กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560

อ่านพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 จากตัวบทจริงทั้งระบบ แยกสถานะผู้ต้องขัง อำนาจเจ้าหน้าที่ สิทธิ สุขภาพ การฟื้นฟู ประโยชน์ วินัย และความผิด พร้อมแก้เลขมาตราหลอน

18 หัวข้อ · อ่านประมาณ 64 นาที · มีต้นฉบับจาก ratchakitcha.soc.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 18 หัวข้อ11%
สารบัญ18 หัวข้อหลัก
  1. 1.บทนำ — แผนที่กฎหมาย: ควบคุมโดยชอบ ปลอดภัย เคารพศักดิ์ศรี และเตรียมคืนสู่สังคม
  2. 2.เจตนารมณ์และมาตรฐานสากล: ความมั่นคงกับการฟื้นฟูไม่ใช่คู่ตรงข้าม
  3. 3.เครื่องพันธนาการมาตรา21: ใช้เฉพาะเหตุและกับกลุ่มเปราะบางต้องจำเป็นยิ่งขึ้น
  4. 4.จำแนกเรือนจำและสถานที่คุมขัง มาตรา31–34
  5. 5.เด็กติดมากับผู้ต้องขังมาตรา39: ประโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นหลัก
  6. 6.ร้องทุกข์และร้องเรียนล่วงละเมิดทางเพศ มาตรา46–47
  7. 7.ประโยชน์นักโทษเด็ดขาดมาตรา52: เดือนละไม่เกิน5วันมีเงื่อนไข
  8. 8.ผู้ต้องขังหญิง ตั้งครรภ์ คลอด และเด็ก มาตรา57–59
  9. 9.การปล่อยตัวมาตรา64–67: ตรวจวัน หมาย สุขภาพ ทรัพย์ และหลักฐาน
  10. 10.ความผิดเกี่ยวกับเรือนจำมาตรา71–75: เข้าโดยไม่ได้รับอนุญาตและสิ่งของต้องห้าม
  11. 11.หลักทัณฑวิทยาประกอบการใช้กฎหมาย — วัตถุประสงค์ของโทษ: ไม่มีเป้าหมายเดียวใช้กับทุกคดี
  12. 12.หลักทัณฑวิทยาประกอบการใช้กฎหมาย — Static, dynamic, protective และ acute factors ต้องตอบคนละคำถาม
  13. 13.หลักทัณฑวิทยาประกอบการใช้กฎหมาย — สิทธิในกระบวนการอาญา: ศักดิ์ศรีไม่ได้หายเมื่อถูกกล่าวหา
  14. 14.หลักทัณฑวิทยาประกอบการใช้กฎหมาย — ความลับ การบันทึก และจริยธรรมในความสัมพันธ์ที่มีอำนาจ
  15. 15.กรณีวิเคราะห์ 03 — เด็กอายุสองขวบอยู่กับมารดาและมีญาติพร้อมดูแล
  16. 16.กรณีวิเคราะห์ 06 — พบโทรศัพท์ในห้องรวมแต่ลงโทษทุกคน
  17. 17.กรณีวิเคราะห์ 09 — ตัดเยี่ยมรวมทนายเพราะผิดวินัย
  18. 18.กรณีวิเคราะห์ 11 — ของต้องห้ามเป็นเงินสดที่ญาติส่งกับยาเสพติด
หัวข้อ 1

บทนำ — แผนที่กฎหมาย: ควบคุมโดยชอบ ปลอดภัย เคารพศักดิ์ศรี และเตรียมคืนสู่สังคม

พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 วางทั้ง governance อำนาจเจ้าพนักงาน การจำแนกเรือนจำ การรับ/จำแนก/พัฒนาผู้ต้องขัง สิทธิ–หน้าที่ สุขภาพ ผู้หญิง/เด็ก การติดต่อ ทรัพย์สิน การปล่อย วินัย และความผิดเกี่ยวกับเรือนจำ ไม่ใช่กฎหมาย “ลดโทษ” อย่างเดียว. เหตุผลท้ายกฎหมายระบุว่าฉบับ พ.ศ.2479 ใช้นานและไม่สอดคล้องนโยบายอาญา/มาตรฐานสากล จึงเพิ่มคณะกรรมการราชทัณฑ์ การบริหารโทษรายบุคคล การแก้ไข บำบัด ฟื้นฟู พัฒนาพฤตินิสัย และสถานที่ควบคุมรูปแบบอื่น. การจำคุกพรากเสรีภาพตามคำสั่งกฎหมาย แต่ผู้ต้องขังยังมีศักดิ์ศรีและสิทธิที่กฎหมายไม่ตัด การรักษาความมั่นคงต้องจำเป็น ได้สัดส่วน มีอำนาจ ขั้นตอน บันทึก และตรวจสอบ ไม่ใช้คำว่า “ระเบียบเรือนจำ” เปิดอำนาจไร้ขอบเขต

เวลาอ่านกรณีศึกษาให้แยกผู้ต้องขัง–นักโทษเด็ดขาด–คนต้องขัง–คนฝาก เพราะสิทธิประโยชน์บางอย่าง เช่นลดวันต้องโทษ/พักการลงโทษ ใช้กับนักโทษเด็ดขาดภายใต้เงื่อนไข ไม่ใช่ทุกคนในเรือนจำ. ตัวพระราชบัญญัติต้องอ่านคู่กฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายป้องกันการทรมาน และมาตรฐาน Mandela/Bangkok Rules ตามเรื่องและฉบับปัจจุบัน. วิธีตอบคือหา “มาตรา–บุคคล–อำนาจ–เงื่อนไข–ขั้นตอน–ผล–กฎหมายลำดับรอง” แล้วตรวจว่าตัวเลือกย้ายเนื้อหาจากมาตราอื่น แต่งสถาบัน หรือใช้คำต่างประเทศที่ไม่มีในตัวบทหรือไม่

แผนที่กฎหมาย: ควบคุมโดยชอบ ปลอดภัย เคารพศักดิ์ศรี และเตรียมคืนสู่สังคม

  1. 1ระบุสถานะบุคคลและฐานคุมขัง
  2. 2หาอำนาจ/หน้าที่ในพระราชบัญญัติ
  3. 3ตรวจเงื่อนไขและผู้อนุมัติ
  4. 4อ่านกฎกระทรวง/ระเบียบที่กฎหมายมอบ
  5. 5คุ้มครองชีวิต สุขภาพ สิทธิ และพยานหลักฐาน
  6. 6บันทึก แจ้งเหตุผล เปิดทางร้องเรียน/อุทธรณ์
  7. 7ประเมินการฟื้นฟูและเตรียมปล่อยรายบุคคล

กฎหมายให้ไว้ 17 กุมภาพันธ์ 2560 ประกาศราชกิจจานุเบกษา 18 กุมภาพันธ์ 2560 และมาตรา 2 ให้ใช้เมื่อพ้น 90 วัน จึงมีผล 19 พฤษภาคม 2560 ไม่ใช่ 15 มีนาคม 24 พฤษภาคมหรือ27 พฤษภาคมตามคลัง. มาตรา 3 ยกเลิกพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พุทธศักราช 2479 ฉบับแก้ไข พ.ศ.2520,2522,2523 และประกาศ คสช.110/2557 ไม่ใช่ พ.ร.บ.2494. การแยกวันให้ไว้–ประกาศ–มีผลสำคัญต่อ tempus regit actum และบทลงโทษ หากเหตุเกิดก่อน/หลังต้องใช้กฎหมายตามหลักอาญาและบทเฉพาะกาลที่เกี่ยวข้อง. พระราชบัญญัติมี78มาตรา แบ่งหมวดคณะกรรมการ อำนาจเจ้าพนักงาน เรือนจำ ผู้ต้องขัง การปล่อย วินัย ความผิด และบทเฉพาะกาล. อย่าท่องเพียง “พ.ศ.2560” เพราะประเด็นมักสลับวันราชกิจจาฯกับวันมีผล และสลับฉบับ2479เป็น2494. 18 ก.พ.กับ19 พ.ค.เป็นเหตุการณ์ใด และมาตรา3ยกเลิกชื่อ/ฉบับใดบ้าง?

“เรือนจำ” คือที่ใช้ควบคุม ขัง หรือจำคุกผู้ต้องขัง รวมสิ่งต่อเนื่องและที่อื่นที่รัฐมนตรีกำหนด/ประกาศอาณาเขตชัด ไม่ใช่นิยาม “ราชทัณฑ์”ตามคลัง เพราะตัวบทมาตรา4ไม่ได้ให้นิยามคำราชทัณฑ์. “ผู้ต้องขัง”รวม “นักโทษเด็ดขาด” “คนต้องขัง” และ “คนฝาก”; นักโทษเด็ดขาดคือถูกขังตามหมายจำคุกหลังคำพิพากษาถึงที่สุด ส่วนสองสถานะอื่นยึดหมาย/คำสั่งตามนิยาม. สถานะกำหนดฐานสิทธิ/การบริหาร เช่นบุคคลระหว่างคดียังไม่ใช่นักโทษเด็ดขาด จึงห้ามเอาสิทธิประโยชน์/หน้าที่เฉพาะนักโทษเด็ดขาดไปใช้โดยอัตโนมัติ. คำว่า “คุก” “สถาบันราชทัณฑ์” “โรงไตรมาส” “เบี้ยวเบนสิทธิ” และ “คณะอนุรักษ์เรือนจำ”ที่ปรากฏในคลังไม่ใช่ศัพท์โครงสร้างของพระราชบัญญัตินี้. การเรียกทุกคนว่า “ผู้ต้องโทษ”อาจกลบ presumption of innocence/ฐานหมาย ให้ใช้ศัพท์ตามตัวบทและข้อเท็จจริง

บุคคลนี้อยู่สถานะใดตามหมาย และมาตราที่อ้างใช้กับผู้ต้องขังทั้งหมดหรือนักโทษเด็ดขาดเท่านั้น?

หัวข้อ 2

เจตนารมณ์และมาตรฐานสากล: ความมั่นคงกับการฟื้นฟูไม่ใช่คู่ตรงข้าม

เหตุผลท้ายพระราชบัญญัติอ้าง Standard Minimum Rules/ข้อกำหนดแมนเดลาและ United Nations Rules for Women Prisoners/ข้อกำหนดกรุงเทพ เพื่อยกระดับการปฏิบัติและบริหารรายบุคคล. Mandela Rules ย้ำศักดิ์ศรี ห้ามทรมาน ไม่เลือกปฏิบัติ สิทธิที่ไม่ถูกพราก การดูแลสุขภาพเทียบชุมชน และการคืนสู่สังคม แต่เป็นมาตรฐานสากล ไม่แทนตัวบทไทยเมื่อถามอำนาจเฉพาะ. Bangkok Rules เติมความต้องการจำเพาะทางเพศ สุขภาพเจริญพันธุ์ เด็กติดมารดา trauma และทางเลือกไม่คุมขัง ไม่ถือการตอบสนองความต้องการจำเพาะเป็นเลือกปฏิบัติ. การจำแนกที่ดีช่วยทั้งความปลอดภัยและจับคู่โปรแกรม ไม่ใช่ตีตราคนเสี่ยงสูงตลอดชีวิตหรือใช้โทษเหมือนกันทุกคน. คำว่า “มาตรฐานสากล”ไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่แต่งสิทธิ/โทษเอง ต้องใช้กฎหมายลำดับรองและทรัพยากรจริงพร้อม accountability

หลักสากลช่วยตีความช่องใด และเมื่อมีอำนาจจำกัดสิทธิ ตัวบท/ความจำเป็น/ได้สัดส่วน/การทบทวนอยู่ตรงไหน? คณะกรรมการราชทัณฑ์มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน กรรมการโดยตำแหน่งและผู้ทรงคุณวุฒิตามมาตรา8 ทำหน้าที่นโยบาย/ทิศทาง เสนอแนะ ปรับปรุงกฎหมาย มาตรฐานและเรื่องที่กฎหมายกำหนด. คุณสมบัติ/ลักษณะต้องห้ามผู้ทรงคุณวุฒิอยู่มาตรา9 วาระ3ปีและไม่เกิน2วาระติดตามมาตรา10 ไม่ใช่ “นักโทษพ้นโทษ5ปีสมัครคณะกรรมการลดบทลดโทษ”. การประชุมใช้องค์ประชุม/เสียงข้างมากและประธานชี้ขาดเมื่อเท่ากัน คณะกรรมการตั้งอนุกรรมการได้ และกรมราชทัณฑ์เป็นฝ่ายธุรการ/ประสานงาน. อนุกรรมการพิจารณาลดวันต้องโทษหรือพักการลงโทษเป็นกลไกเฉพาะที่คณะกรรมการแต่งตั้งตามมาตรา52 ไม่ใช่องค์กรเดียวกับคณะกรรมการราชทัณฑ์ทั้งชุด

ไม่ควรวินิจฉัยว่าอธิบดีคนเดียวอนุมัติทุกการลด/พัก เพราะกฎหมายกำหนดคณะอนุกรรมการและกฎกระทรวง/เงื่อนไข. องค์กรที่ถามคือคณะกรรมการนโยบายหรืออนุกรรมการวินิจฉัยสิทธิประโยชน์ และมาตราใดแต่งตั้ง? อธิบดีกำหนดอำนาจหน้าที่/ความรับผิดและเงื่อนไขเจ้าพนักงานเรือนจำ ผู้บัญชาการอาจแต่งตั้งบุคลากรส่วนราชการอื่นช่วยเป็นครั้งคราวตามระเบียบ ไม่ใช่นายกรัฐมนตรีกำหนดคุณสมบัติผู้บริหารทุกตำแหน่ง. กรมต้องจัดการฝึกอบรมก่อนปฏิบัติและต่อเนื่องเพื่อประเมิน/พัฒนาความรู้ สมรรถนะ ทักษะเฉพาะ หลักสูตรต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ. ผู้ผ่านการฝึกอบรมเป็นตำแหน่งที่มีเหตุพิเศษตามกฎหมายและอาจได้รับเงินเพิ่มตามระเบียบ การให้อำนาจต้องผูก competence/role ไม่ใช่เพียงสวมเครื่องแบบ

งานราชทัณฑ์ต้องมี de-escalation, human rights, health/mental health, gender/child, security, force, documentation, anti-corruption และ emergency training ควบคู่. ผู้ช่วยจากหน่วยอื่นแม้มีอำนาจตามแต่งตั้งยังต้องอยู่ขอบเขตภารกิจ ระเบียบ การกำกับและความรับผิด ไม่ได้มี blanket power. ผู้ใช้อำนาจผ่านการฝึก/ได้รับมอบหมายอะไร ขอบเขตเอกสารอยู่ไหน และต้องรายงาน/ทบทวนอย่างไร?

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก ratchakitcha.soc.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต

สรุปพ.ร.บ. ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 อ่านง่าย จำได้จริง | ติวสอบภาค ข | ติวสอบภาค ข