กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ พ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

หลักการ นิยาม โครงสร้าง กภช. ตามฉบับแก้ไข พ.ศ. 2562 และกระบวนการจัดทำ–บริหาร–ควบคุมแผนงาน

4 หัวข้อ · อ่านประมาณ 14 นาที · มีต้นฉบับจาก backofficeminisite.disaster.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 4 หัวข้อ50%
หัวข้อ 1

บทนำ — บทนิยามและโครงสร้างองค์กร

ฐานกฎหมาย การบังคับใช้ และเหตุที่แก้ไข

  • ฉบับหลัก — ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 25 ธันวาคม 2552 และใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ
  • ผลต่อระเบียบเดิม — ยกเลิกระเบียบ พ.ศ. 2548 และฉบับที่ 2 พ.ศ. 2550
  • ฉบับแก้ไข — ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2562 ประกาศ 9 กรกฎาคม 2562 และใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ
  • เหตุแก้ไข — ให้สอดคล้องกับการโอนภารกิจศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติจากสำนักงานปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย
  • ผู้รักษาการตามระเบียบปัจจุบัน — รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ระเบียบออกโดยนายกรัฐมนตรีด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี อาศัยอำนาจตามมาตรา 11 (8) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 เป้าหมายคือสร้างระบบกำหนดนโยบาย วางแผน ประสาน และปฏิบัติการเตือนภัยระดับชาติอย่างเป็นระบบ เพื่อ ป้องกันและลดความรุนแรงของภัย

นิยามที่เป็นขอบเขตของระเบียบ

  • ภัยพิบัติ — ความหมาย: อัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ธรณีพิบัติภัย และภัยอื่นที่เกิดเป็นสาธารณะ ไม่ว่าจะเกิดตามธรรมชาติหรือมีผู้ทำให้เกิด ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตหรือร่างกายประชาชน หรือทำให้ทรัพย์สินประชาชนหรือรัฐเสียหาย
  • การบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ — ความหมาย: การดำเนินนโยบาย กำหนดแนวทางและหลักปฏิบัติ ตลอดจนจัดกิจกรรมในพื้นที่อย่างเป็นระบบตามที่ กภช. กำหนด เพื่อป้องกันและลดความรุนแรงของภัย
  • หน่วยราชการ — ความหมาย: กระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการฐานะกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการบริหารระบบเตือนภัย

คำว่า ภัยพิบัติ จึงไม่จำกัดเฉพาะภัยธรรมชาติ และคำว่า หน่วยราชการ ในระเบียบนี้กว้างกว่าส่วนราชการส่วนกลาง เพราะรวมท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐด้วย

คณะกรรมการบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (กภช.)

  • ประธาน — ผู้ดำรงตำแหน่ง: นายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย
  • รองประธานคนที่ 1 — ผู้ดำรงตำแหน่ง: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
  • รองประธานคนที่ 2 — ผู้ดำรงตำแหน่ง: รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
  • รองประธานคนที่ 3 — ผู้ดำรงตำแหน่ง: ผู้ทรงคุณวุฒิ 1 คนซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง
  • กรรมการและเลขานุการ — ผู้ดำรงตำแหน่ง: อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
  • ผู้ช่วยเลขานุการ — ผู้ดำรงตำแหน่ง: ข้าราชการกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไม่เกิน 2 คน ซึ่งอธิบดีแต่งตั้ง
  • กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มเติม — ผู้ดำรงตำแหน่ง: ผู้ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งอีกไม่เกิน 5 คน

กรรมการโดยตำแหน่งครอบคลุมหน่วยงานนโยบาย ความมั่นคง พื้นที่ และวิชาการ ได้แก่

  • ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และปลัดกระทรวงการต่างประเทศ การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เกษตรและสหกรณ์ การท่องเที่ยวและกีฬา คมนาคม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มหาดไทย และสาธารณสุข
  • ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้บัญชาการทหารบก ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้บัญชาการทหารอากาศ และผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
  • อธิบดีกรมการปกครอง กรมควบคุมมลพิษ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรธรณี กรมทรัพยากรน้ำ กรมประชาสัมพันธ์ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และกรมอุตุนิยมวิทยา
  • เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เลขาธิการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ และเลขาธิการ กสทช.
หัวข้อ 2

อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ผู้ทรงคุณวุฒิและหลักการประชุม

  • วาระผู้ทรงคุณวุฒิ — หลักปัจจุบัน: คราวละ 4 ปี และอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้ แต่ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน
  • อยู่ต่อระหว่างรอแต่งตั้งใหม่ — หลักปัจจุบัน: เมื่อครบวาระแต่ยังไม่มีผู้ได้รับแต่งตั้งใหม่ ให้ผู้พ้นวาระปฏิบัติหน้าที่ต่อจนกว่าจะมีการแต่งตั้งใหม่
  • พ้นก่อนครบวาระ — หลักปัจจุบัน: ผู้ได้รับแต่งตั้งแทนอยู่ได้เท่าวาระที่เหลือของกรรมการชุดเดิม
  • องค์ประชุม — หลักปัจจุบัน: กรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของกรรมการทั้งหมด
  • ประธานในที่ประชุม — หลักปัจจุบัน: ถ้าประธานไม่อยู่ ให้รองประธานตามลำดับที่มาประชุมทำหน้าที่; ถ้าทั้งประธานและรองประธานไม่อยู่ ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่ง
  • มติ — หลักปัจจุบัน: ถือเสียงข้างมาก กรรมการหนึ่งคนมีหนึ่งเสียง; ถ้าคะแนนเท่ากัน ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

เหตุพ้นจากตำแหน่งของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิก่อนครบวาระมี 6 กรณี

  • ตาย
  • ลาออกโดยยื่นหนังสือต่อประธานกรรมการ
  • นายกรัฐมนตรีให้ออก
  • เป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
  • เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
  • ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุด เว้นแต่ความผิดโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

กภช. มีอำนาจหน้าที่ดังนี้

  • เสนอแนวทาง นโยบาย มาตรการ และแผนการบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติต่อคณะรัฐมนตรี
  • ให้ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับการอนุมัติแผนงานหรือโครงการ และวงเงินลงทุนของหน่วยราชการ
  • จัดทำมาตรการ แนวทาง แผนงาน และโครงการ เพื่อเป็นกรอบดำเนินงานของหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง
  • เป็นศูนย์กลางประสานงานกับคณะกรรมการอื่นซึ่งตั้งขึ้นตามกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีและมีภารกิจเกี่ยวข้อง
  • เชิญบุคคลจากหน่วยราชการหรือหน่วยงานอื่นของรัฐมาชี้แจง หรือให้ส่งข้อมูลและสถิติที่เกี่ยวข้อง
  • แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการตามที่มอบหมาย
  • ออกระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติการตามระเบียบนี้
  • ดำเนินการอื่นที่จำเป็นตามที่คณะรัฐมนตรีมอบหมาย เพื่อให้การบริหารระบบเตือนภัยบรรลุเป้าหมาย

สำนักงานเลขานุการของ กภช. มีหน้าที่ 5 ด้าน

  • รับผิดชอบงานธุรการ งานวิชาการ งานประชุม และงานเลขานุการของ กภช.
  • ศึกษา วิเคราะห์ และจัดทำข้อเสนอด้านแนวทาง นโยบาย มาตรการ และแผนการบริหารระบบเตือนภัยเสนอ กภช.
  • ประสานหน่วยราชการเพื่อจัดเตรียมแนวทาง นโยบาย มาตรการ และแผนการบริหารระบบเตือนภัย
  • ประสานการศึกษา วิเคราะห์ และวิจัยปัญหาหรืออุปสรรคในการบริหารระบบเตือนภัย
  • ปฏิบัติงานอื่นที่จำเป็นตามที่ กภช. มอบหมาย เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

จุดแยกประเด็นสำคัญคือ ผู้กำหนดนโยบายและกรอบคือ กภช. ส่วน หน่วยงานเลขานุการและผู้รวบรวม วิเคราะห์ ประสาน ติดตาม คือ ปภ.

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก backofficeminisite.disaster.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต