ระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2543

กรอบปฏิบัติการดำเนินคดีปกครองไทย ตั้งแต่ฟ้องคดีจนถึงบังคับตามคำพิพากษา

1. ที่มาและสถานะของระเบียบ2. นิยามศัพท์สำคัญที่ต้องจำ3. โครงสร้างศาลปกครองและองค์คณะ4. อำนาจของที่ประชุมใหญ่5. สิทธิและเงื่อนไขการฟ้องคดี6. รูปแบบคำฟ้องและกระบวนการรับคำฟ้อง7. ระยะเวลายื่นคำให้การและการแก้ไขคำฟ้อง8. ระบบไต่สวน: หัวใจของกระบวนพิจารณาคดีปกครอง9. อำนาจของตุลาการเจ้าของสำนวนในการดำเนินคดี10. คำขอคุ้มครองชั่วคราวก่อนพิพากษา11. การจำหน่ายคดีและการถอนฟ้อง12. องค์ประกอบและผลของคำพิพากษา13. ประเภทคำบังคับและการบังคับตามคำพิพากษา14. กระบวนการอุทธรณ์คำพิพากษา15. คดีที่ฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดโดยตรงในฐานะศาลชั้นต้น16. ตารางสรุประยะเวลาสำคัญทั้งหมด
1

ที่มาและสถานะของระเบียบ

ส่วนนี้อธิบายว่าระเบียบนี้คืออะไร ออกมาจากไหน และอยู่ในลำดับชั้นกฎหมายระดับไหน — เพราะถ้าไม่รู้จุดนี้จะเข้าใจว่ากฎหมายใดใช้ก่อนหลังไม่ได้

ระเบียบฉบับนี้ออกโดยอาศัยอำนาจที่กฎหมายแม่บท คือ พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 มอบให้ที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด เพื่อกำหนดรายละเอียดกระบวนพิจารณาที่กฎหมายแม่บทยังไม่ได้ระบุไว้อย่างชัดเจน ดังนั้นระเบียบนี้จึงเป็น "กฎหมายลูก" ที่ใช้ควบคู่กับกฎหมายแม่บท ใช้บังคับทั้งศาลปกครองชั้นต้นและศาลปกครองสูงสุด

เมื่อเกิดกรณีที่ระเบียบนี้ไม่ได้กำหนดไว้ ให้ใช้กฎหมายตามลำดับดังนี้

ระเบียบฉบับนี้ (ลำดับแรก)พ.ร.บ. จัดตั้งศาลปกครอง 2542 (หากยังไม่ครอบคลุม)ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โดยอนุโลม (เท่าที่ไม่ขัดธรรมชาติคดีปกครอง)
2

นิยามศัพท์สำคัญที่ต้องจำ

ส่วนนี้อธิบายความหมายของคำที่ผูกกับสิทธิและอำนาจตามระเบียบ — เพราะข้อสอบมักถามว่าใครมีอำนาจทำอะไร และใครคือ "คู่กรณี"

"คู่กรณี" คือ ผู้ฟ้องคดี ผู้ถูกฟ้องคดี และผู้ร้องสอด สิทธิและหน้าที่ตามระเบียบนี้ส่วนใหญ่ผูกกับสถานะนี้ ดังนั้นก่อนวิเคราะห์ว่าใครทำอะไรได้ ต้องระบุสถานะให้ได้ก่อน

"ตุลาการเจ้าของสำนวน" คือ ตุลาการที่รับผิดชอบสำนวนคดีใดคดีหนึ่ง มีหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐาน สรุปข้อเท็จจริง และดำเนินกระบวนพิจารณา แต่ไม่มีอำนาจพิพากษาคดีเอง — ต่างจากคดีแพ่งตรงที่มีบทบาท "เชิงรุก" ค้นหาความจริง ไม่ใช่แค่รอรับข้อมูลจากคู่กรณี

"คำสั่งทางปกครอง" คือ การใช้อำนาจตามกฎหมายของเจ้าหน้าที่ที่มีผลก่อ เปลี่ยนแปลง โอน สงวน ระงับ หรือกระทบต่อสิทธิหรือหน้าที่ของบุคคล ไม่ว่าถาวรหรือชั่วคราว นิยามนี้ใช้เป็นฐานกำหนดขอบเขตอำนาจของศาลปกครองด้วย

คำ
ความหมายย่อ
เหตุที่สำคัญ
องค์คณะ
คณะตุลาการที่พิจารณาพิพากษาคดี
มีจำนวนต่างกันในแต่ละชั้นศาล — ดูตารางองค์คณะ
ที่ประชุมใหญ่
ตุลาการในศาลปกครองสูงสุดทั้งหมด
วินิจฉัยปัญหากฎหมายสำคัญ + วางบรรทัดฐาน
พนักงานเจ้าหน้าที่
บุคลากรธุรการของศาล
รับคำฟ้อง ส่งหมาย จัดทำสำนวน
3

โครงสร้างศาลปกครองและองค์คณะ

ส่วนนี้เทียบให้เห็นว่าแต่ละชั้นศาลต่างกันอย่างไร และต้องใช้ตุลาการกี่คน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจ

ระบบศาลปกครองไทยมีสองชั้น คือ ศาลปกครองชั้นต้น (ศาลปกครองกลางและภูมิภาค) และ ศาลปกครองสูงสุด ซึ่งโดยปกติทำหน้าที่ศาลอุทธรณ์ขั้นสุดท้าย แต่มีคดีบางประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสูงสุดได้โดยตรงในฐานะศาลชั้นต้น เช่น คดีเกี่ยวกับการกระทำของรัฐมนตรี

ระดับ
จำนวนตุลาการในองค์คณะ
หมายเหตุ
ศาลปกครองชั้นต้น
อย่างน้อย 3 คน
ศาลปกครองสูงสุด
อย่างน้อย 5 คน
ที่ประชุมใหญ่
ไม่น้อยกว่า 2/3 ของตุลาการทั้งหมด และ ไม่น้อยกว่า 9 คน
คดีสำคัญหรือปัญหากฎหมายที่ต้องวางบรรทัดฐาน
สมาชิก PRO
อ่านสรุปฉบับเต็ม ครบทุกหัวข้อ
อ่านง่าย จำได้จริง · บุ๊คมาร์คอ่านต่อจากที่ค้างไว้อัตโนมัติ
99 บาท/เดือน →

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต