กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

พระราชบัญญัติเงินคงคลัง พ.ศ. 2491 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

โครงสร้างบัญชีเงินคงคลัง การนำส่งและข้อยกเว้น ฐานสั่งจ่ายมาตรา 6–8 ลายมือชื่อและผู้มีอำนาจ ทุนหมุนเวียน และฉบับที่ 5 พ.ศ. 2561 พร้อมกรณีวิเคราะห์ทั้งสายเงิน

16 หัวข้อ · อ่านประมาณ 23 นาที · มีต้นฉบับจาก cgd.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 16 หัวข้อ13%
สารบัญ16 หัวข้อหลัก
  1. 1.บทนำ — กฎหมาย: เงินรับของรัฐบาลต้องไหลเข้าคลังและจ่ายออกตามฐานที่กำหนด
  2. 2.นิยามที่กำหนดทางเดินของเงิน
  3. 3.บัญชีเงินคงคลังที่ 1 และที่ 2: คนละหน้าที่ในวงจร
  4. 4.มาตรา 4: นำส่งโดยไม่หัก และข้อยกเว้นสามกลุ่ม
  5. 5.ค่าใช้จ่ายจัดเก็บและเงินคืน: เงื่อนไขต้องครบทุกชั้น
  6. 6.มาตรา 6: ฐานสั่งจ่ายจากบัญชีที่ 2 และหน้าที่ตั้งชดใช้
  7. 7.มาตรา 7: ห้ากรณีจ่ายก่อนกฎหมายอนุญาต
  8. 8.มาตรา 7 (5) และหน้าที่ชดใช้หลังจ่าย
  9. 9.มาตรา 8: รายการจ่ายเฉพาะจากบัญชีที่ 2
  10. 10.ตั๋วเงินคลังตามฉบับที่ 5: แยกเงินต้น ดอกเบี้ย และวัตถุประสงค์กู้
  11. 11.ผู้สั่งจ่าย ลายมือชื่อร่วม และคลังจังหวัด/อำเภอ
  12. 12.ทุนและทุนหมุนเวียนตามมาตรา 12–13
  13. 13.กรณีวิเคราะห์แบบเชื่อมทั้งสายเงิน
  14. 14.ถ้อยคำวินิจฉัยมาตรา 3–6 ที่ต้องเชื่อมกับข้อเท็จจริง
  15. 15.ถ้อยคำวินิจฉัยมาตรา 7–14 ที่ต้องใช้ให้ครบองค์ประกอบ
  16. 16.ข้อควรระวังและคำถามทบทวนก่อนสั่งจ่าย
หัวข้อ 1

บทนำ — กฎหมาย: เงินรับของรัฐบาลต้องไหลเข้าคลังและจ่ายออกตามฐานที่กำหนด

พระราชบัญญัติเงินคงคลังวางโครงสร้างการรับ เก็บรักษา โอน และสั่งจ่ายเงินคงคลังผ่านบัญชีที่ธนาคารแห่งประเทศไทย คลังจังหวัด และคลังอำเภอ กฎหมายนี้ไม่ใช่กฎหมายงบประมาณเอง แต่กำหนดว่ารายรับต้องเข้าทางใดและรายจ่ายจะออกได้เมื่อมีฐานกฎหมายใด. ลำดับวิเคราะห์คือจำแนกเงินตามมาตรา 3 ตรวจหน้าที่นำส่งมาตรา 4 เลือกบัญชีและผู้สั่งจ่ายตามมาตรา 5–11 แล้วดูทุนหมุนเวียนมาตรา 12–13 หากเป็นกรณีฉุกเฉินก่อนมีกฎหมายรายจ่ายให้ตรวจมาตรา 7 โดยต้องตั้งงบชดใช้ภายหลัง. ฉบับที่ 5 พ.ศ. 2561 เพิ่มกลไกเกี่ยวกับตั๋วเงินคลังเพื่อบริหารสภาพคล่อง โดยเฉพาะรายการชำระคืนเงินต้นในมาตรา 8 (5) จึงต้องอ่านฉบับรวมปัจจุบัน ไม่ใช้มาตรา 8 ฉบับก่อนแก้เป็นรายการครบถ้วน

ข้อควรระวังคือเห็นว่าเงินอยู่ในบัญชีรัฐบาลแล้วคิดว่าจ่ายได้ทันที เงินเพียงพอไม่สร้างอำนาจรายจ่าย และมติคณะรัฐมนตรีอนุมัติหลักการไม่ใช่ฐานมาตรา 6 เสมอ ต้องมีพระราชบัญญัติ พระราชกำหนด มติให้จ่ายเงินไปก่อน หรือฐานเฉพาะตามที่กฎหมายแจกแจง

หัวข้อ 2

นิยามที่กำหนดทางเดินของเงิน

เงินยืมทดรองราชการตามมาตรา 3 คือเงินที่ให้ส่วนราชการมีไว้ตามจำนวนที่กระทรวงการคลังเห็นสมควรเพื่อทดรองค่าใช้สอยปลีกย่อยประจำสำนักงาน จึงไม่ใช่วงเงินสำรองสำหรับโครงการขนาดใหญ่หรือใช้แทนงบที่ไม่พอ. เงินขายบิลคือ เงินที่กระทรวงการคลังรับไว้ ณ ที่หนึ่งเพื่อโอนไปจ่าย ณ อีกที่หนึ่งตามข้อบังคับและระเบียบ ต้องเก็บร่องรอยต้นทาง ปลายทาง และผู้รับ ไม่ตีความเป็นรายได้ของรัฐบาลที่ใช้ได้ทั่วไปทันที. เงินฝากตามมาตรา 3 เกิดเมื่อรับเงินจากประชาชนโดยมีข้อตกลงว่ากระทรวงการคลังจะรับฝากและคืนตามคำขอภายใต้ระเบียบ จึงเป็นหนี้ที่ต้องคืน ไม่ใช่รายได้สุทธิที่รัฐบาลใช้ได้ และมาตรา 8 (2) ระบุเงินฝากเป็นรายการจ่ายจากบัญชีที่ 2 ได้

กิจการที่หมุนรายรับกลับไปใช้จำเป็นต้องมีฐานตั้งทุนและขอบวัตถุประสงค์ชัด เพื่อแยกเงินจากรายได้ทั่วไปของแผ่นดิน หน่วยงานจึงกันเงินรับไว้เองจากระเบียบภายในไม่ได้ และต้องแสดงบัญชีทุนให้ตรวจสอบได้

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก cgd.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต