สารบัญ6 หัวข้อหลัก
- 1.ฐานสิทธิ ขอบเขต และตำแหน่งของระเบียบในระบบกฎหมาย
- 2.คณะกรรมการกลาง คณะกรรมการประจำกระทรวง และหลักวินิจฉัย
- 3.ผู้มีสิทธิร้อง ผู้แทน รายการคำร้อง และช่องทางรับเรื่อง
- 4.การเยียวยา การถอน การส่งต่อ และมาตรการระหว่างพิจารณา
- 5.การแสวงพยาน เหตุจำหน่าย และบันทึกเสนอผู้มีอำนาจ
- 6.เรื่องซับซ้อน คำวินิจฉัย การแจ้ง และการปิดวงจร
ฐานสิทธิ ขอบเขต และตำแหน่งของระเบียบในระบบกฎหมาย
ขอบเขตฉบับที่ใช้: ชื่อวิชากว้างกว่าหลักฐานตัวบทที่พบ — ชื่อวิชาในฐานข้อมูลต่อท้ายว่า “และที่แก้ไขเพิ่มเติม” แต่รายการกฎหมายในความรับผิดชอบของสํานักนายกรัฐมนตรีที่ตรวจสอบสําหรับสรุปนี้แสดงระเบียบ พ.ศ. 2552 และไม่พบระเบียบแก้ไขฉบับแยกที่เปลี่ยนข้อ 1–33 คลังคําถามทั้ง 50 ข้อก็ถามจากข้อความเดิมของข้อ 3, 6–11, 15, 18–33 โดยไม่มีประเด็นที่อ้างเลขหรือเนื้อหาจากฉบับแก้ไข จึงใช้ตัวบทราชกิจจานุเบกษา พ.ศ. 2552 เป็นฐาน ไม่สร้างรายละเอียดฉบับแก้ไขขึ้นเอง ระเบียบนี้คุ้มครองสิทธิร้องทุกข์ด้วย “กระบวนการที่เดินต่อได้” — ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ พ.ศ. 2552 วางมาตรฐานกลางให้ส่วนราชการรับ ส่งต่อ ตรวจข้อเท็จจริง บรรเทาทุกข์ และวินิจฉัยเรื่องของประชาชนอย่างมีร่องรอย ไม่ปล่อยให้ผู้ร้องเดินหาเจ้าของเรื่องเอง หัวใจไม่ได้อยู่ที่มีช่องรับเรื่องจํานวนมาก แต่อยู่ที่รับแล้วต้องรู้ว่าเรื่องคืออะไร ใครมีอํานาจ หลักฐานครบเพียงใด มีเหตุเร่งด่วนหรือไม่ และผลที่ได้มีข้อเท็จจริง เหตุผล
กับทางแก้ที่ตรวจสอบได้หรือไม่ ประกาศ 14 ธันวาคม ใช้ 15 ธันวาคม 2552 — ตัวระเบียบประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 126 ตอนพิเศษ 179 ง วันที่ 14 ธันวาคม 2552 ส่วนวันที่ลงนามในท้ายระเบียบคือ 21 พฤศจิกายน 2552 ข้อ 2 กําหนดให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ จึงเริ่มใช้วันที่ 15 ธันวาคม 2552 ไม่ใช่วันที่ลงนามหรือวันประกาศเอง ขอบเขตของระเบียบเป็นมาตรฐานกลาง แต่กฎหมายเฉพาะมาก่อนในเรื่องเฉพาะ — ข้อ 3 ให้การจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ของส่วนราชการเป็นไปตามระเบียบนี้ เว้นแต่เรื่องนั้นต้องเดินตามขั้นตอนหรือกระบวนการทางกฎหมายเฉพาะ เมื่อมีทางเฉพาะ เจ้าหน้าที่ไม่ควรรับเรื่องไว้แล้วปล่อยให้พ้นกําหนด แต่ต้องแนะนําผู้ร้องให้ไปดําเนินตามขั้นตอนนั้น เช่น การอุทธรณ์คําสั่งที่มีกําหนดเวลาและผู้มีอํานาจเฉพาะ การร้องทุกข์ไม่ตัดสิทธิตามกฎหมายอื่น — ข้อ 3 วรรคสองยืนยันว่าการร้องทุกข์ตามระเบียบนี้ไม่เป็นการตัดสิทธิของผู้ร้องทุกข์ตามกฎหมายอื่น ผู้ร้องจึงไม่ต้องเลือกเพียงช่องทางเดียวโดยอัตโนมัติ
หากเรื่องเดียวกันมีสิทธิอุทธรณ์ ฟ้องคดี ขอข้อมูล หรือร้องต่อองค์กรเฉพาะ การยื่นเรื่องร้องทุกข์ไม่ได้หยุดหรือต่ออายุกรอบเวลาของสิทธิเหล่านั้น เว้นแต่กฎหมายเฉพาะจะบัญญัติไว้ แผนที่ข้อ 1–17: โครงสร้างและผู้วินิจฉัย — ข้อ 1–5 วางชื่อ วันใช้ ขอบเขต นิยาม และผู้รักษาการ ข้อ 6–11 วางคณะกรรมการกลาง วาระ อํานาจ การประชุม และสํานักงานเลขานุการ ข้อ 12–14 วางคณะกรรมการประจํากระทรวง อํานาจ และการประชุม ส่วนข้อ 15 กําหนดรูปแบบคําวินิจฉัยของคณะกรรมการทั้งสองระดับ แผนที่ข้อ 18–25: ใครร้องได้ ร้องอย่างไร และรับอย่างไร — ข้อ 18 เปิดสิทธิแก่ผู้ที่เดือดร้อน เสียหาย อาจเดือดร้อนหรืออาจเสียหาย และผู้ที่จําเป็นต้องขอให้ส่วนราชการช่วยเยียวยาหรือปลดเปลื้องทุกข์ ข้อ 19 แยกการร้องด้วยตนเอง การมอบฉันทะ และผู้จัดการแทน ข้อ 20 วางรายการคําร้องเป็นหนังสือและคําขอวิธีชั่วคราว
แผนที่ข้อ 26–33: เยียวยา ถอน ส่งต่อ ตรวจ และสรุปเรื่อง — ข้อ 26 เปิดทางเยียวยาด้วยวิธีอื่นเมื่อกฎหมายไม่อาจให้สิ่งที่ผู้ร้องขอได้ แต่ยังมีทางแก้ที่เหมาะสมภายใต้อํานาจของส่วนราชการ ข้อ 27 วางการถอนและข้อยกเว้นประโยชน์สาธารณะ ข้อ 28 วางการส่งต่อกับการชี้ขาดว่าใครมีอํานาจ สูตรอ่านสถานการณ์ร้องทุกข์เจ็ดคําถาม — หนึ่ง ผู้ร้องกําลังใช้สิทธิตามระเบียบนี้หรือกระบวนการเฉพาะ สอง ผู้ร้องทําเอง มอบฉันทะ หรือมีผู้จัดการแทนอย่างชอบ สาม ช่องทางและรายการคําร้องครบหรือยัง สี่ หน่วยงานที่รับมีอํานาจหรือควรส่งต่อและให้ใครชี้ขาด ข้อ 4: “คําร้องทุกข์” รวมคําร้องแก้ไขเพิ่มเติมที่มีประเด็นหรือข้อเท็จจริงใหม่ — คําร้องทุกข์คือคําร้องที่ผู้ร้องยื่นหรือส่งต่อเจ้าหน้าที่ ณ ส่วนราชการตามระเบียบนี้ และนิยามยังรวมคําร้องแก้ไขเพิ่มเติมคําร้องเดิมเมื่อมีประเด็นหรือข้อเท็จจริงขึ้นใหม่ เอกสารเพิ่มเติมจึงไม่ควรถูกวางเป็นข้อมูลทั่วไปแยกจากสํานวน หากเปลี่ยนประเด็นหรือข้อเท็จจริง ต้องรับรู้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของคําร้องและประเมินผลต่อขอบเขตการพิจารณา
ร่องรอยของคําร้องแก้ไขเพิ่มเติมต้องเชื่อมถึงสํานวนเดิม — ตัวบทนิยามสถานะของคําร้องเพิ่มเติม แต่การทํางานให้ตรวจสอบได้ต้องทําให้ผู้พิจารณาเห็นทั้งเอกสารเดิมและสิ่งที่เพิ่มในลําดับเวลาเดียวกัน ข้อมูลขั้นต่ําควรมีเลขเรื่อง วันเวลา ผู้ยื่น รายการเอกสาร ประเด็นที่เปลี่ยน ผู้รับผิดชอบ และการประเมินว่าต้องแจ้งหรือขอคําชี้แจงจากบุคคลอื่นเพิ่มหรือไม่ ข้อ 4: “ผู้ร้องทุกข์” ครอบคลุมผู้รับมอบฉันทะและผู้จัดการแทน — นิยามผู้ร้องทุกข์รวมผู้ที่ได้รับมอบฉันทะให้ร้องทุกข์แทนและผู้จัดการแทน แต่สองสถานะนี้เกิดจากเงื่อนไขต่างกันตามข้อ 19 ผู้รับมอบฉันทะอาศัยเจตนาของผู้ร้องซึ่งเจ็บป่วยหรือมีเหตุจําเป็นจนร้องเองไม่ได้ ส่วนผู้จัดการแทนใช้เมื่อผู้ร้องอยู่ในสภาวะร้องเองไม่ได้และยังไม่สามารถมอบฉันทะได้ ข้อ 4: “ส่วนราชการ” ไม่รวมท้องถิ่นและรัฐวิสาหกิจ — ส่วนราชการตามระเบียบหมายถึงส่วนราชการตามกฎหมายปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม และหน่วยงานอื่นของรัฐที่อยู่ในกํากับของราชการฝ่ายบริหาร
นิยามตัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและรัฐวิสาหกิจออกโดยชัดแจ้ง จึงห้ามเหมารวมคําว่า “หน่วยงานของรัฐ” ทุกประเภทว่าอยู่ใต้ขั้นตอนเดียวกัน ข้อ 4: คณะกรรมการกลาง คณะกรรมการประจํากระทรวง และปลัดกระทรวง — คําว่า “คณะกรรมการ” หมายถึงคณะกรรมการการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์ระดับกลาง ส่วน “คณะกรรมการประจํากระทรวง” รวมของกระทรวงหรือส่วนราชการฐานะเป็นกระทรวงหรือทบวงที่เทียบเท่ากระทรวง คําว่า “ปลัดกระทรวง” รวมปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีและปลัดทบวงด้วย เพื่อให้โครงสร้างทํางานได้กับหน่วยฐานะเทียบเท่ากัน ข้อ 5: นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการ แต่ไม่ทําทุกขั้นตอนเอง — นายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบนี้ หมายถึงดูแลการบังคับใช้เมื่อนำองค์ประกอบมาพิจารณาร่วมกันตามฐานของระเบียบ ไม่ได้ทําให้เจ้าหน้าที่ทุกสํานวนต้องส่งให้นายกรัฐมนตรีรับหรือสอบสวน งานถูกกระจายแก่เจ้าหน้าที่ หัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการประจํากระทรวง และคณะกรรมการกลางตามประเภทกับระดับของเรื่อง
| ประเด็น | หลักที่ใช้แยก | ผลต่อการดำเนินเรื่อง |
|---|---|---|
| กฎหมายเฉพาะ | ตรวจว่ามีกระบวนการ อำนาจ หรือกำหนดเวลาเฉพาะสำหรับเรื่องนั้นหรือไม่ | แนะนำและรักษากำหนดเวลาเฉพาะ พร้อมจัดการคำร้องในส่วนที่ระเบียบยังรองรับ |
| สิทธิตามกฎหมายอื่น | การร้องทุกข์ไม่เป็นการตัดสิทธิอื่นและไม่หยุดเวลาให้เอง | ผู้ร้องอาจต้องเดินหลายช่องทางโดยแต่ละช่องมีเงื่อนไขของตน |
| ผู้ร้องทุกข์ | รวมผู้รับมอบฉันทะและผู้จัดการแทนเมื่อเข้าเงื่อนไข | ต้องตรวจเจตนา อำนาจแทน และหลักฐานตามสถานะ |
| ส่วนราชการ | ไม่รวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและรัฐวิสาหกิจ | เรื่องขององค์กรที่ถูกยกเว้นเดินตามระเบียบของหน่วยงานนั้น |
| คำร้องแก้ไขเพิ่มเติม | ประเด็นหรือข้อเท็จจริงใหม่ยังเป็นส่วนของคำร้องทุกข์ | เชื่อมเอกสารใหม่กับสำนวนเดิมและประเมินอำนาจหรือความเร่งด่วนอีกครั้ง |
คณะกรรมการกลาง คณะกรรมการประจำกระทรวง และหลักวินิจฉัย
ข้อ 6: องค์ประกอบคณะกรรมการกลางเริ่มจากฝ่ายนโยบายระดับสูง — ประธานคือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย รองประธานคือรัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรีหนึ่งคนซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย กรรมการโดยตําแหน่งเชื่อมทุกกระทรวงกับองค์กรกลาง — กรรมการโดยตําแหน่งประกอบด้วยปลัดกระทรวงทุกกระทรวง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เลขาธิการ ก.พ. เลขาธิการ ก.พ.ร. เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ผู้อํานวยการสํานักงบประมาณ อัยการสูงสุด และผู้บัญชาการตํารวจแห่งชาติ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีสามด้าน ด้านละหนึ่งคน — คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิสามคน ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย สังคมสงเคราะห์ และการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน ด้านละหนึ่งคน เลขานุการคณะกรรมการกลางอยู่ที่สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี — ปลัดสํานักนายกรัฐมนตรีเป็นกรรมการและเลขานุการ ขณะที่อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ผู้อํานวยการศูนย์บริการประชาชน
สํานักงานปลัดสํานักนายกรัฐมนตรี และผู้อํานวยการสํานักตรวจราชการและเรื่องราวร้องทุกข์ กระทรวงมหาดไทย เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ ร่องรอยงานเลขานุการต้องพิสูจน์ทั้งข้อมูลและมติ — แฟ้มประชุมที่ตรวจสอบได้ควรมีหนังสือเชิญ ระเบียบวาระ เอกสารข้อเท็จจริง ความเห็นหน่วยงาน รายชื่อผู้มาประชุม การตรวจองค์ประชุม และรายงานมติ ข้อ 7: วาระผู้ทรงคุณวุฒิสี่ปีและหลักอยู่ต่อจนผู้ใหม่รับหน้าที่ — กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระคราวละสี่ปี ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งแทนตําแหน่งว่างก่อนครบวาระอยู่เพียงเท่าวาระที่เหลือของคนเดิม ข้อ 8: เหตุพ้นตําแหน่งก่อนวาระมีห้ากลุ่ม — ผู้ทรงคุณวุฒิพ้นเมื่อเสียชีวิต ลาออก หรือคณะรัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่ ประพฤติเสื่อมเสีย หรือหย่อนความสามารถ
ข้อ 9: หน้าที่คณะกรรมการกลางเริ่มจากนโยบาย แผน และทรัพยากร — คณะกรรมการเสนอนโยบายและแผนเกี่ยวกับการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ข้อ 9: คณะกรรมการกลางวินิจฉัยเรื่องไร้เจ้าของและปัญหาอํานาจ — คณะกรรมการมีอํานาจวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ที่ไม่อยู่ในอํานาจหน้าที่ของส่วนราชการใด และชี้ปัญหาอํานาจหน้าที่ระหว่างส่วนราชการ ข้อ 9: คณะกรรมการขอคําชี้แจง วัตถุ เอกสาร พยาน และผู้แทนได้ — คณะกรรมการอาจมีหนังสือถามหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ชี้แจงข้อเท็จจริงหรือความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน ข้อ 9: ระบบข้อมูล การติดตาม และอํานาจออกกติกา — คณะกรรมการจัดให้มีระบบข้อมูลการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์เพื่อให้ส่วนราชการตรวจสอบได้รวดเร็ว และติดตามประเมินผลตามนโยบายกับแผน
ข้อ 10: องค์ประชุมต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด — การประชุมคณะกรรมการกลางต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม ประธานในที่ประชุมและการลงคะแนนต้องแยกเป็นลําดับ — หากประธานไม่มาหรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ รองประธานเป็นประธานในที่ประชุม หากทั้งสองไม่มา กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธาน ข้อ 12: คณะกรรมการประจํากระทรวงมีปลัดกระทรวงเป็นประธาน — ทุกกระทรวงหรือส่วนราชการฐานะเป็นกระทรวงหรือทบวงเทียบเท่ากระทรวงมีคณะกรรมการประจํากระทรวง โดยปลัดกระทรวงเป็นประธาน วาระและการพ้นของผู้ทรงคุณวุฒิระดับกระทรวงใช้ข้อ 7–8 โดยอนุโลม — ข้อ 12 ให้นําหลักวาระสี่ปี การอยู่ต่อจนผู้ใหม่รับหน้าที่ การแต่งตั้งแทนเฉพาะวาระที่เหลือ
และเหตุพ้นก่อนวาระมาใช้กับผู้ทรงคุณวุฒิระดับกระทรวง ข้อ 13: คณะกรรมการประจํากระทรวงควบคุมและวินิจฉัยงานภายในกระทรวง — คณะกรรมการประจํากระทรวงควบคุม อํานวยการ ตรวจสอบ ติดตาม และประเมินงานเรื่องร้องทุกข์ของส่วนราชการภายในกระทรวงให้สอดคล้องนโยบายและแผนที่คณะรัฐมนตรีเห็นชอบ ระดับกระทรวงขอข้อมูลและเรียกผู้แทนได้เช่นเดียวกับส่วนกลางในขอบเขตงาน — คณะกรรมการประจํากระทรวงมีหนังสือถามหน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐให้ชี้แจงข้อเท็จจริงหรือความเห็น และขอวัตถุ เอกสาร หรือหลักฐานอื่นได้ ข้อ 13: รายงานรัฐมนตรี ตั้งอนุกรรมการ และชี้อํานาจภายในกระทรวง — คณะกรรมการประจํากระทรวงรายงานผลการสั่งการของรัฐมนตรี และเสนอวิธีที่รัฐมนตรีควรสั่งต่อเมื่อการปฏิบัติยังไม่เป็นผล
ข้อ 14: การประชุมระดับกระทรวงและอนุกรรมการใช้ข้อ 10 โดยอนุโลม — องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง หลักประธานแทน เสียงข้างมาก หนึ่งคนหนึ่งเสียง และเสียงชี้ขาดเมื่อคะแนนเท่ากันถูกนํามาใช้กับคณะกรรมการประจํากระทรวง ข้อ 15: คําวินิจฉัยของคณะกรรมการต้องทําเป็นหนังสือและมีห้าสาระ — คําวินิจฉัยต้องระบุชื่อผู้ร้องทุกข์ เหตุแห่งการร้องทุกข์ ข้อเท็จจริงของเรื่อง และเหตุผลแห่งคําวินิจฉัย ผลอย่างเดียวไม่ใช่คําวินิจฉัยที่ตรวจสอบได้ — ร่างที่บอกเพียง “ไม่รับข้อเสนอ” หรือ “ยุติเรื่อง” ทําให้ไม่รู้ว่ารับฟังข้อเท็จจริงใด ใช้หลักใด และตอบเหตุร้องครบหรือไม่ ข้อ 16–17: รายงานประจําปีและเงินสมนาคุณ — ส่วนราชการต้องรายงานผลการปฏิบัติตามระเบียบต่อคณะกรรมการทุกปี ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกําหนด และอาจมีข้อเสนอประกอบ
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต