สารบัญ6 หัวข้อหลัก
- 1.บทที่ 1 จากงานสังคมสงเคราะห์สู่วิชาชีพที่มีกลไกกำกับ
- 2.บทที่ 2 สภาวิชาชีพในฐานะผู้วางมาตรฐานและพัฒนาวิชาชีพ
- 3.บทที่ 3 สมาชิก คณะกรรมการ และดุลยภาพในการบริหารสภา
- 4.บทที่ 4 งานที่ต้องรับอนุญาตและเส้นทางของใบอนุญาต
- 5.บทที่ 5 จรรยาบรรณ การสอบสวน และสิทธิอุทธรณ์
- 6.บทที่ 6 ผลของการฝ่าฝืน ค่าปรับเป็นพินัย และบทเปลี่ยนผ่าน
บทที่ 1 จากงานสังคมสงเคราะห์สู่วิชาชีพที่มีกลไกกำกับ
พระราชบัญญัติวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ พ.ศ. 2556 ตราขึ้นในช่วงที่นักสังคมสงเคราะห์มีบทบาทกว้างขึ้นและกฎหมายหลายฉบับมอบหน้าที่เกี่ยวกับการป้องกันและแก้ปัญหาแก่ประชาชน โดยเฉพาะผู้ประสบปัญหาในการดำรงชีวิต จึงต้องมีองค์กรวิชาชีพควบคุมมาตรฐานและจรรยาบรรณ พร้อมส่งเสริมองค์ความรู้ คุณภาพและความก้าวหน้าของผู้ประกอบวิชาชีพ กฎหมายไม่ได้ทำให้งานช่วยเหลือทางสังคมทุกอย่างเป็นงานสงวน แต่กำหนดชั้นของงาน บุคคลและใบอนุญาตให้ชัด เพื่อให้บริการที่มีผลสูงต่อสิทธิและชีวิตของผู้รับบริการอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบทางวิชาชีพ
“วิชาชีพสังคมสงเคราะห์” คือวิชาชีพที่ใช้ความรู้และทักษะทางสังคมสงเคราะห์ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาของบุคคล ครอบครัว กลุ่มคนหรือชุมชน เพื่อให้ทำหน้าที่ทางสังคมและดำรงชีวิตอย่างปกติสุข ส่วน “วิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาต” คือส่วนของวิชาชีพที่กฎหมายกำหนดให้ต้องขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ความต่างอยู่ที่สถานะกำกับ มิใช่คุณค่าของงาน งานหนึ่งอาจเป็นงานสังคมสงเคราะห์ แต่จะเป็นงานรับอนุญาตหรือไม่ต้องตรวจประเภทที่กฎหมายกำหนดและบริบทการปฏิบัติ
ในด้านบุคคล “ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์” คือผู้ใช้ความรู้และทักษะดังกล่าวปฏิบัติหน้าที่ต่อบุคคล ครอบครัว กลุ่มคนหรือชุมชน ขณะที่ “ผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์รับอนุญาต” ต้องเป็นผู้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตจากสภาวิชาชีพแล้ว ดังนั้น การมีวุฒิการศึกษา การทำงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้อง การเป็นสมาชิก และการมีใบอนุญาตเป็นคนละสถานะซึ่งเชื่อมกันด้วยเงื่อนไขของกฎหมาย ผู้ขอใบอนุญาตต้องเป็นสมาชิกสามัญ แต่สมาชิกบางประเภทไม่มีสิทธิขอใบอนุญาต และเมื่อสมาชิกภาพของผู้รับอนุญาตสิ้นสุด ใบอนุญาตก็สิ้นสุดตาม
สี่ชั้นของการกำกับวิชาชีพ
การมีความรู้หรือทำงานช่วยเหลือไม่ทำให้เกิดสถานะรับอนุญาตเอง ต้องตรวจทั้งประเภทงาน สมาชิก การขึ้นทะเบียน และใบอนุญาต
- 1วิชาชีพสังคมสงเคราะห์
- 2งานรับอนุญาต
- 3สมาชิกสามัญ
- 4ผู้ประกอบวิชาชีพรับอนุญาต
ใบอนุญาตเป็นเครื่องมือยืนยันว่าบุคคลผ่านฐานสมาชิก คุณสมบัติ และกระบวนการที่ข้อบังคับกำหนด ส่วนมาตรฐานการให้บริการและจรรยาบรรณควบคุมการปฏิบัติหลังได้รับอนุญาต ระบบจึงไม่จบที่การสอบหรือการออกบัตร ผู้รับอนุญาตต้องดำรงสถานะสมาชิก ต่ออายุหรือดำเนินการตามประเภทใบอนุญาต และรักษาพฤติกรรมทางวิชาชีพ หากประพฤติผิดอาจถูกตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้หรือเพิกถอน กลไกนี้คุ้มครองสาธารณะและทำให้คำว่า “รับอนุญาต” มีความหมายต่อคุณภาพบริการ ไม่เป็นเพียงชื่อตำแหน่ง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์รักษาการตามพระราชบัญญัติ มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมไม่เกินเพดานท้ายกฎหมายและออกระเบียบเพื่อปฏิบัติการ โดยกฎกระทรวงกับระเบียบใช้บังคับเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา รายละเอียดหลายเรื่อง เช่น ประเภทใบอนุญาต อายุ การต่ออายุ การรับรองปริญญา การประเมินความรู้และกระบวนการจรรยาบรรณ จึงอยู่ในข้อบังคับหรือกฎหมายลำดับรอง การอ่านตัวบทแม่ต้องรู้ทั้งกรอบที่กำหนดไว้แน่นอนและส่วนที่มอบให้สภาวิชาชีพกำหนดรายละเอียดต่อ การใช้อำนาจแต่ละชั้นจึงต้องอาศัยฐานกฎหมายที่ตรงกับเรื่องนั้น
บทที่ 2 สภาวิชาชีพในฐานะผู้วางมาตรฐานและพัฒนาวิชาชีพ
กฎหมายจัดตั้งสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์เป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์ควบคุมมาตรฐานและจรรยาบรรณ ส่งเสริมและพัฒนาวิชาชีพ ตลอดจนให้ความช่วยเหลือหรือบริการทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพ ฐานะนิติบุคคลทำให้สภามีสิทธิ หน้าที่ ทรัพย์สิน รายได้และการดำเนินกิจการของตน แต่ต้องเคลื่อนไหวภายในวัตถุประสงค์ของกฎหมาย สภาจึงไม่ใช่หน่วยทะเบียนอย่างเดียว และไม่ใช่สมาคมที่มุ่งประโยชน์สมาชิกอย่างเดียว หากต้องรักษาสมดุลระหว่างคุณภาพบริการต่อประชาชนกับการพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพ วัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่จึงต้องอ่านประกอบกันเสมอ
ด้านการเข้าสู่วิชาชีพ สภารับขึ้นทะเบียน ออกใบอนุญาต ออกหนังสือรับรองการขึ้นทะเบียน และออกหนังสืออนุมัติหรือวุฒิบัตรแสดงความรู้ความชำนาญในสาขาต่าง ๆ สภายังกำหนดมาตรฐานการให้บริการ กำหนดวิชาชีพรับอนุญาตสาขาต่าง ๆ ตามกรอบกฎหมาย และออกคำสั่งอันเกิดจากกระบวนการจรรยาบรรณ อำนาจเหล่านี้เชื่อมกันเป็นวงจร ตั้งแต่กำหนดคุณสมบัติ ประเมินและอนุญาต กำกับพฤติกรรม ไปจนถึงจำกัดหรือยุติสิทธิเมื่อผู้รับอนุญาตไม่รักษามาตรฐาน
ด้านการศึกษาและองค์ความรู้ สภาจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมเองหรือมอบหมายสถาบันอื่น ส่งเสริมการศึกษา การอบรมและการวิจัย รับรองปริญญาเพื่อการสมัครสมาชิก ให้ความเห็นและข้อเสนอแนะต่อหลักสูตรระดับอุดมศึกษา และส่งเสริมการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ประกอบวิชาชีพกับหน่วยงานทางสังคมสงเคราะห์ การรับรองปริญญาจึงมีผลต่อประตูเข้าสมาชิก ส่วนความเห็นต่อหลักสูตรช่วยให้การผลิตบุคลากรสัมพันธ์กับมาตรฐานวิชาชีพ อย่างไรก็ดี รายละเอียดหลักเกณฑ์ต้องเป็นไปตามข้อบังคับ ไม่อาศัยดุลพินิจเฉพาะรายโดยไร้กติกา
ด้านสมาชิก สภาผดุงเกียรติ สิทธิ ความเป็นธรรม ความก้าวหน้า ความสามัคคีและสวัสดิการ พร้อมเป็นตัวแทนผู้ประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ของประเทศไทย บทบาทคุ้มครองวิชาชีพต้องดำเนินคู่กับการคุ้มครองผู้รับบริการ เพราะเกียรติของวิชาชีพเกิดจากมาตรฐานและความรับผิดชอบ ไม่ใช่การปกป้องสมาชิกจากการตรวจสอบ สภาจึงต้องมีทั้งช่องทางให้สมาชิกแสดงความเห็น กลไกออกข้อบังคับ และคณะกรรมการจรรยาบรรณที่แยกหน้าที่พิจารณาการกล่าวหาออกจากการบริหารทั่วไป กฎหมายยังให้อำนาจดำเนินการอื่นเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และอำนาจหน้าที่ของสภา แต่การใช้อำนาจดังกล่าวต้องผูกกับกรอบองค์กรวิชาชีพที่กฎหมายจัดตั้งไว้
รายได้ของสภามาจากเงินอุดหนุนงบประมาณ ค่าขึ้นทะเบียนสมาชิก ค่าบำรุง ค่าธรรมเนียม ผลประโยชน์จากกิจกรรมตามวัตถุประสงค์ เงินหรือทรัพย์สินที่บริจาคหรือมอบให้ ทรัพย์ที่ได้ตามกฎหมายหรือนิติกรรม และดอกผลจากเงินกับทรัพย์สินเหล่านั้น การเงินต้องอยู่ภายใต้ระเบียบเรื่องรับ จ่าย เก็บรักษา จัดหาผลประโยชน์และรายงานสถานะ รัฐมนตรีผู้รักษาการดำรงตำแหน่งสภานายกพิเศษ มีบทบาทกำกับบางมติสำคัญ จึงเกิดโครงสร้างที่สภาบริหารโดยผู้แทนหลายภาคส่วนแต่ยังมีจุดเชื่อมกับความรับผิดชอบของรัฐ
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต