บทที่ 1 กรอบสิทธิ ผู้เดินทาง และหลักจำเป็นประหยัด
พระราชกฤษฎีกาค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ. 2526 เป็นกรอบหลักสำหรับสิทธิและประเภทค่าใช้จ่ายของการเดินทางไปราชการ โดยฉบับที่ใช้จัดทำเนื้อหานี้รวมการแก้ไขเพิ่มเติมถึงฉบับที่ 9 พ.ศ. 2560 และให้ใช้บังคับมาตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2526 ตัวบทไม่ได้กำหนดอัตราเงินปัจจุบันไว้ทั้งหมด หลายเรื่องมอบให้กระทรวงการคลังกำหนดวงเงิน เงื่อนไข หรือวิธีเบิกจ่าย และบัญชีอัตราเดิมท้ายกฎหมายถูกยกเลิกแล้ว การทำความเข้าใจจึงต้องแยก “สิทธิที่พระราชกฤษฎีกาวางไว้” ออกจาก “อัตราและวิธีปฏิบัติที่กำหนดในกฎหมายลำดับรอง” ผู้เบิกไม่อาจใช้อัตราเก่าจากบัญชีเดิมหรือกำหนดจำนวนตามความเข้าใจของตนเอง
ผู้เดินทางตามกรอบนี้ครอบคลุมข้าราชการหลายประเภทและลูกจ้างที่รับค่าจ้างจากเงินงบประมาณตามนิยาม เว้นแต่ลูกจ้างชาวต่างประเทศที่มีสัญญาจ้าง ส่วนผู้มีสัญญากับส่วนราชการซึ่งกำหนดค่าเดินทางไว้ต่างหากย่อมเบิกตามสัญญา บุคคลที่ไม่มีตำแหน่ง ชั้น หรือยศตรงกับระบบข้าราชการพลเรือนอาจต้องอาศัยการเทียบตำแหน่งโดยกระทรวงการคลังเพื่อกำหนดสิทธิ คำว่า “ภูมิลำเนาเดิม” ผูกกับท้องที่ที่เริ่มหรือกลับเข้ารับราชการ หรือได้รับการบรรจุเป็นลูกจ้างตามกรณี จึงเป็นนิยามเฉพาะของกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องตรงกับทะเบียนบ้านหรือสถานที่ที่บุคคลต้องการย้ายไป
บุคคลในครอบครัวสำหรับการเดินทางบางประเภทหมายถึงผู้ซึ่งอยู่ในอุปการะและร่วมอาศัยกับผู้เดินทาง ได้แก่ คู่สมรส บุตร บิดามารดาของผู้เดินทางหรือของคู่สมรส และผู้ติดตาม เงื่อนไขการอยู่ในอุปการะกับการร่วมอาศัยเป็นส่วนของนิยาม จึงต้องตรวจข้อเท็จจริงก่อนอ้างสิทธิ มิใช่ดูความสัมพันธ์ทางเครือญาติเพียงอย่างเดียว สิทธิของครอบครัวไม่ได้เกิดในทุกกรณีและไม่ได้เท่ากับสิทธิของผู้เดินทางเสมอ การเดินทางประจำในประเทศ การกลับภูมิลำเนาเดิม และการไปประจำต่างประเทศมีรายละเอียดต่างกัน รวมถึงจำนวนผู้ติดตาม ระยะเวลาที่ต้องเดินทาง และชั้นพาหนะที่เบิกได้
| พื้นที่และลักษณะ | จุดสังเกต | กลุ่มค่าใช้จ่ายหลัก |
|---|---|---|
| ในราชอาณาจักรชั่วคราว | ไปปฏิบัติงาน สอบคัดเลือก ช่วยราชการ หรือรักษาการเป็นครั้งคราว | เบี้ยเลี้ยง ที่พัก พาหนะ และค่าใช้จ่ายจำเป็น |
| ในราชอาณาจักรประจำ | ไปประจำสำนักงานใหม่ ย้ายสำนักงาน หรือช่วยราชการต่อเนื่องตามเกณฑ์เวลา | ค่าเดินทางของตน ครอบครัว และค่าขนย้ายสิ่งของตามเงื่อนไข |
| กลับภูมิลำเนาเดิม | ออกจากราชการ เลิกจ้าง ถูกพัก หรือกรณีถึงแก่ความตาย | ที่พัก พาหนะ และขนย้ายสิ่งของเพื่อกลับภูมิลำเนา |
| ต่างประเทศชั่วคราว | ไปปฏิบัติงาน ประชุม เจรจา ดูงาน หรืองานเฉพาะคราวนอกราชอาณาจักร | เบี้ยเลี้ยงหรือค่าอาหาร ที่พัก พาหนะ ค่ารับรอง และค่าใช้จ่ายจำเป็น |
| ต่างประเทศประจำ | ไปดำรงตำแหน่งหรือปฏิบัติราชการประจำในต่างประเทศ | เบี้ยเลี้ยงระหว่างเดินทาง ที่พัก พาหนะ เครื่องแต่งตัว และย้ายถิ่นที่อยู่ |
หัวหน้าส่วนราชการระดับกรมหรือส่วนราชการที่มีฐานะเทียบเท่าขึ้นไปมีหน้าที่บริหารงบประมาณค่าเดินทางตามความจำเป็นและประหยัด ภายใต้หลักเกณฑ์กับอัตราที่กำหนด และอาจออกระเบียบภายในเพื่อควบคุมรายจ่ายได้ ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกา สิทธิของผู้เดินทางเกิดตั้งแต่วันที่ได้รับอนุมัติให้เดินทาง หรือวันที่ออกจากราชการในกรณีที่เกี่ยวข้อง ผู้มีอำนาจอนุมัติต้องกำหนดระยะเวลาตามความจำเป็นและเหมาะสม คำสั่งอนุมัติจึงเป็นฐานของเส้นทาง ระยะเวลา และวัตถุประสงค์ แต่การมีคำสั่งเพียงอย่างเดียวไม่ทำให้ค่าใช้จ่ายทุกอย่างเบิกได้ หากยังต้องตรวจรายการที่กฎหมายรับรองและหลักฐานตามระเบียบเบิกจ่าย
หลักจำเป็นและประหยัดปรากฏตลอดทั้งกฎหมาย ผู้เดินทางที่หยุดอยู่ ณ ที่ใดโดยไม่มีเหตุอันควรไม่มีสิทธิรับค่าเดินทางในช่วงนั้น ผู้รับเบี้ยเลี้ยงประจำจะเบิกเบี้ยเลี้ยงเดินทางได้เมื่อหยุดเบิกเบี้ยเลี้ยงประจำ หากเดินทางล่วงหน้าหรือกลับช้าเพราะลากิจหรือลาพักผ่อน สิทธิครอบคลุมเฉพาะส่วนที่สัมพันธ์กับการปฏิบัติราชการและเส้นทางที่ได้รับคำสั่ง กฎหมายยังควบคุมโรงแรมที่ออกใบเสร็จเกินจริงหรือร่วมทุจริต และรองรับค่าพาหนะเกี่ยวกับการปลงศพหรือส่งศพกลับเมื่อผู้เดินทางถึงแก่ความตายระหว่างไปราชการตามเงื่อนไข หลักร่วมจึงเป็นการชดใช้ภาระที่เกิดเพื่อราชการจริง ไม่ใช่รายได้เพิ่มของผู้เดินทาง
บทที่ 2 การเดินทางชั่วคราวในราชอาณาจักร
การเดินทางชั่วคราวในราชอาณาจักรครอบคลุมการไปปฏิบัติราชการนอกที่ตั้งสำนักงานตามคำสั่งหรือหน้าที่ปกติ การไปสอบคัดเลือกหรือรับการคัดเลือกที่ผู้บังคับบัญชาอนุมัติ การไปช่วยราชการ รักษาการในตำแหน่งหรือรักษาราชการแทน การเดินทางช่วงที่อยู่ในประเทศไทยของผู้รับราชการประจำต่างประเทศ และการข้ามแดนชั่วคราวตามข้อตกลงระหว่างประเทศ การจำแนกประเภทต้องดูวัตถุประสงค์ สถานที่ และความต่อเนื่องของงาน ไม่ใช่ชื่อหนังสืออนุมัติเพียงอย่างเดียว เพราะการไปช่วยราชการที่ยืดเกินเกณฑ์หรือไม่อาจกำหนดวันสิ้นสุดอาจเปลี่ยนสถานะเป็นการเดินทางประจำและทำให้หลักสิทธิเปลี่ยนตามไปด้วย
ค่าใช้จ่ายของการเดินทางชั่วคราวมีสี่กลุ่ม คือเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก ค่าพาหนะ และค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็น เบี้ยเลี้ยงเบิกแบบเหมาจ่ายตามวงเงินและเงื่อนไขของกระทรวงการคลัง การนับเวลาเริ่มจากออกจากที่อยู่หรือสำนักงานปกติจนกลับถึงจุดดังกล่าว หากมีการพักแรมให้นับยี่สิบสี่ชั่วโมงเป็นหนึ่งวัน เศษที่เกินสิบสองชั่วโมงนับเป็นหนึ่งวันอีกส่วนหนึ่ง หากไม่พักแรมและเวลาเกินสิบสองชั่วโมงนับเป็นหนึ่งวัน ส่วนเวลาที่เกินหกชั่วโมงแต่ไม่เกินสิบสองชั่วโมงนับเป็นครึ่งวัน หลักเวลาเชื่อมกับการเดินทางจริงและภารกิจ ไม่ใช่นับจากวันในปฏิทินหรือจำนวนคืนเพียงอย่างเดียว
ค่าเช่าที่พักเกิดเมื่อจำเป็นต้องพักแรม แต่ไม่รวมกรณีที่โดยปกติต้องนอนในยานพาหนะหรือทางราชการจัดที่พักให้แล้ว ผู้เดินทางอาจเบิกแบบเหมาจ่ายหรือจ่ายจริงภายในวงเงินและเงื่อนไขที่กำหนด และอาจมีอัตราสูงขึ้นในพื้นที่ค่าครองชีพสูงหรือแหล่งท่องเที่ยวตามที่กระทรวงการคลังกำหนด การเดินทางเป็นหมู่คณะซึ่งมีหัวหน้าคณะระดับสูงอาจมีห้องเพิ่มเพื่อประสานงานตามความจำเป็น ผู้เดินทางต้องไม่ผลักภาระของบุคคลที่ไม่มีสิทธิให้ทางราชการ และหากมีเหตุเจ็บป่วยระหว่างเดินทาง สามารถเบิกเบี้ยเลี้ยงกับที่พักในช่วงรักษาตัวได้ไม่เกินสิบวันตามเงื่อนไข โดยต้องมีใบรับรองแพทย์หรือคำชี้แจงเมื่อไม่มีแพทย์ที่ทางราชการรับรองในพื้นที่
- 1ตรวจคำสั่ง วัตถุประสงค์ สถานที่ และช่วงปฏิบัติราชการ
- 2ยืนยันว่าเป็นการเดินทางชั่วคราว มิใช่ประจำ
- 3นับเวลาจริงและตัดช่วงลากิจ ลาพักผ่อน หรือหยุดโดยไม่มีเหตุ
- 4ตรวจที่พัก พาหนะ และสิ่งที่ทางราชการหรือแหล่งอื่นจัดให้
- 5คำนวณตามสิทธิ อัตรา และเงื่อนไขกระทรวงการคลัง
- 6แนบหลักฐานกับคำชี้แจงเหตุจำเป็นก่อนเสนอเบิก
พาหนะโดยปกติให้ใช้บริการประจำทางและเบิกโดยประหยัด หากไม่มีหรือจำเป็นต้องเร่งเพื่อประโยชน์ราชการอาจใช้พาหนะอื่น แต่ต้องชี้แจงเหตุผลไว้ในหลักฐาน พาหนะรับจ้างเบิกได้ในเส้นทางและกรณีที่กำหนด เช่น ระหว่างที่อยู่หรือที่พักกับสถานี และการเดินทางภายในพื้นที่ตามเงื่อนไข การใช้พาหนะส่วนตัวต้องได้รับอนุญาตจากผู้บังคับบัญชาที่มีอำนาจและใช้ตลอดเส้นทางจึงเบิกเงินชดเชยแบบเหมาจ่ายได้ หากใช้ไม่ตลอดต้องชี้แจง ส่วนการโดยสารเครื่องบินขึ้นกับตำแหน่ง ประเภทชั้นโดยสาร และความจำเป็น กรณีชั้นสูงกว่าสิทธิต้องมีเหตุและการอนุมัติตามที่กฎหมายกำหนด มิใช่เลือกจากความสะดวกส่วนบุคคล
สิทธิชั่วคราวยังมีขอบเขตเวลาเพื่อควบคุมงานที่ยืดเยื้อ เบี้ยเลี้ยงสำหรับเรื่องเดียวในสถานที่เดียวเบิกได้ไม่เกินหนึ่งร้อยยี่สิบวัน เว้นแต่ผู้มีอำนาจระดับที่กำหนดอนุมัติโดยคำนึงถึงความจำเป็นและประหยัด ค่าเช่าที่พักในพื้นที่ที่ไปกลับไม่สะดวกใช้หลักจำกัดเวลาในทำนองเดียวกัน ค่าใช้จ่ายสำหรับสิ่งของทางราชการและค่าใช้จ่ายอื่นที่จำเป็นเบิกได้โดยประหยัด การตรวจสิทธิที่ถูกต้องจึงเริ่มจากคำสั่งและเส้นทางจริง ต่อด้วยเวลาปฏิบัติราชการ การพักแรม วิธีเดินทาง การจัดให้จากทางราชการ และหลักฐาน เมื่อทุกส่วนสัมพันธ์กันจึงกำหนดรายการที่จะเบิกได้ โดยไม่ใช้ประเภทค่าใช้จ่ายแทนเหตุผลของการเดินทาง
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต