สารบัญ6 หัวข้อหลัก
บทที่ 1 จากคำสั่งเดินทางสู่สิทธิที่ตรวจสอบได้
ระเบียบว่าด้วยการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการทำหน้าที่แปลงสิทธิซึ่งกฎหมายแม่บทรับรองไว้ให้เป็นหลักเกณฑ์ที่ใช้คำนวณและตรวจจ่ายได้จริง เนื้อหาครอบคลุมทั้งการเดินทางในราชอาณาจักร การเดินทางต่างประเทศชั่วคราว การเดินทางประจำในต่างประเทศ และขั้นตอนพิสูจน์การจ่ายเงิน จึงไม่อาจเริ่มพิจารณาจากอัตราเงินเพียงอย่างเดียว การเบิกที่ชอบต้องมีการเดินทางเพื่อราชการที่ได้รับอนุมัติ ระยะเวลาสัมพันธ์กับภารกิจ ประเภทค่าใช้จ่ายตรงกับข้อเท็จจริง และหลักฐานรองรับจำนวนที่ขอเบิก หลักความจำเป็น เหมาะสม และประหยัดกำกับทุกชั้นของการใช้สิทธิ แม้บางรายการจะกำหนดเป็นการเหมาจ่ายก็ตาม
โครงสิทธิของการเดินทางหนึ่งครั้ง
แต่ละช่วงส่งข้อมูลต่อกันและต้องย้อนตรวจได้ถึงคำสั่งต้นทาง
- 1อนุมัติภารกิจและเวลาระบุเหตุราชการ ช่วงเดินทาง วันลา และผู้มีอำนาจ
- 2จำแนกพื้นที่และรายการแยกในประเทศ ต่างประเทศชั่วคราว หรือต่างประเทศประจำ
- 3เทียบสิทธิและอัตราล่าสุดดูวิธีเบิก กลุ่มตำแหน่ง เส้นทาง ประเทศ และเหตุพิเศษ
- 4พิสูจน์และตรวจจ่ายหักความช่วยเหลือ แนบหลักฐาน รับรอง และอนุมัติตามเงื่อนไข
ถ้อยคำสำคัญช่วยแยกสิทธิที่มักปะปนกัน ค่าเช่าที่พักหมายถึงค่าเช่าห้องพักในโรงแรมหรือที่พักแรม ยานพาหนะประจำทางครอบคลุมรถไฟ รถโดยสาร เรือกลเดินประจำทาง และบริการขนส่งที่เปิดแก่บุคคลทั่วไปเป็นประจำโดยมีเส้นทาง อัตราค่าโดยสาร และค่าระวางแน่นอน ส่วนพาหนะส่วนตัวคือรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่มิใช่ของทางราชการ ไม่ว่าผู้เดินทางจะเป็นเจ้าของเองหรือเป็นเพียงผู้ครอบครอง คำว่า พ.ข.ต. หมายถึงเงินเพิ่มพิเศษสำหรับข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่ประจำอยู่ในต่างประเทศ และใช้เป็นฐานคำนวณสิทธิบางกรณีของคู่สมรสกับบุตร
จุดเริ่มของการเบิกคือการอนุมัติระยะเวลาเดินทาง ผู้มีอำนาจตามระเบียบว่าด้วยการอนุมัติให้เดินทางไปราชการและการจัดการประชุมของทางราชการอาจอนุมัติช่วงล่วงหน้าก่อนเริ่มงานหรือช่วงหลังเสร็จงานได้เท่าที่จำเป็นและเหมาะสม หากผู้เดินทางนำวันลากิจหรือลาพักผ่อนมาต่อกับการเดินทาง แม้การลาจะได้รับอนุมัติแล้วก็ยังต้องขออนุมัติช่วงเวลาดังกล่าวในฐานะส่วนที่เกี่ยวกับการเดินทางอีกชั้นหนึ่ง หลักนี้แยกสิทธิในการลาออกจากสิทธิใช้เงินราชการอย่างชัดเจน และป้องกันไม่ให้นำเวลาส่วนตัวมาคำนวณเป็นค่าใช้จ่ายโดยอัตโนมัติ
การเดินทางต่างประเทศชั่วคราวมีกรอบเวลาล่วงหน้าและหลังภารกิจตามระยะทาง ประเทศในทวีปเอเชียอนุมัติได้ด้านละไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมง ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ ประเทศในทวีปยุโรป หรืออเมริกาเหนือได้ด้านละไม่เกินสี่สิบแปดชั่วโมง ส่วนประเทศในอเมริกาใต้หรือแอฟริกาได้ด้านละไม่เกินเจ็ดสิบสองชั่วโมง ฉบับแก้ไขล่าสุดเปิดทางให้กรณีจำเป็นซึ่งต้องเกินกรอบดังกล่าวขออนุมัติจากปลัดกระทรวงเจ้าสังกัดหรือผู้บังคับบัญชาระดับเดียวกันตามโครงสร้างของทหาร ตำรวจ หรือส่วนราชการที่ไม่มีปลัดกระทรวง การเกินเวลาไม่เกิดสิทธิเองเพียงเพราะมีค่าใช้จ่ายจริง
หากส่วนราชการไม่สามารถปฏิบัติตามระเบียบได้ ต้องขอทำความตกลงกับกระทรวงการคลัง มิใช่ออกแนวทางภายในเพื่อลดหรือขยายเงื่อนไขเอง การอ่านสิทธิแต่ละรายการจึงต้องตอบให้ครบว่าใครเป็นผู้เดินทาง เดินทางในหรือต่างประเทศ ใช้วิธีเบิกแบบใด อยู่ในกลุ่มตำแหน่งใด และมีเหตุพิเศษที่ต้องใช้ดุลพินิจหรือไม่ เมื่อวางคำตอบตามลำดับนี้ บัญชีอัตราท้ายระเบียบจะเป็นเพียงขั้นคำนวณ ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของการตัดสินสิทธิ และช่วยลดความผิดพลาดจากการหยิบอัตราที่ถูกแทนที่โดยฉบับแก้ไขมาใช้
บทที่ 2 เบี้ยเลี้ยงและที่พักในราชอาณาจักร
การเดินทางในราชอาณาจักรผูกสิทธิหลักไว้กับเบี้ยเลี้ยงเดินทาง ค่าเช่าที่พัก และค่าขนย้ายสิ่งของส่วนตัวในการเดินทางไปราชการประจำ โดยอัตราที่ใช้ปัจจุบันต้องอ่านจากบัญชีซึ่งฉบับแก้ไขล่าสุดนำมาแทนบัญชีเดิม เบี้ยเลี้ยงเป็นการเหมาจ่ายตามวันและกลุ่มตำแหน่ง ค่าเช่าที่พักเปิดให้เลือกได้ทั้งจ่ายจริงกับเหมาจ่าย ส่วนค่าขนย้ายอาศัยอัตราตามระยะทางที่บัญชีกำหนด การที่รายการหนึ่งเป็นเหมาจ่ายหมายถึงไม่ต้องพิสูจน์ยอดค่าใช้จ่ายย่อยทุกบาท แต่ยังต้องพิสูจน์ว่าการเดินทางและจำนวนวันที่นำมาคำนวณอยู่ในสิทธิ
| รายการ | กลุ่มตำแหน่ง | อัตราหรือเงื่อนไขสำคัญ |
|---|---|---|
| เบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย | กลุ่มระดับต้นถึงกลาง | 240 บาทต่อวันต่อคน |
| เบี้ยเลี้ยงเหมาจ่าย | กลุ่มระดับสูง | 270 บาทต่อวันต่อคน |
| ที่พักจ่ายจริง | ระดับต้นถึงกลาง | ห้องเดี่ยว 1,500 บาท หรือห้องคู่ 850 บาทต่อวันต่อคน |
| ที่พักจ่ายจริง | ระดับสูงขึ้น | ห้องเดี่ยว 2,200 บาท หรือห้องคู่ 1,200 บาทต่อวันต่อคน |
| ที่พักจ่ายจริง | ระดับสูงสุดตามบัญชี | ห้องเดี่ยว 2,500 บาท หรือห้องคู่ 1,400 บาทต่อวันต่อคน |
| ที่พักเหมาจ่าย | กลุ่มแรกและกลุ่มสูงขึ้น | 800 บาท หรือ 1,200 บาทต่อวันต่อคนตามกลุ่มตำแหน่ง |
อัตราเบี้ยเลี้ยงแบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ กลุ่มผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไประดับอาวุโสลงมา วิชาการระดับชำนาญการพิเศษลงมา อำนวยการระดับต้น หรือตำแหน่งเทียบเท่า รวมถึงทหารและตำรวจตามชั้นที่บัญชีกำหนด มีอัตราวันละสองร้อยสี่สิบบาทต่อคน กลุ่มประเภททั่วไประดับทักษะพิเศษ วิชาการระดับเชี่ยวชาญขึ้นไป อำนวยการระดับสูง บริหาร หรือตำแหน่งเทียบเท่า รวมถึงทหารและตำรวจชั้นสูงตามบัญชี มีอัตราวันละสองร้อยเจ็ดสิบบาทต่อคน การเทียบสิทธิต้องดูประเภทและระดับตำแหน่ง มิใช่ดูชื่อหน่วยงานหรืออายุราชการ
ค่าเช่าที่พักแบบจ่ายจริงของกลุ่มแรกมีเพดานห้องพักคนเดียวหนึ่งพันห้าร้อยบาท และห้องพักคู่แปดร้อยห้าสิบบาทต่อวันต่อคน เมื่อเดินทางเป็นหมู่คณะต้องพักรวมกันตั้งแต่สองคนต่อหนึ่งห้องและใช้เพดานห้องคู่ เว้นแต่สภาพบุคคลหรือเหตุจำเป็นทำให้พักร่วมกันไม่เหมาะสม จึงใช้เพดานห้องเดี่ยวได้ กลุ่มประเภททั่วไประดับทักษะพิเศษ วิชาการระดับเชี่ยวชาญ อำนวยการระดับสูง หรือบริหารระดับต้นตามบัญชี ใช้เพดานสองพันสองร้อยบาทสำหรับห้องเดี่ยวและหนึ่งพันสองร้อยบาทสำหรับห้องคู่ โดยเลือกห้องเดี่ยวหรือห้องคู่ได้ตามสิทธิ
ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงสุดตามบัญชี เช่น วิชาการระดับทรงคุณวุฒิ บริหารระดับสูง หรือตำแหน่งเทียบเท่า รวมถึงยศทหารและตำรวจตามที่กำหนด มีเพดานจ่ายจริงสองพันห้าร้อยบาทสำหรับห้องเดี่ยวและหนึ่งพันสี่ร้อยบาทสำหรับห้องคู่ หากเดินทางเป็นหมู่คณะในฐานะหัวหน้าคณะและจำเป็นต้องใช้สถานที่เดียวกับที่พักเป็นจุดประสานงาน อาจเบิกห้องเพิ่มอีกหนึ่งห้องในอัตราห้องเดี่ยว หรือเลือกห้องชุดแทนได้ไม่เกินสองเท่าของอัตราห้องเดี่ยว เงื่อนไขนี้รองรับหน้าที่ประสานงาน มิใช่สิทธิที่ติดกับตำแหน่งโดยไม่ต้องมีเหตุจำเป็น
การเลือกค่าเช่าที่พักแบบเหมาจ่ายใช้อัตราวันละแปดร้อยบาทสำหรับกลุ่มแรก และวันละหนึ่งพันสองร้อยบาทสำหรับกลุ่มตำแหน่งสูงขึ้นตามบัญชี หากเป็นการเดินทางเป็นหมู่คณะ ทุกคนต้องเลือกเบิกในลักษณะเดียวกันทั้งคณะ เพื่อไม่ให้สมาชิกบางคนเลือกจ่ายจริงและบางคนเลือกเหมาจ่ายภายใต้การจัดที่พักชุดเดียวกัน ในท้องที่ค่าครองชีพสูงหรือแหล่งท่องเที่ยว หัวหน้าส่วนราชการเจ้าของงบประมาณอาจอนุมัติค่าเช่าที่พักแบบจ่ายจริงสูงกว่าเพดานได้อีกไม่เกินร้อยละยี่สิบห้า ส่วนผู้ดำรงตำแหน่งที่บัญชีพิเศษระบุไว้เบิกตามที่จ่ายจริงได้ตามความจำเป็น เหมาะสม และประหยัด
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต