พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560

ครอบคลุมอาชญาวิทยา ทัณฑวิทยา กระบวนการยุติธรรม งานคุมประพฤติ และจิตวิทยา/สังคมสงเคราะห์ในงานยุติธรรม

1. อาชญาวิทยาคืออะไร และต่างจากสาขาใกล้เคียงอย่างไร2. สำนักคิดคลาสสิก: มนุษย์มีเหตุผล จึงต้องลงโทษให้เหมาะสม3. สำนักคิดปฏิฐานนิยม: อาชญากรรมมีสาเหตุที่ค้นพบได้ด้วยวิทยาศาสตร์4. ทฤษฎีความเครียดของ Merton: ช่องว่างระหว่างเป้าหมายกับโอกาสสร้างอาชญากรรม5. ทฤษฎีการเรียนรู้ทางสังคมของ Sutherland: อาชญากรรมเป็นสิ่งที่เรียนรู้ได้6. ทฤษฎีพันธะสังคมของ Hirschi: ทำไมคนส่วนใหญ่ถึงไม่กระทำผิด7. ทฤษฎีการตีตรา: กระบวนการยุติธรรมอาจสร้างอาชญากรขึ้นมาเองได้8. สำนักชิคาโก: สภาพแวดล้อมชุมชน ไม่ใช่ตัวคน คือปัจจัยหลัก9. Dark Figure of Crime: อาชญากรรมที่ซ่อนอยู่นอกสถิติ10. ปรัชญาการลงโทษ 4 แนวทาง: เป้าหมายของโทษคืออะไร11. ประวัติเรือนจำสมัยใหม่: รูปแบบสำคัญสองแบบในสหรัฐอเมริกา12. พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560: นิยามสำคัญที่ต้องรู้13. พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560: อำนาจหน้าที่และการรับตัวผู้ต้องขัง14. พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560: การปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง15. พ.ร.บ. ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560: วินัยและการพักโทษ16. ประเภทเรือนจำและทัณฑสถาน17. ระบบจำแนกผู้ต้องขัง: หัวใจของการบริหารราชทัณฑ์สมัยใหม่18. กระบวนการยุติธรรมทางอาญาไทย: โซ่ต่อขององค์กรหลักสี่กลุ่ม19. พ.ร.บ. คุมประพฤติ พ.ศ. 2559: ภารกิจและการสืบเสาะพินิจ20. เงื่อนไขการคุมความประพฤติ: สิ่งที่ผู้ถูกคุมประพฤติต้องปฏิบัติ21. ความรับผิดของเด็กและเยาวชน: อายุกำหนดผลทางกฎหมาย22. กระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์: เปลี่ยนจาก 'รัฐ vs. ผู้กระทำผิด' เป็น 'เยียวยาความสัมพันธ์'23. มาตรการทางเลือกแทนโทษจำคุก: ใช้เมื่อจำคุกไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด24. จิตวิทยาอาชญากรรมและจิตวิทยานิติเวช: ต่างกันอย่างไร25. การประเมินความเสี่ยง: ปัจจัยคงที่ vs. ปัจจัยพลวัต26. หลัก RNR: กรอบคิดสำหรับออกแบบโปรแกรมแก้ไขฟื้นฟู27. ทฤษฎีลำดับขั้นความต้องการ Maslow ในบริบทงานยุติธรรม28. ทฤษฎีพัฒนาการทางจริยธรรมของ Kohlberg: ระดับจริยธรรมกำหนดพฤติกรรม29. การสัมภาษณ์เชิงสร้างแรงจูงใจ (Motivational Interviewing): สร้างแรงจูงใจจากภายใน30. สังคมสงเคราะห์ในกระบวนการยุติธรรม: หลักการและบทบาท31. Nelson Mandela Rules: มาตรฐานสากลการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง
1

อาชญาวิทยาคืออะไร และต่างจากสาขาใกล้เคียงอย่างไร

ส่วนนี้อธิบายนิยามและขอบเขต เพื่อให้เห็นภาพว่าวิชานี้ศึกษาอะไร และไม่สับสนกับศาสตร์ที่ชื่อคล้ายกัน

อาชญาวิทยา (Criminology) คือศาสตร์ที่ศึกษาปรากฏการณ์อาชญากรรมอย่างเป็นระบบ ครอบคลุมสามเรื่องหลักคือ ตัวอาชญากรรมในฐานะพฤติกรรมทางสังคม กระบวนการสร้างกฎหมายที่กำหนดว่าพฤติกรรมใดเป็นความผิด และปฏิกิริยาของสังคมต่อการละเมิดกฎหมายนั้น นิยามนี้เป็นของ Edwin Sutherland ซึ่งถูกอ้างอิงบ่อยมากในข้อสอบ

ศาสตร์
เน้นศึกษาอะไร
อาชญาวิทยา (Criminology)
สาเหตุและธรรมชาติของอาชญากรรม
วิทยาการอาชญากรรม/นิติวิทยาศาสตร์ (Criminalistics)
ตรวจสอบหลักฐานทางกายภาพในคดีอาญา
ทัณฑวิทยา (Penology)
การลงโทษและการแก้ไขฟื้นฟูผู้กระทำผิด
2

สำนักคิดคลาสสิก: มนุษย์มีเหตุผล จึงต้องลงโทษให้เหมาะสม

สำนักนี้เป็นรากฐานแรกของอาชญาวิทยา เน้นหลักการลงโทษที่ยุติธรรมและได้สัดส่วน ซึ่งยังส่งผลต่อระบบยุติธรรมปัจจุบัน

สำนักคลาสสิกเชื่อว่ามนุษย์มี เจตจำนงเสรี (Free Will) คือเลือกกระทำการได้โดยคำนวณผลดีผลเสีย ดังนั้นการป้องกันอาชญากรรมที่ดีที่สุดคือทำให้โทษมีความแน่นอน รวดเร็ว และเหมาะสม ไม่ใช่ทารุณโหดร้าย แนวคิดนี้เป็นพื้นฐานของหลักประกันสิทธิผู้ต้องหาและการลงโทษที่เป็นธรรมซึ่งใช้อยู่ในปัจจุบัน

Cesare Beccaria ได้รับการยกย่องว่าเป็นบิดาแห่งอาชญาวิทยาคลาสสิก เขาวิพากษ์วิจารณ์การทรมานและโทษที่ไม่ได้สัดส่วน และเสนอว่า ความแน่นอนของโทษสำคัญกว่าความรุนแรงของโทษ เขายังคัดค้านโทษประหารชีวิตโดยเชื่อว่าโทษจำคุกตลอดชีวิตมีประสิทธิภาพยับยั้งมากกว่า

Beccaria เสนอหลักการลงโทษที่มีประสิทธิภาพ 3 ประการ

  • ความแน่นอนของโทษ (Certainty) — ต้องได้รับโทษอย่างแน่ๆ สำคัญที่สุด
  • ความรวดเร็วของโทษ (Swiftness) — ลงโทษใกล้เคียงเวลากระทำผิดมากที่สุด
  • ความพอสมควรของโทษ (Severity) — สอดคล้องกับความร้ายแรงของความผิด ไม่มากไม่น้อยเกินไป

Jeremy Bentham พัฒนาแนวคิดต่อบนหลัก Hedonistic Calculus คือมนุษย์คำนวณความสุขและความเจ็บปวดก่อนตัดสินใจ ดังนั้นโทษต้องทำให้ผลเสียมากกว่าผลดีจากการกระทำผิด Bentham ยังออกแบบ Panopticon คือเรือนจำทรงกลมที่ผู้คุมมองเห็นนักโทษได้ตลอดโดยนักโทษไม่รู้ว่ากำลังถูกมองอยู่หรือไม่ ทำให้ต้องประพฤติดีตลอดเวลา

3

สำนักคิดปฏิฐานนิยม: อาชญากรรมมีสาเหตุที่ค้นพบได้ด้วยวิทยาศาสตร์

สำนักนี้โต้แย้งสำนักคลาสสิก โดยเชื่อว่ามีปัจจัยภายนอกการควบคุมของบุคคลที่ผลักดันให้เกิดอาชญากรรม แนวคิดนี้เป็นรากฐานของระบบแก้ไขฟื้นฟูที่ใช้ในงานคุมประพฤติและราชทัณฑ์ปัจจุบัน

สำนักปฏิฐานนิยมปฏิเสธเจตจำนงเสรีในฐานะคำอธิบายเดียว และมุ่ง แก้ไขผู้กระทำผิดมากกว่าลงโทษ โดยเชื่อว่าโทษควรเหมาะกับตัวบุคคล ไม่ใช่เหมาะกับความผิด (Individualization of Punishment) ซึ่งเป็นรากฐานของระบบราชทัณฑ์สมัยใหม่

นักคิด
แนวคิดสำคัญ
หมายเหตุ
Cesare Lombroso
"Born Criminal" — อาชญากรโดยกำเนิด มีลักษณะกายภาพผิดปกติ (กะโหลกผิดปกติ กรามใหญ่)
ถูกหักล้างในภายหลัง แต่ถือเป็นคนแรกที่ใช้การสังเกตเชิงประจักษ์ศึกษาอาชญากร
Enrico Ferri
เพิ่มปัจจัยทางสังคมและสิ่งแวดล้อม จำแนกอาชญากร 5 ประเภท
อาชญากรโดยโอกาส ตอบสนองต่อการแก้ไขได้ดีที่สุด
Raffaele Garofalo
นิยาม "Natural Crime" ความผิดที่ขัดศีลธรรมพื้นฐานโดยไม่ต้องมีกฎหมายบัญญัติ
บัญญัติคำว่า criminology
สมาชิก PRO
อ่านสรุปฉบับเต็ม ครบทุกหัวข้อ
อ่านง่าย จำได้จริง · บุ๊คมาร์คอ่านต่อจากที่ค้างไว้อัตโนมัติ
99 บาท/เดือน →

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต