บทที่ 1 ขอบเขตความลับ ผู้รับผิดชอบ และระดับความเสียหาย
ระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการวางระบบคุ้มครองข้อมูลข่าวสารซึ่งกฎหมายข้อมูลข่าวสารของราชการยอมให้มีคำสั่งไม่เปิดเผย และอยู่ในความครอบครองหรือควบคุมของหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าเนื้อหาจะเกี่ยวกับการดำเนินงานของรัฐหรือเกี่ยวกับเอกชน ข้อมูลจะเป็น “ข้อมูลข่าวสารลับ” ต่อเมื่อมีการกำหนดชั้นลับ ลับมาก หรือลับที่สุดตามระเบียบ โดยต้องชั่งทั้งการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานและประโยชน์แห่งรัฐ ความลับจึงไม่เกิดจากการที่เอกสารดูสำคัญหรือผู้จัดทำไม่ต้องการให้ผู้อื่นเห็นเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีคำสั่ง มีผู้ใช้อำนาจ และมีเหตุซึ่งสัมพันธ์กับความเสียหายต่อประโยชน์ของรัฐ
ประโยชน์แห่งรัฐครอบคลุมการดำเนินงานของรัฐที่เกี่ยวกับประโยชน์สาธารณะหรือประโยชน์ของเอกชนประกอบกัน ทั้งความมั่นคงด้านการเมืองภายในและระหว่างประเทศ การป้องกันประเทศ เศรษฐกิจ สังคม วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี พลังงาน และสิ่งแวดล้อม ขอบเขตนี้ทำให้ข้อมูลข่าวสารลับมิได้จำกัดอยู่เฉพาะเรื่องทหารหรือความมั่นคงแบบแคบ แต่การใช้ระเบียบก็ยังต้องผูกกับผลเสียต่อประโยชน์แห่งรัฐตามระดับที่กำหนด การพิจารณาความลับจึงต้องมองเนื้อหา แหล่งที่มา วิธีใช้ ผู้ที่ควรรู้ และผลกระทบจากการเปิดเผยร่วมกัน มิใช่ใช้ชั้นความลับเป็นตราประทับทั่วไปเพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดเผยข้อมูล
หัวหน้าหน่วยงานของรัฐมีหน้าที่รักษาข้อมูลข่าวสารลับภายในหน่วยงานและอาจมอบหมายแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือราชการส่วนภูมิภาคเมื่อกฎหมายเปิดทาง ผู้รับหน้าที่ต้องรักษาข้อมูลให้ปลอดภัย และระมัดระวังการให้บุคคลเข้าถึงหรือการเปิดเผย หากจำเป็นอาจกำหนดเงื่อนไขให้เหมาะกับกรณีโดยคำนึงถึงทั้งการรักษาความลับและประสิทธิภาพของงาน บุคคลที่จะเข้าถึงข้อมูลในชั้นใดต้องได้รับมอบหมายและได้รับความไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชา ทั้งยังเข้าถึงได้เฉพาะเรื่องที่ได้รับมอบหมาย หลักนี้รวมอำนาจเข้าถึงกับความจำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ ไม่ใช่ให้ผู้มีตำแหน่งหรือชั้นความไว้วางใจเข้าถึงทุกเรื่องโดยอัตโนมัติ
องค์การรักษาความปลอดภัยตามระเบียบแบ่งตามภารกิจของรัฐ สำนักข่าวกรองแห่งชาติเป็นองค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายพลเรือน ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นองค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายทหาร และกองบัญชาการตำรวจสันติบาลเป็นองค์การรักษาความปลอดภัยฝ่ายตำรวจ หน่วยงานอาจขอให้องค์การรักษาความปลอดภัยช่วยตรวจสอบประวัติและพฤติการณ์ของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับชั้นความลับได้ เมื่อคณะกรรมการใดมีมติกำหนดชั้นความลับ เลขานุการต้องดำเนินการตามมติและให้หัวหน้าหน่วยงานต้นสังกัดจัดระบบต่อไป หากฝ่ายเลขานุการไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ประธานกรรมการทำหน้าที่เสมือนหัวหน้าหน่วยงานและใช้ระเบียบโดยอนุโลม
| ชั้นความลับ | เกณฑ์หากเปิดเผยทั้งหมดหรือบางส่วน |
|---|---|
| ลับที่สุด | ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรงที่สุด |
| ลับมาก | ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรง |
| ลับ | ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐ |
ชั้นความลับสามระดับต่างกันที่ความรุนแรงของความเสียหายหากเปิดเผยทั้งหมดหรือบางส่วน ชั้นลับที่สุดใช้เมื่อจะเกิดความเสียหายแก่ประโยชน์แห่งรัฐอย่างร้ายแรงที่สุด ชั้นลับมากใช้เมื่อจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง และชั้นลับใช้เมื่อจะเกิดความเสียหาย การเลือกชั้นจึงเป็นการประเมินผลกระทบ มิใช่จัดตามชื่อโครงการหรือความรู้สึกส่วนบุคคล หากเรื่องเดียวมีข้อมูลหลายชั้น ต้องถือชั้นสูงสุดเป็นชั้นของข้อมูลนั้นเพื่อไม่ให้ส่วนที่อ่อนไหวกว่ารั่วไหลผ่านเอกสารรวม ระเบียบยังกำหนดให้มีการทบทวนการปฏิบัติอย่างน้อยทุกห้าปี เพื่อให้ระบบเหมาะกับโครงสร้างและสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป
บทที่ 2 การกำหนด แสดง และปรับชั้นความลับ
ความรับผิดชอบในการกำหนดชั้นความลับอยู่ที่หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ พร้อมหน้าที่ระบุเหตุผลว่าข้อมูลเป็นประเภทใดและเหตุใดจึงต้องกำหนดชั้น โดยอาจมอบหมายตามความจำเป็นแก่ผู้ใต้บังคับบัญชาหรือราชการส่วนภูมิภาคหากกฎหมายอนุญาต กรณีเร่งด่วน เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกำหนดชั้นเป็นการชั่วคราวได้ แต่ต้องรีบเสนอผู้มีอำนาจเพื่อสั่งการทันที โครงสร้างนี้ยอมให้งานฉุกเฉินป้องกันความเสียหายก่อนได้ ขณะเดียวกันไม่ปล่อยให้การตัดสินใจชั่วคราวกลายเป็นชั้นความลับถาวรโดยไม่มีการตรวจจากผู้รับผิดชอบตัวจริง
การกำหนดชั้นต้องพิจารณาอย่างน้อยหกองค์ประกอบ ได้แก่ ความสำคัญของเนื้อหา แหล่งที่มาของข้อมูล วิธีนำไปใช้ประโยชน์ จำนวนบุคคลที่ควรรับทราบ ผลกระทบหากเปิดเผย และหน่วยงานซึ่งรับผิดชอบในฐานะเจ้าของเรื่องหรือผู้อนุมัติ องค์ประกอบเหล่านี้ทำให้การประเมินมีทั้งมิติสาระ การไหลเวียน ผู้เกี่ยวข้อง และผลเสีย หากเอกสารชั้นต่ำจำเป็นต้องอ้างข้อความจากข้อมูลชั้นสูงกว่า ต้องตรวจว่าเนื้อหาที่อ้างจะไม่ทำให้ข้อมูลชั้นสูงรั่วไหล เพราะชื่อชั้นของเอกสารปลายทางไม่อาจลดความอ่อนไหวของข้อความซึ่งถูกนำมารวมไว้ภายใน
นายทะเบียนข้อมูลข่าวสารลับต้องจดแจ้งเหตุผลประกอบการกำหนดชั้นในทะเบียนควบคุม หากเหตุผลยาวมากหรือมีบางส่วนลับสูงกว่าชั้นของทะเบียน ให้บันทึกเพียงเหตุผลย่อในทะเบียน แล้วแยกเหตุผลละเอียดหรือส่วนที่มีชั้นสูงกว่าเก็บระหว่างใบปกกับตัวข้อมูลลับ วิธีนี้รักษาทั้งความสามารถตรวจสอบว่าเหตุใดจึงกำหนดชั้นและการป้องกันไม่ให้ทะเบียนเองเปิดเผยรายละเอียดที่อ่อนไหวเกินกว่าผู้ใช้ทะเบียนควรรู้ หัวหน้าหน่วยงานอาจวางระเบียบเพิ่มเติม หรือใช้วิธีรักษาความลับอื่นแทนเมื่อวิธีเดิมก่อความยุ่งยากไม่เหมาะสมได้ แต่ทางเลือกต้องมีประสิทธิภาพเท่ากันหรือดีกว่า
เครื่องหมายแสดงชั้นความลับต้องใช้อักษรตามชั้นในขนาดใหญ่กว่าตัวอักษรทั่วไป ใช้สีแดงหรือสีอื่นซึ่งเห็นเด่นชัด เอกสารต้องแสดงเครื่องหมายกลางหน้ากระดาษทั้งด้านบนและด้านล่างทุกหน้า และเมื่อเข้าปกต้องแสดงด้านนอกของปกหน้าและปกหลัง ภาพเขียน ภาพถ่าย แผนที่ แผนผัง และสำเนาใช้แนวเดียวกัน หากม้วนหรือพับได้ต้องยังมองเห็นเครื่องหมายเมื่ออยู่ในสภาพนั้น ส่วนจานบันทึก แถบบันทึก ฟิล์ม หรือสื่อที่แสดงผลด้วยกรรมวิธีอื่น ให้แสดงที่ต้นและปลาย บนวัสดุ หรือภาชนะบรรจุ หากทำไม่ได้ต้องเก็บในกล่องหรือหีบห่อซึ่งมีเครื่องหมายแทน
การปรับชั้นความลับครอบคลุมทั้งการลด เพิ่ม และยกเลิกชั้น โดยปกติผู้มีอำนาจกำหนดชั้นของหน่วยงานเจ้าของเรื่องเป็นผู้ดำเนินการและต้องแจ้งทุกหน่วยงานที่ได้รับแจกจ่ายให้แก้ไขตรงกัน ผู้บังคับบัญชาตามสายงานปรับได้เมื่อเห็นว่าชั้นเดิมไม่เหมาะสม แต่ต้องแจ้งผู้กำหนดเดิม หากทราบกำหนดเวลาล่วงหน้า อาจแสดงข้อความปรับชั้นไว้ใกล้เครื่องหมายเดิมเพื่อให้มีผลตามกำหนดโดยไม่ต้องยืนยันใหม่ การแก้ไขต้องขีดฆ่าเครื่องหมายเดิม ใส่ชั้นใหม่ถ้ามี และบันทึกในทะเบียน ส่วนคำวินิจฉัยให้เปิดเผยโดยไม่มีข้อจำกัดทำให้ชั้นถูกยกเลิก เว้นแต่มีคดีต่อศาลและศาลสั่งหรือพิพากษาเป็นอย่างอื่น
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต