักษะเฉพาะ ไปจนถึงคุณวุฒิทางการศึกษา โดยผู้เรียนสามารถเคลื่อนผ่านเส้นทางตามชีวิตและความจำเป็น

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก ops.moe.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต