กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ พ.ศ. 2552 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

สรุประบบนโยบาย คณะกรรมการ สำนักงานเลขานุการ แผนงาน และการประสานข้อมูลเตือนภัยตามฉบับ พ.ศ. 2552 ซึ่งแก้ไขให้สอดคล้องกับโครงสร้างกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 25 นาที · มีต้นฉบับจาก backofficeminisite.disaster.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

บทที่ 1 ความหมาย ขอบเขต และพัฒนาการของระบบเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ พ.ศ. 2552 จัดทำขึ้นเพื่อปรับระบบเดิมให้เหมาะสมและสร้างกลไกกลางซึ่งเชื่อมหน่วยงานจำนวนมาก ระเบียบประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 25 ธันวาคม 2552 และให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ พร้อมยกเลิกระเบียบ พ.ศ. 2548 และฉบับแก้ไข พ.ศ. 2550 การอ่านขอบเขตจึงต้องยึดฉบับ พ.ศ. 2552 ประกอบการแก้ไขครั้งหลัง มิใช่นำองค์ประกอบคณะกรรมการหรือหน่วยเลขานุการจากระเบียบเดิมมาใช้ปะปน แม้คำสั่งหรือประกาศที่ออกภายใต้ฉบับเดิมอาจใช้ต่อได้เท่าที่ไม่ขัดกับฉบับใหม่

“ภัยพิบัติ” ตามระเบียบครอบคลุมอัคคีภัย วาตภัย อุทกภัย ธรณีพิบัติภัย และภัยอื่นที่เกิดเป็นสาธารณะ ไม่ว่าจะเกิดจากธรรมชาติหรือมีผู้ทำให้เกิดขึ้น โดยต้องก่ออันตรายแก่ชีวิตหรือร่างกายของประชาชน หรือทำให้ทรัพย์สินของประชาชนหรือของรัฐเสียหาย นิยามนี้เน้นผลกระทบสาธารณะ มิใช่เหตุเสียหายส่วนบุคคลทุกกรณี และไม่จำกัดเฉพาะภัยธรรมชาติ เมื่อประเมินเหตุจึงต้องพิจารณาทั้งชนิดของภัย ขอบเขตผู้ได้รับผลกระทบ และความจำเป็นในการใช้ระบบร่วมของรัฐ การเรียกเหตุว่า “ภัยพิบัติ” มีผลต่อการประสานข้อมูลและการเตือนในระดับประเทศ

“การบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ” หมายถึงการดำเนินนโยบาย การกำหนดแนวทางและหลักปฏิบัติ ตลอดจนการจัดกิจกรรมในพื้นที่อย่างเป็นระบบตามที่คณะกรรมการกำหนด เพื่อป้องกันและลดความรุนแรงของภัย คำว่า “อย่างเป็นระบบ” ทำให้การมีเครื่องตรวจวัด การส่งข่าว หรือการซ้อมเพียงกิจกรรมเดียวไม่เพียงพอ ระบบต้องเชื่อมการเฝ้าระวัง การวิเคราะห์ การตัดสินใจ เนื้อหาคำเตือน ช่องทางสื่อสาร ผู้รับผิดชอบในพื้นที่ และการตอบสนองของประชาชน พร้อมมีการทดสอบและทบทวนจากผลจริง (มักออกสอบ)

“หน่วยราชการ” มีความหมายกว้าง ครอบคลุมกระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการที่มีฐานะเป็นกรม ราชการส่วนภูมิภาค ราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งดำเนินงานเกี่ยวข้องกับระบบเตือนภัย ความกว้างนี้สะท้อนว่าข้อมูลภัยมิได้อยู่ที่หน่วยเดียว กรมอุตุนิยมวิทยาอาจมีข้อมูลสภาพอากาศ หน่วยน้ำมีข้อมูลลุ่มน้ำ หน่วยธรณีมีข้อมูลแผ่นดินไหว จังหวัดรู้สภาพพื้นที่ ท้องถิ่นมีช่องทางถึงชุมชน และหน่วยสื่อสารมีโครงข่าย การบริหารที่มีผลจึงต้องกำหนดเจ้าของข้อมูลและวิธีส่งต่อระหว่างหน่วยอย่างชัดเจน

การแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่สอง พ.ศ. 2562 ปรับระเบียบให้สอดคล้องกับการโอนภารกิจศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติจากกระทรวงเดิมมาสังกัดกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย การเปลี่ยนไม่ได้ลบหลักนโยบาย แผน โครงการ และการประสานหน่วยงานในฉบับ พ.ศ. 2552 แต่ย้ายจุดศูนย์กลางทางธุรการและปฏิบัติให้ตรงกับโครงสร้างราชการปัจจุบัน พร้อมปรับผู้รักษาการ องค์ประกอบคณะกรรมการ ระยะเวลาของผู้ทรงคุณวุฒิ และการสนับสนุนด้านงบประมาณกับบุคลากร เวลาใช้ระเบียบจึงต้องอ่านโครงเดิมผ่านหน่วยงานและตำแหน่งที่แก้ไขแล้ว

หัวข้อ 2

บทที่ 2 คณะกรรมการบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ

กลไกระดับนโยบายตามระเบียบคือคณะกรรมการบริหารระบบการเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ใช้ชื่อย่อว่า “กภช.” หลังการแก้ไข พ.ศ. 2562 นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมายเป็นประธาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นรองประธานคนที่หนึ่ง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมเป็นรองประธานคนที่สอง โครงนี้วางอำนาจนโยบายระดับรัฐบาลไว้ด้านบน เชื่อมหน่วยจัดการสาธารณภัยในกระทรวงมหาดไทยกับโครงสร้างข้อมูลและการสื่อสารดิจิทัลซึ่งจำเป็นต่อการเตือนภัย

กรรมการโดยตำแหน่งมาจากหน่วยความมั่นคง ต่างประเทศ เกษตร คมนาคม ทรัพยากรธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ สาธารณสุข การปกครอง ท้องถิ่น ประชาสัมพันธ์ อุตุนิยมวิทยา น้ำ ธรณี ทะเล ป่าไม้ โทรคมนาคม และภูมิสารสนเทศ รวมถึงผู้ทรงคุณวุฒิ องค์ประกอบจำนวนมากมิได้มีไว้เพียงให้แต่ละหน่วยส่งผู้แทน แต่เพื่อรวมข้อมูลและอำนาจซึ่งกระจายอยู่ในหลายกฎหมาย ประธานต้องทำให้ที่ประชุมตัดสินใจบนภาพสถานการณ์เดียวกัน ส่วนกรรมการแต่ละหน่วยต้องนำมติกลับไปเชื่อมกับแผน งบประมาณ บุคลากร และระบบของตน

ฉบับแก้ไขกำหนดให้อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นกรรมการและเลขานุการ ทำให้หน่วยงานซึ่งรับผิดชอบจัดการสาธารณภัยระดับประเทศเป็นแกนประสานของคณะกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระสี่ปีและเมื่อครบวาระยังปฏิบัติหน้าที่ต่อจนกว่าจะแต่งตั้งคนใหม่ หลักนี้ป้องกันช่องว่างขององค์ประกอบคณะกรรมการ แต่ไม่ทำให้การแต่งตั้งใหม่ถูกละเลย เพราะผู้มีอำนาจยังต้องดำเนินการตามเวลาและเลือกบุคคลซึ่งเติมความรู้ที่กรรมการโดยตำแหน่งอาจไม่มี เช่น การสื่อสารความเสี่ยง เทคโนโลยีเตือนภัย หรือพฤติกรรมชุมชน

การประชุมต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม หากประธานไม่อยู่หรือปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ รองประธานที่เข้าประชุมคนหนึ่งทำหน้าที่แทน และหากทั้งประธานกับรองประธานไม่อยู่ กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธาน การวินิจฉัยใช้เสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งมีหนึ่งเสียง และเมื่อคะแนนเท่ากัน ประธานในที่ประชุมมีเสียงเพิ่มเป็นเสียงชี้ขาด กติกานี้สร้างความต่อเนื่องในการตัดสิน แต่เรื่องสำคัญควรมีข้อมูลจากหน่วยเกี่ยวข้องครบ มิใช่อาศัยองค์ประชุมขั้นต่ำเป็นเป้าหมาย

กภช. เป็นคณะกรรมการเชิงนโยบายและบูรณาการ ไม่ใช่ศูนย์บัญชาการเหตุฉุกเฉินซึ่งลงมือปฏิบัติทุกเรื่องเอง ในภาวะปกติ กภช. วางแนวทาง แผน และกรอบความร่วมมือเพื่อให้หน่วยปฏิบัติพร้อม เมื่อมีภัย กลไกปฏิบัติการตามกฎหมายและแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นผู้เฝ้าระวัง ประเมิน แจ้งเตือน และตอบโต้ตามระดับเหตุ ความแตกต่างนี้สำคัญต่อสายสั่งการ การประชุม กภช. ไม่ควรแทนขั้นตอนเตือนเร่งด่วน แต่ต้องสร้างกติกาล่วงหน้าให้ผู้ปฏิบัติรู้ว่าใช้ข้อมูลใด ใครตัดสิน และส่งคำเตือนผ่านช่องทางใด การซ้อมร่วมและการรายงานผลหลังเหตุเป็นสะพานเชื่อมระหว่างบทบาทกำหนดนโยบายกับความพร้อมของกลไกปฏิบัติในพื้นที่

องค์ประกอบเชิงหน้าที่ของ กภช.

แผนภาพย่อบทบาทของสมาชิกเป็นกลุ่มเพื่อให้เห็นเหตุผลของการบูรณาการ แทนการท่องรายชื่อตำแหน่งยาว ๆ

  1. 1ประธานระดับรัฐบาลกำหนดทิศทางและเชื่อมมติคณะกรรมการกับการตัดสินใจของคณะรัฐมนตรี
  2. 2มหาดไทยและกรม ปภ.เชื่อมนโยบายกับการจัดการสาธารณภัย จังหวัด ท้องถิ่น และสำนักงานเลขานุการ
  3. 3หน่วยข้อมูลวิทยาศาสตร์จัดข้อมูลอากาศ น้ำ ธรณี ทะเล ป่าไม้ อวกาศ และการวิเคราะห์ความเสี่ยง
  4. 4หน่วยความมั่นคงและคมนาคมสนับสนุนกำลัง ระบบขนส่ง ความปลอดภัย และการปฏิบัติในภาวะวิกฤต
  5. 5ดิจิทัล ประชาสัมพันธ์ และโทรคมนาคมดูแลโครงข่าย การส่งต่อข้อมูล และการสื่อสารคำเตือนสู่สาธารณะ
  6. 6ผู้ทรงคุณวุฒิเติมมุมมองเฉพาะด้านและช่วยทบทวนความเหมาะสมของนโยบายกับมาตรการ
อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก backofficeminisite.disaster.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต