สารบัญ6 หัวข้อหลัก
- 1.บทที่ 1 จากการฟื้นฟูสู่สิทธิ ศักดิ์ศรี และการมีส่วนร่วม
- 2.บทที่ 2 กลไกระดับชาติ สำนักงาน และการกำกับให้สิทธิเกิดผล
- 3.บทที่ 3 การเลือกปฏิบัติ การร้องขอ และการเข้าสู่ระบบสิทธิ
- 4.บทที่ 4 สิทธิ สวัสดิการ องค์กร และศูนย์บริการคนพิการ
- 5.บทที่ 5 กองทุน: เงินสนับสนุนที่ต้องบริหาร ตรวจสอบ และประเมินได้
- 6.บทที่ 6 การมีงานทำ การเข้าถึงสาธารณะ และการบังคับใช้
บทที่ 1 จากการฟื้นฟูสู่สิทธิ ศักดิ์ศรี และการมีส่วนร่วม
พระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. 2550 ปรับกรอบกฎหมายเดิมที่เน้นการฟื้นฟูสมรรถภาพให้กว้างขึ้นเป็นการคุ้มครองสิทธิและพัฒนาคุณภาพชีวิต เหตุผลท้ายกฎหมายชี้ว่าการสงเคราะห์กับการฟื้นฟูตามกฎหมายเก่าไม่สอดคล้องกับสภาพสังคม จึงต้องเพิ่มสิทธิประโยชน์ การคุ้มครองจากการเลือกปฏิบัติ การเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวก และความช่วยเหลือจากรัฐ เป้าหมายไม่ใช่เพียงให้บุคคลปรับตัวต่อความพิการ แต่ต้องทำให้ระบบบริการ สถานที่ ข้อมูล การศึกษา งาน และกิจกรรมสาธารณะเปิดโอกาสให้มีส่วนร่วมได้เสมอภาคกับบุคคลทั่วไป
นิยามคนพิการใช้สององค์ประกอบสัมพันธ์กัน ด้านหนึ่งคือข้อจำกัดในการทำกิจกรรมประจำวันหรือการมีส่วนร่วมซึ่งเกี่ยวกับความบกพร่องทางการเห็น การได้ยิน การเคลื่อนไหว การสื่อสาร จิตใจ อารมณ์ พฤติกรรม สติปัญญา การเรียนรู้ หรือความบกพร่องอื่น อีกด้านคืออุปสรรคในสภาพแวดล้อมหรือสังคมจนเกิดความจำเป็นพิเศษที่ต้องได้รับความช่วยเหลือ ความหมายนี้ทำให้การพิจารณาไม่หยุดที่การวินิจฉัยทางการแพทย์ เพราะข้อจำกัดจริงอาจเกิดจากอาคารที่เข้าไม่ได้ สื่อที่รับรู้ไม่ได้ วิธีบริการที่ไม่ยืดหยุ่น หรือกติกาที่ทำให้เสียโอกาสด้วย
การฟื้นฟูสมรรถภาพหมายถึงการเสริมสร้างหรือรักษาความสามารถผ่านกระบวนการทางการแพทย์ ศาสนา การศึกษา สังคม อาชีพ หรือกระบวนการอื่น เพื่อให้ทำงานและดำรงชีวิตในสังคมได้เต็มศักยภาพ ส่วนการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตครอบคลุมกว้างกว่า เพราะรวมการฟื้นฟู การจัดสวัสดิการ การส่งเสริมและพิทักษ์สิทธิ การดำรงชีวิตอิสระ ศักดิ์ศรี ความเสมอภาค การมีส่วนร่วม และสภาพแวดล้อมที่เข้าถึงได้ การแยกสองคำนี้ช่วยให้ไม่เข้าใจว่าการได้รับการรักษาหรืออุปกรณ์แล้วทำให้หน้าที่ของรัฐสิ้นสุดลงทันที การแก้ไขเพิ่มเติมในปี 2556 จึงเพิ่มเครื่องมือด้านการตรวจสิทธิ องค์กร และศูนย์บริการเพื่อให้หลักการกว้างนี้เกิดผลในทางปฏิบัติ
กฎหมายกำหนดบุคคลและองค์กรรอบตัวคนพิการไว้หลายบทบาท ผู้ดูแลคนพิการอาจเป็นบุคคลในครอบครัวหรือบุคคลอื่นที่รับดูแลและอุปการะ ส่วนผู้ช่วยคนพิการเป็นผู้ช่วยเฉพาะบุคคลในการทำกิจวัตรสำคัญเพื่อการดำรงชีวิต องค์การคนพิการแต่ละประเภทเป็นองค์กรสมาชิกระดับชาติตามประเภทความพิการและมีบทบาทในกลไกนโยบาย ขณะที่องค์กรด้านคนพิการหรือองค์กรบริการซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานสามารถเรียกร้องแทน ให้ความช่วยเหลือ จัดหางาน และจัดกิจกรรมได้ ความสัมพันธ์นี้ทำให้คนพิการไม่ต้องต่อสู้กับระบบบริการโดยลำพัง
คำว่าหน่วยงานของรัฐครอบคลุมกระทรวง กรม ส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งตามกฎหมาย และหน่วยงานอื่นของรัฐ เมื่อหน่วยงานใดรับผิดชอบเรื่องใดโดยตรง หน่วยงานนั้นต้องส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการตามอำนาจของตน หลักนี้ทำให้งานคนพิการไม่ถูกจำกัดอยู่ที่กระทรวงด้านสังคม แต่กระจายไปยังสาธารณสุข การศึกษา แรงงาน คมนาคม มหาดไทย ดิจิทัล และบริการสาธารณะทุกประเภท โดยมีกลไกกลางประสานให้สิทธิจากหลายระบบต่อกันได้
บทที่ 2 กลไกระดับชาติ สำนักงาน และการกำกับให้สิทธิเกิดผล
คณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการแห่งชาติเป็นกลไกระดับนโยบาย มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นรองประธาน ร่วมกับปลัดกระทรวงและหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ผู้แทนองค์การคนพิการแต่ละประเภทเจ็ดคน ผู้ทรงคุณวุฒิหกคน และผู้อำนวยการสำนักงานเป็นกรรมการและเลขานุการ องค์ประกอบนี้วางผู้กำหนดนโยบาย ผู้รับผิดชอบบริการ และผู้แทนคนพิการไว้ในโต๊ะเดียวกัน เพื่อให้การตัดสินใจไม่เกิดจากฝ่ายราชการเพียงด้านเดียวและสามารถมอบหมายหน่วยเจ้าภาพได้ตรงกับสิทธิแต่ละเรื่อง
อำนาจของคณะกรรมการครอบคลุมการเสนอนโยบาย แผนหลัก และโครงการต่อคณะรัฐมนตรีโดยคำนึงถึงพันธกรณีระหว่างประเทศ การให้ความเห็นต่อกฎของรัฐมนตรี การเสนอความเห็นต่อกฎหมายหรือนโยบายที่กระทบคนพิการ การกำหนดวิธีช่วยเหลือและบริการ การวินิจฉัยให้เพิกถอนหรือห้ามการเลือกปฏิบัติ การสนับสนุนหน่วยงานของรัฐและเอกชน การวางระเบียบกองทุน การอนุมัติโครงการที่เกินอำนาจอนุกรรมการ และการรับรององค์กรบริการ อำนาจเหล่านี้เชื่อมสิทธิรายบุคคลกับการออกแบบระบบและงบประมาณ
กรรมการที่แต่งตั้งมีวาระสามปีและอาจได้รับแต่งตั้งอีก การประชุมต้องมีองค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง ใช้เสียงข้างมาก และต้องประชุมไม่น้อยกว่าปีละสามครั้ง คณะกรรมการยังแต่งตั้งคณะอนุกรรมการตามประเภทความพิการ คณะอนุกรรมการประจำจังหวัด และคณะอื่นตามภารกิจ โดยแต่ละคณะต้องมีคนพิการซึ่งมีบัตรประจำตัวอย่างน้อยหนึ่งคน การกระจายกลไกเช่นนี้ทำให้ประสบการณ์ของความพิการแต่ละประเภทและสภาพบริการในแต่ละจังหวัดเข้าสู่กระบวนการพิจารณาได้โดยตรง ไม่ถูกลดเหลือค่าเฉลี่ยระดับประเทศ
สำนักงานทำหน้าที่ประสานนโยบายกับหน่วยงานรัฐและเอกชนทั้งในและต่างประเทศ สำรวจและเก็บข้อมูลสถานการณ์คุณภาพชีวิต จัดทำแผน วิจัย ติดตาม ประเมินผล เสริมความเข้มแข็งให้องค์กรคนพิการ และตรวจสอบว่าคนพิการได้รับสิทธิจริงหรือไม่ เมื่อพบหน่วยงาน องค์กร หรือบุคคลที่มีหน้าที่แต่ฝ่าฝืน สำนักงานต้องแจ้งให้ปฏิบัติให้ถูกต้อง หากเป็นหน่วยงานรัฐแล้วยังไม่แก้ ต้องรายงานคณะกรรมการเพื่อพิจารณาก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี หากเป็นเอกชนหรือบุคคลต้องประสานหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย และติดตามไม่ให้หน่วยงานนั้นละเลยหรือล่าช้าจนเกิดความเสียหาย การแก้ไขเพิ่มเติมยกระดับสำนักงานให้มีฐานะเป็นกรมและเน้นบทบาทตรวจสอบ แนะนำ กับช่วยให้เข้าถึงสิทธิอย่างชัดเจน
พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกให้นายจ้าง เจ้าของสถานประกอบการ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้องชี้แจง ส่งผู้แทน ให้ถ้อยคำ และส่งเอกสารหรือพยานหลักฐาน อำนาจนี้เป็นส่วนรวบรวมข้อเท็จจริง ไม่ใช่ผลตัดสินสุดท้าย ส่วนการวางนโยบายและวินิจฉัยอยู่ที่คณะกรรมการ ขณะที่สำนักงานรับผิดชอบการประสานและติดตามการแก้ไข การแยกบทบาทช่วยให้การบังคับสิทธิมีทั้งข้อมูล ผู้ตัดสิน และช่องทางสั่งการ หากขาดส่วนใด สิทธิอาจเหลือเพียงข้อความในกฎหมายโดยไม่มีหน่วยรับเรื่องหรือหลักฐานสำหรับแก้ความเดือดร้อน
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต