กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุม ระหว่างประเทศ พ.ศ. 2555 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

จากการจำแนกกิจกรรมและผู้มีสิทธิ สู่การควบคุมอัตรา หลักฐาน และการรายงานผล

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 26 นาที · มีต้นฉบับจาก cgd.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

บทที่ 1 กรอบเดียวของสามกิจกรรมและเส้นแบ่งที่ต้องรู้

ระเบียบชุดนี้จัดค่าใช้จ่ายของกิจกรรมพัฒนาบุคลากรและกิจกรรมราชการสามลักษณะไว้ในกรอบเดียวกัน ได้แก่ การฝึกอบรม การจัดงาน และการประชุมระหว่างประเทศ ฐานเดิมเริ่มใช้ใน พ.ศ. 2549 ก่อนปรับปรุงใน พ.ศ. 2552 และ พ.ศ. 2555 เพื่อให้หลักเกณฑ์เหมาะกับการปฏิบัติมากขึ้น การแก้ไขใน พ.ศ. 2555 มีผลตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงต้องอ่านสาระที่แก้ไขร่วมกับหลักเดิมซึ่งยังไม่ถูกแทนที่ ไม่ใช่นำปีของระเบียบแต่ละฉบับมาแยกเป็นคนละระบบ

แกนของระเบียบคือการควบคุมการใช้เงินให้ผูกกับวัตถุประสงค์ ผู้มีสิทธิ และลักษณะบริการที่จัดจริง การเบิกเงินและหลักฐานการจ่ายต้องเป็นไปตามวิธีที่กระทรวงการคลังกำหนด หากเกิดปัญหาในการปฏิบัติ ปลัดกระทรวงการคลังเป็นผู้วินิจฉัย และถ้าส่วนราชการจำเป็นต้องเบิกนอกเหนือจากหลักเกณฑ์หรืออัตราที่วางไว้ ต้องทำความตกลงกับกระทรวงการคลังก่อน หลักความจำเป็น เหมาะสม และประหยัดจึงเป็นเงื่อนไขกำกับทุกกิจกรรม มิใช่ถ้อยคำประกอบการอนุมัติเท่านั้น

การฝึกอบรมหมายถึงกิจกรรมที่มุ่งพัฒนาบุคคลหรือเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน อาจใช้ชื่อว่าการประชุมทางวิชาการ การประชุมเชิงปฏิบัติการ การสัมมนา การบรรยายพิเศษ การฝึกศึกษา การดูงาน การฝึกงาน หรือชื่ออย่างอื่น ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ชื่อกิจกรรมไม่ใช่ตัวตัดสินเพียงอย่างเดียว ต้องดูวัตถุประสงค์และรูปแบบจริงด้วย เพราะการเรียกกิจกรรมว่า “ประชุม” อาจยังเป็นการฝึกอบรมได้ หากมีโครงการ หลักสูตร และกระบวนการพัฒนาความรู้ตามความหมายนี้

ความสัมพันธ์ของกิจกรรมในระเบียบ

สามกิจกรรมมีฐานต่างกัน แต่เชื่อมกันเมื่อมีอาหาร ที่พัก พาหนะ หรือกิจกรรมประกอบ

  1. 1การฝึกอบรมมุ่งพัฒนาบุคคลหรือประสิทธิภาพงาน มีโครงการ หลักสูตร และช่วงเวลาชัดเจน
  2. 2การจัดงานเกิดจากแผนงาน โครงการ ภารกิจปกติ หรือนโยบายของทางราชการ
  3. 3การประชุมระหว่างประเทศส่วนราชการเป็นเจ้าภาพทั้งหมดหรือบางส่วนและเชื่อมหลักค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

โครงการฝึกอบรมต้องมีหลักสูตรหรือโครงการรองรับ ระบุช่วงเวลาจัดแน่นอน และมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาบุคคลหรือเพิ่มประสิทธิภาพงาน โดยต้องไม่เป็นการจัดการศึกษาเพื่อรับปริญญาหรือประกาศนียบัตรวิชาชีพ การดูงานอาจกำหนดอยู่ก่อน ระหว่าง หรือหลังการฝึกอบรมหรือการประชุมระหว่างประเทศ และอาจเป็นโครงการดูงานภายในประเทศที่หน่วยงานของรัฐจัดขึ้นโดยเฉพาะ เงื่อนไขเหล่านี้ทำให้เอกสารอนุมัติต้องสะท้อนสาระของกิจกรรม ไม่ใช่มีเพียงชื่อกับงบประมาณ

การจัดงานต่างจากการฝึกอบรมตรงที่เกิดตามแผนงาน โครงการ ภารกิจปกติ หรือนโยบายของทางราชการ และไม่จำเป็นต้องมีหลักสูตรพัฒนาบุคลากร ส่วนการประชุมระหว่างประเทศเป็นกิจกรรมที่ส่วนราชการเป็นเจ้าภาพทั้งหมดหรือบางส่วนและมีผู้เข้าร่วมในฐานะระหว่างประเทศ การจำแนกให้ถูกตั้งแต่ต้นมีผลต่อผู้อนุมัติ รายการค่าใช้จ่าย อัตราที่นำมาใช้ และหลักฐานที่จะต้องจัดเก็บ หากกิจกรรมหนึ่งมีองค์ประกอบซ้อนกัน ต้องแยกแต่ละส่วนตามลักษณะจริงแล้วเชื่อมหลักเกณฑ์ที่ระเบียบให้นำมาใช้โดยอนุโลม

ในทางปฏิบัติ การตรวจจึงเริ่มจากคำถามว่าโครงการทำอะไรและต้องการผลลัพธ์ใด แล้วจึงพิจารณาว่าใครเป็นผู้จัด ใครเป็นผู้เข้าร่วม และบริการใดเกิดขึ้นจริง ลำดับนี้ช่วยให้กิจกรรมชื่อใกล้กันไม่ถูกจับเข้าฐานเดียวโดยอัตโนมัติ เช่น การประชุมเพื่อบริหารงานทั่วไปไม่กลายเป็นการฝึกอบรมเพียงเพราะมีการบรรยาย และงานตามนโยบายไม่กลายเป็นการประชุมระหว่างประเทศเพียงเพราะมีชาวต่างประเทศเข้าร่วม เมื่อฐานกิจกรรมชัด การเลือกอัตราและเอกสารจะตามมาอย่างมีเหตุผล

หัวข้อ 2

บทที่ 2 จากโครงการสู่ประเภท ผู้มีสิทธิ และผู้รับผิดชอบจ่าย

เมื่อยืนยันว่าเป็นการฝึกอบรมแล้ว ขั้นต่อไปคือจำแนกระดับของผู้เข้าร่วม ระเบียบแบ่งการฝึกอบรมข้าราชการเป็นประเภท ก และประเภท ข ประเภท ก ใช้เมื่อผู้เข้าอบรมเกินกึ่งหนึ่งเป็นบุคลากรของรัฐในระดับบริหารสูง บริหารต้น อำนวยการสูง เชี่ยวชาญ ทรงคุณวุฒิ ทักษะพิเศษ หรือระดับเทียบเท่า ส่วนประเภท ข ใช้กับผู้เข้าอบรมเกินกึ่งหนึ่งในระดับอำนวยการต้น ปฏิบัติการ ชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ ปฏิบัติงาน ชำนาญงาน อาวุโส หรือระดับเทียบเท่า ฐานการพิจารณาจึงอยู่ที่สัดส่วนผู้เข้าร่วม มิใช่ระดับของประธานหรือวิทยากร

การฝึกอบรมบุคคลภายนอกเป็นฐานแยกจากสองประเภทข้างต้น หมายถึงการฝึกอบรมที่ผู้เข้าร่วมเกินกึ่งหนึ่งมิใช่บุคลากรของรัฐ และจัดได้เฉพาะในประเทศไทย การใช้คำว่า “ประเภท ค” กับกิจกรรมนี้ทำให้สับสนกับกลุ่มประเทศที่ใช้กำหนดค่าที่พักต่างประเทศ จึงต้องเรียกตามชื่อจริงว่า “การฝึกอบรมบุคคลภายนอก” ข้อจำกัดเรื่องสถานที่ยังทำให้ไม่อาจนำอัตราต่างประเทศของการฝึกอบรมข้าราชการมาใช้กับฐานนี้โดยตรง

บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเบิกมิได้มีเพียงผู้เข้ารับการฝึกอบรม ระเบียบครอบคลุมประธานในพิธีเปิดหรือพิธีปิด แขกผู้มีเกียรติและผู้ติดตาม เจ้าหน้าที่ วิทยากร ผู้เข้ารับการฝึกอบรม และผู้สังเกตการณ์ คำว่า “บุคลากรของรัฐ” รวมข้าราชการทุกประเภท พนักงาน ลูกจ้างของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ ส่วน “เจ้าหน้าที่” คือบุคลากรของรัฐที่ได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานตามระเบียบ รวมถึงบุคคลที่แต่งตั้งให้ทำหน้าที่และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยด้วย

  1. 1อนุมัติโครงการหรือหลักสูตร
  2. 2จำแนกประเภทจากผู้เข้าร่วมเกินกึ่งหนึ่ง
  3. 3ระบุบุคคลและบทบาทที่เบิกได้
  4. 4กำหนดว่าผู้จัดหรือต้นสังกัดรับผิดชอบแต่ละรายการ
  5. 5เทียบตำแหน่งเมื่อผู้มีสิทธิมิใช่บุคลากรของรัฐ

ส่วนราชการที่จัดการฝึกอบรมเป็นผู้เบิกจ่ายค่าใช้จ่ายเป็นหลัก แต่สามารถตกลงให้ส่วนราชการต้นสังกัดของผู้เข้าร่วมเป็นผู้เบิกจ่ายได้ การกำหนดผู้รับผิดชอบต้องทำตั้งแต่ขั้นอนุมัติโครงการ เพราะถ้าผู้จัดรับผิดชอบอาหาร ที่พัก หรือพาหนะแล้ว ผู้เข้าร่วมจะเบิกซ้ำจากต้นสังกัดไม่ได้ ในทางกลับกัน หากผู้จัดมิได้จัดบริการทั้งหมดหรือจัดเพียงบางส่วน ผู้มีสิทธิจึงเบิกส่วนที่ขาดตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง ความสัมพันธ์นี้ทำให้หนังสือเชิญ กำหนดการ และข้อความว่าผู้จัดรับผิดชอบรายการใดเป็นหลักฐานสำคัญต่อการเบิก

การเทียบตำแหน่งใช้เมื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องมิได้เป็นบุคลากรของรัฐ ผู้ที่เคยเป็นบุคลากรของรัฐให้เทียบตามระดับครั้งสุดท้ายก่อนออกจากราชการหรือออกจากงาน บุคคลที่กระทรวงการคลังเคยกำหนดระดับไว้แล้วใช้ระดับนั้น วิทยากรของการฝึกอบรมประเภท ก เทียบเท่าระดับบริหารสูง ส่วนวิทยากรของประเภท ข และการฝึกอบรมบุคคลภายนอกเทียบเท่าระดับอำนวยการต้น ผู้เข้าร่วมที่มิใช่บุคลากรของรัฐเทียบได้ไม่เกินสิทธิของระดับซึ่งระเบียบกำหนดให้สอดคล้องกับประเภทกิจกรรม

ฐานะของบุคคลยังต้องอ่านร่วมกับบทบาทในโครงการ คนเดียวกันอาจเป็นบุคลากรของรัฐแต่ได้รับเชิญมาในฐานะวิทยากร หรือเป็นเจ้าหน้าที่ผู้จัดซึ่งต้องเดินทางจากที่ทำงานปกติ สิทธิของเขาจึงไม่ได้เกิดจากตำแหน่งอย่างเดียว แต่เกิดจากบทบาท รายการที่ผู้จัดรับผิดชอบ และข้อตกลงกับต้นสังกัด การจัดรายชื่อแยกตามบทบาทก่อนประมาณการค่าใช้จ่ายช่วยลดปัญหาใช้เพดานผิดกลุ่ม และทำให้ตรวจได้ว่าค่าพาหนะ ที่พัก อาหาร หรือค่าสมนาคุณถูกเบิกจากหน่วยใดเพียงแห่งเดียว

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก cgd.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต