กรอบการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายเดินทางสำหรับข้าราชการและลูกจ้าง ทั้งในและต่างประเทศ
→รู้จุดนี้ก่อนเพื่อเข้าใจว่าใครออกกฎหมายนี้ ใครรักษาการ และโครงสร้างใหญ่แบ่งเป็นกี่ส่วน
พ.ร.ฎ. นี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 เมษายน 2526 และได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมรวม 9 ครั้ง ฉบับล่าสุด พ.ศ. 2560 ปรับปรุงเรื่องชั้นโดยสารเครื่องบินและนิยามข้าราชการ ผู้รักษาการตามกฎหมายนี้คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งต่างจากกฎหมายหลายฉบับที่ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการ
โครงสร้างแบ่งเป็น 3 ลักษณะหลัก
→นิยามเหล่านี้กำหนดว่า 'ใคร' มีสิทธิเบิกและ 'ใคร' นับเป็นครอบครัว ต้องเข้าใจก่อนอ่านส่วนอื่น
'ข้าราชการ' ตามกฎหมายนี้ครอบคลุม 6 ประเภท ได้แก่ ข้าราชการพลเรือน ครูและบุคลากรทางการศึกษา พลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา รัฐสภา ตำรวจ และทหาร ส่วน 'ลูกจ้าง' หมายถึงลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างจากงบประมาณรายจ่าย ยกเว้นลูกจ้างชาวต่างประเทศที่มีสัญญาจ้าง
'ภูมิลำเนาเดิม' คือท้องที่ที่เริ่มรับราชการหรือได้รับการบรรจุเป็นลูกจ้างครั้งแรกหรือครั้งสุดท้าย ซึ่งสำคัญมากในกรณีเดินทางกลับเมื่อออกจากราชการ
'บุคคลในครอบครัว' หมายถึงผู้ที่อยู่ในอุปการะและร่วมอาศัยอยู่ด้วย ประกอบด้วย 4 กลุ่ม
→ส่วนนี้อธิบายห่วงโซ่เหตุ-ผลว่าสิทธิเกิดขึ้นได้อย่างไร และมีเงื่อนไขอะไรบ้าง
สิทธิเบิกค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นตั้งแต่ วันที่ได้รับอนุมัติให้เดินทาง หรือวันที่ออกจากราชการ ไม่ใช่วันที่ออกเดินทางจริง ดังนั้นหากได้รับอนุมัติแล้วแต่ยังไม่ได้ออกเดินทาง สิทธิก็เกิดขึ้นแล้ว
กรณีที่ต้องออกเดินทางล่วงหน้าหรือต่อลาส่วนตัวหลังเสร็จงาน สิทธิจะเกิดขึ้นต่อเมื่อปฏิบัติราชการตามคำสั่งแล้วเท่านั้น และนับเบี้ยเลี้ยงเฉพาะช่วงที่ปฏิบัติราชการจริง ไม่รวมช่วงที่ลากิจหรือลาพักผ่อน
กรณีได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสูงขึ้นระหว่างเดินทาง มีสิทธิรับค่าใช้จ่ายตามอัตราตำแหน่งใหม่นับแต่วันมีคำสั่งแต่งตั้ง และกรณีรักษาการในตำแหน่งต่ำกว่าตำแหน่งจริง ให้ใช้อัตราตำแหน่งที่ตนดำรงอยู่จริงเป็นเกณฑ์
หากผู้เดินทางหยุดอยู่ที่ใดโดยไม่มีเหตุอันควร จะไม่มีสิทธิได้รับค่าใช้จ่ายสำหรับระยะเวลาที่หยุดนั้นเลย
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต