บทที่ 1 ฐานกฎหมายและระบบกำกับงานราชทัณฑ์
พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ปรับฐานคิดของงานราชทัณฑ์จากการควบคุมตัวเพียงด้านเดียวไปสู่ระบบที่เชื่อมความมั่นคงของเรือนจำ สิทธิของผู้ต้องขัง การแก้ไขบำบัดฟื้นฟู และการเตรียมกลับคืนสู่สังคม กฎหมายให้ใช้บังคับเมื่อพ้นเก้าสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา พร้อมยกเลิกกฎหมายราชทัณฑ์เดิมและประกาศที่เกี่ยวข้องตามรายการที่กำหนด ทั้งยังระบุเหตุผลว่ากฎหมายเดิมใช้มานาน ไม่สอดคล้องกับนโยบายทางอาญาและมาตรฐานสากลบางด้าน จึงต้องมีเครื่องมือบริหารโทษเป็นรายบุคคลและสถานที่ควบคุมรูปแบบอื่นที่เหมาะกับผู้ต้องขังแต่ละประเภท
คำว่า “เรือนจำ” ไม่ได้หมายถึงอาคารคุมขังเท่านั้น แต่รวมสิ่งที่ใช้ต่อเนื่องกันและสถานที่อื่นซึ่งรัฐมนตรีกำหนดอาณาเขตอย่างชัดเจน ส่วน “ผู้ต้องขัง” เป็นคำรวมของนักโทษเด็ดขาด คนต้องขัง และคนฝาก นักโทษเด็ดขาดคือผู้ถูกขังตามหมายจำคุกหลังคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งลงโทษที่ชอบด้วยกฎหมาย คนต้องขังคือผู้ถูกขังตามหมายขัง ขณะที่คนฝากคือผู้ถูกฝากควบคุมตามกฎหมายโดยไม่มีหมายอาญา การแยกสถานะนี้มีผลต่อการปฏิบัติและประโยชน์บางประการ จึงต้องพิจารณาว่าบุคคลอยู่ในฐานะใดก่อนใช้กติกาที่เจาะจงกับนักโทษเด็ดขาด
กฎหมายไม่ใช้กับเรือนจำทหาร แต่เปิดทางให้กรมราชทัณฑ์ใช้มาตรการบังคับโทษด้วยวิธีอื่นนอกจากการควบคุม ขัง หรือจำคุกไว้ในเรือนจำได้ หากไม่ขัดกับกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง รายละเอียดต้องอยู่ในกฎกระทรวงและผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการราชทัณฑ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้รักษาการและออกกฎกระทรวง ระเบียบ หรือประกาศเพื่อให้กฎหมายปฏิบัติได้ โครงสร้างนี้จึงวางกฎหมายระดับพระราชบัญญัติเป็นกรอบ แล้วให้เครื่องมือระดับรองเติมวิธีการโดยมีการกลั่นกรองจากคณะกรรมการ
| ผู้มีบทบาท | ภารกิจแกนกลาง |
|---|---|
| รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม | รักษาการ ออกกฎและประกาศ และเป็นประธานคณะกรรมการ |
| คณะกรรมการราชทัณฑ์ | กำหนดนโยบาย ให้ความเห็นชอบ เสนอแนวทาง และกำหนดมาตรฐาน |
| อธิบดีกรมราชทัณฑ์ | บริหารระบบ แต่งตั้งเจ้าพนักงาน วางระเบียบ และขับเคลื่อนมาตรฐาน |
| กรมราชทัณฑ์ | รับผิดชอบงานธุรการ ประสานการพัฒนา ก่อนปล่อย และหลังปล่อย |
| เจ้าพนักงานเรือนจำ | ปฏิบัติงานตามอำนาจที่ได้รับ ภายใต้การฝึกอบรมและเงื่อนไขของกฎหมาย |
คณะกรรมการราชทัณฑ์มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน ปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นรองประธาน มีกรรมการโดยตำแหน่งจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเก้าคน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเจ็ดคนจากสาขานิติศาสตร์ ศาสนา ศิลปะหรือวัฒนธรรม อาชญาวิทยา ทัณฑวิทยา สิทธิมนุษยชน จิตวิทยา และด้านอื่นที่เป็นประโยชน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์เป็นกรรมการและเลขานุการ ผู้ทรงคุณวุฒิต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่าสามสิบห้าปี และไม่มีลักษณะต้องห้ามทางการเมือง ความสามารถ ประวัติอาญา หรือวินัยตามที่กำหนด มีวาระคราวละสามปีและดำรงติดต่อกันได้ไม่เกินสองวาระ
อำนาจของคณะกรรมการครอบคลุมการกำหนดนโยบายและทิศทาง ให้คำปรึกษารัฐมนตรีกับอธิบดี เห็นชอบกฎหรือระเบียบที่กฎหมายกำหนด เสนอแนวทางพัฒนาการบริหาร พฤตินิสัย การเตรียมก่อนปล่อย และการช่วยเหลือหลังปล่อย ตลอดจนกำหนดมาตรฐานเรือนจำ การประชุมต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ใช้เสียงข้างมากและให้ประธานออกเสียงชี้ขาดเมื่อคะแนนเท่ากัน กรมราชทัณฑ์รับผิดชอบงานธุรการและประสานหน่วยงาน ส่วนเจ้าพนักงานต้องผ่านการฝึกอบรมด้านหน้าที่ สิทธิมนุษยชน และทักษะก่อนปฏิบัติงาน ผู้ผ่านการอบรมเป็นตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษและอาจได้รับเงินเพิ่มตามกรอบที่ได้รับความเห็นชอบด้านการคลัง
บทที่ 2 อำนาจรักษาความมั่นคงและหลักคุ้มครอง
อำนาจรักษาความมั่นคงในเรือนจำถูกออกแบบเป็นอำนาจที่มีเงื่อนไข ไม่ใช่อำนาจใช้ได้ตามความสะดวก จุดตั้งต้นคือเจ้าพนักงานจะใช้กำลังบังคับไม่ได้ เว้นแต่ป้องกันตนเอง หรือรับมือผู้ต้องขังที่พยายามหลบหนี ใช้กำลังขัดขืน หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย การใช้กำลังทุกครั้งต้องจำกัดเพียงเท่าที่จำเป็นและเหมาะกับพฤติการณ์ แล้วรายงานผู้บัญชาการเรือนจำทันที หลักความจำเป็น ความได้สัดส่วน และการตรวจสอบภายหลังจึงทำงานร่วมกัน เพื่อไม่ให้อำนาจด้านความปลอดภัยแยกขาดจากการคุ้มครองศักดิ์ศรีของบุคคล
เครื่องพันธนาการใช้ได้เมื่อมีพฤติการณ์ว่าจะทำอันตรายตนเองหรือผู้อื่น มีอาการทางจิตที่เสี่ยงก่ออันตราย น่าจะหลบหนี ถูกควบคุมไปนอกเรือนจำแล้วผู้ควบคุมเห็นสมควร หรือมีคำสั่งจากอธิบดีเพราะสภาพเรือนจำ ท้องถิ่น หรือเหตุจำเป็นอื่น ผู้บัญชาการต้องกำหนดพัศดีผู้มีอำนาจสั่งและเพิกถอนในกรณีภายในเรือนจำ พร้อมบันทึกเหตุผลทุกครั้ง หากเป็นผู้มีอายุต่ำกว่าสิบแปดปี ผู้มีอายุเกินหกสิบปี ผู้ต้องขังหญิง หรือผู้เจ็บป่วย ผู้สั่งหรือผู้ควบคุมต้องพิจารณาความจำเป็นเป็นพิเศษ ประเภท ชนิด และขนาดของเครื่องพันธนาการต้องเป็นไปตามกฎกระทรวง
อาวุธที่ไม่ใช่อาวุธปืนอาจใช้เมื่อผู้ต้องขังกำลังหลบหนีและไม่มีทางป้องกันอื่น ก่อความไม่สงบแล้วไม่เชื่อฟังคำห้าม หรือใช้กำลังทำร้ายหรือพยายามทำร้ายเจ้าพนักงานหรือผู้อื่น ส่วนอาวุธปืนจำกัดยิ่งกว่า ได้แก่ ผู้ต้องขังมีอาวุธและไม่ยอมวาง ผู้หลบหนีไม่หยุดและไม่มีทางจับอื่น กลุ่มผู้ต้องขังตั้งแต่สามคนขึ้นไปก่อความวุ่นวายหรือทำลายสิ่งกั้นและไม่ยอมหยุด หรือผู้ต้องขังใช้อาวุธทำร้าย หากมีผู้บังคับบัญชาที่สามารถสั่งการอยู่ในที่เกิดเหตุ ต้องได้รับคำสั่งก่อนใช้ อำนาจทั้งสองระดับจึงต่างกันที่ความร้ายแรงของภัยและเงื่อนไขกำกับ
ลำดับอำนาจเมื่อเกิดภัย
ยิ่งมาตรการกระทบชีวิต ร่างกาย หรือเสรีภาพมาก เงื่อนไขเรื่องความจำเป็น เหตุเฉพาะ และการสั่งการยิ่งเข้มขึ้น
- 1ควบคุมตามปกติใช้คำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายและกติกาเรือนจำเป็นฐาน
- 2ใช้กำลังทำได้เฉพาะเหตุที่กำหนด เพียงจำเป็นและเหมาะสม พร้อมรายงานทันที
- 3พันธนาการหรืออาวุธอื่นต้องมีความเสี่ยงเฉพาะ บันทึกเหตุ และคุ้มครองกลุ่มเปราะบาง
- 4อาวุธปืนจำกัดแก่ภัยร้ายแรงและต้องรับคำสั่งผู้บังคับบัญชาเมื่ออยู่ในวิสัย
เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินที่อาจเป็นอันตรายต่อชีวิตหรือความปลอดภัย และย้ายผู้ต้องขังไปควบคุมที่อื่นไม่ทัน เจ้าพนักงานอาจปล่อยชั่วคราวโดยแจ้งให้กลับเรือนจำ หรือรายงานตนที่สถานีตำรวจหรือที่ว่าการอำเภอภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง การไม่กลับ ไม่รายงาน หรือไม่ทำตามคำสั่งโดยไม่มีเหตุรับฟังได้ถือเป็นการหลบหนี หากมีการหลบหนีจริง เจ้าพนักงานมีเวลาสี่สิบแปดชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุเพื่อค้นเคหสถาน สถานที่ หรือยานพาหนะในกรณีเร่งด่วนตามเงื่อนไข ต้องมีหลักฐานการมอบหมาย แสดงตน บันทึกเหตุผล มอบสำเนา และรายงานผล ส่วนการค้นกลางคืนต้องมีหัวหน้าตั้งแต่ชั้นพัศดีขึ้นไป
เขตปลอดภัยภายนอกเรือนจำกำหนดโดยรัฐมนตรีด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการและต้องคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของคนในพื้นที่ เมื่อมีเหตุสงสัย เจ้าพนักงานค้นบุคคลหรือยานพาหนะ ยึดหรือจัดการสิ่งของที่ใช้ลักลอบนำวัตถุอันตรายหรือเครื่องมือสื่อสารเข้าเรือนจำได้ แต่ทรัพย์ที่ไม่เป็นหลักฐานและไม่ผิดกฎหมายต้องคืนหรือจัดการตามระเบียบ การตรวจจดหมาย พัสดุ หรือการสกัดการสื่อสารทำได้เพื่อความมั่นคงและความสงบของเรือนจำ แต่ไม่ครอบคลุมคำร้องทุกข์และเอกสารระหว่างผู้ต้องขังกับทนาย ความคุ้มกันของผู้ปฏิบัติยังเกิดได้เฉพาะเมื่อสุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ และไม่เกินจำเป็น โดยผู้เสียหายยังเรียกค่าเสียหายจากรัฐได้
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต