สารบัญ15 หัวข้อหลัก
- 1.บทนำ — ลำดับและชั้นของกรอบที่ใช้พิจารณา
- 2.แนวทางสี่ด้านตามข้อ 5: แผน บูรณาการ มาตรฐาน และวัฒนธรรม
- 3.องค์ประกอบคณะกรรมการ นปถ.: ประธานและรองประธานห้าลำดับ
- 4.อำนาจ นปถ.: กำหนดนโยบาย เห็นชอบแผน และเสนอระดับรัฐบาล
- 5.องค์ประกอบคณะกรรมการ ศปถ.: อ่านเป็นเครือข่าย ไม่ใช่รายชื่อที่ตายตัวในความจำ
- 6.อำนาจ ศปถ. ชุดที่สาม: ขอข้อมูล ตีความ ตั้งคณะทำงาน และรับมอบหมาย
- 7.อำนาจจังหวัด: ทำแผนให้เชื่อมชาติ กลุ่มจังหวัด และปัญหาจริง
- 8.ศปถ. อำเภอ: นายอำเภอนำและตำรวจเป็นรองประธาน
- 9.ศปถ. เขต: กลไกปฏิบัติการของกรุงเทพมหานครเมื่อจำเป็น
- 10.ข้อ 26: กระทรวงมหาดไทยประสาน อปท. และกรุงเทพมหานครให้ถือปฏิบัติ
- 11.ข้อมูลอุบัติเหตุ: นับให้ตรง วิเคราะห์ให้ลึก และเปิดเผยอย่างรับผิดชอบ
- 12.กรณีวิเคราะห์ 1: แผนแม่บทถูกส่งตรงเข้าคณะรัฐมนตรี
- 13.กรณีวิเคราะห์ 4: ผู้ทรงคุณวุฒิวาระที่สามติดต่อกัน
- 14.กรณีวิเคราะห์ 7: ผู้ว่าฯ สั่งตั้ง ศปถ. อปท. โดยตรง
- 15.กรณีวิเคราะห์ 10: รณรงค์เฉพาะเทศกาลแล้วประกาศว่าทำครบระเบียบ
บทนำ — ลำดับและชั้นของกรอบที่ใช้พิจารณา
ระเบียบฉบับนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเล่ม 128 ตอนพิเศษ 4 ง วันที่ 14 มกราคม 2554 และใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ เนื้อหา 26 ข้อวางระบบบริหารความปลอดภัยทางถนนตั้งแต่ระดับนโยบายถึงพื้นที่ ไม่ใช่กฎหมายจราจรที่กำหนดโทษผู้ขับรถเป็นรายพฤติการณ์. การตรวจสถานะต้องแยก “ตัวบทที่ใช้เป็นฐาน” ออกจาก “แผนและคำสั่งปฏิบัติในแต่ละช่วง” กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยยังจัดระเบียบนี้เป็นบทเรียนทางการและแผนจังหวัดปัจจุบันยังอ้างข้อ 5 กับโครงสร้างสามระดับ จึงไม่ควรตอบว่าระเบียบหมดผลเพียงเพราะมีแผนแม่บทฉบับใหม่
ตัวบทใช้ชื่อหน่วยงานและตำแหน่งตามโครงสร้างราชการในปี 2554 บางชื่อถูกปรับโครงสร้างภายหลัง เวลากรณีศึกษาถาม “ตามระเบียบ” ให้ตอบถ้อยคำในระเบียบ แต่ถ้าถามว่าใครปฏิบัติหน้าที่จริงในปัจจุบัน ต้องตรวจบทโอนภารกิจ คำสั่งแต่งตั้ง และประกาศล่าสุดเพิ่ม ไม่เดาตำแหน่งทดแทนเอง. คลังคำถามเดิมมี 20 ข้อ ครอบคลุมสามระดับ องค์ประกอบ นปถ. วาระ องค์ประชุม อำนาจ ศปถ. จังหวัด อำเภอ อปท. และงบประมาณ แต่ยังไม่ครอบคลุมแนวทางทั้งสี่ งานเลขานุการ ศปถ. กทม. ศปถ. เขต อำนาจข้อมูล วิจัย รายงาน และบทประสานกระทรวงมหาดไทย. เวลาอ่านจึงให้แบ่งหลักฐานเป็นสามกอง: ข้อ 1-6 ว่าด้วยสถานะ นิยาม แนวทางและระดับ; ข้อ 7-12 ว่าด้วยคณะกรรมการ นปถ.; ข้อ 13-26 ว่าด้วย ศปถ. ส่วนกลาง จังหวัด กรุงเทพมหานคร อำเภอ อปท. เขต วิธีประชุม ค่าใช้จ่าย และการประสานพื้นที่
คำถามตั้งต้น: หากข่าวระบุว่ามีแผนลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลใหม่ ข่าวนั้นแก้องค์ประกอบคณะกรรมการในระเบียบหรือไม่? ไม่แก้โดยอัตโนมัติ ต้องมีฐานกฎหมายหรือคำสั่งที่มีผลต่อองค์ประกอบ ส่วนแผนเทศกาลเป็นเครื่องมือดำเนินงานภายใต้โครงสร้างเดิมได้
อ่านวิชานี้ให้ถูกชั้น: ตัวบท พ.ศ. 2554 ยังเป็นโครงสร้างหลัก แต่การปฏิบัติต้องดูคำสั่งและแผนปัจจุบันประกอบ
- 1จำแนกว่าถามตัวบทหรือการปฏิบัติปัจจุบัน
- 2ระบุระดับนโยบาย อำนวยการ หรือปฏิบัติการ
- 3หาเจ้าภาพและอำนาจตามข้อที่เกี่ยวข้อง
- 4ตรวจแผน คำสั่ง หรือบทโอนภารกิจถ้ากรณีศึกษาเป็นปัจจุบัน
- 5สรุปผู้ทำ สิ่งที่ต้องทำ ผู้รับรายงาน และหลักฐานผล
คำนำของระเบียบมองอุบัติเหตุทางถนนเป็นความสูญเสียต่อชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน ทรัพยากรมนุษย์ เศรษฐกิจและสังคม จึงต้องกำหนดนโยบาย แผน ยุทธศาสตร์ มาตรการ และการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกพื้นที่ และต่อเนื่อง. คำว่า “ต่อเนื่อง” สำคัญ เพราะความปลอดภัยทางถนนไม่ใช่งานเฉพาะเจ็ดวันอันตราย ช่วงเทศกาลเป็นเพียงช่วงเร่งมาตรการ ส่วนการแก้จุดเสี่ยง สภาพถนน ยานพาหนะ พฤติกรรม การช่วยเหลือหลังเหตุ และข้อมูลต้องทำตลอดปี. ระเบียบอาศัยมาตรา 11 (8) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 นายกรัฐมนตรีวางระเบียบโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ฐานนี้สะท้อนว่าเป็นการจัดระบบบริหารราชการและบูรณาการหน่วยงาน มิใช่การสร้างฐานโทษอาญาใหม่
ข้อ 2 กำหนดวันใช้บังคับเป็นวันถัดจากประกาศ ไม่ใช่วันที่ลงนาม 8 มกราคม 2554 ส่วนข้อ 3 ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามระเบียบ ตัวเลขสามวันนี้มักสอดคล้องกับหลักนำมาสลับกันในประเด็น. การมีหลายหน่วยงานไม่ใช่เหตุให้ทุกหน่วยทำทุกอย่าง ระเบียบกำหนดผู้กำหนดนโยบาย ผู้บูรณาการอำนวยการ และผู้ปฏิบัติพื้นที่ เพื่อให้แผน งบ ข้อมูล และผลประเมินไหลถึงกัน ลดการทำโครงการซ้ำหรือปล่อยช่องว่าง. คำถามทบทวน: จังหวัดตั้งด่านช่วงปีใหม่ครบแต่ไม่ทำข้อมูลจุดเสี่ยงและไม่ติดตามแก้ไข ถือว่าตอบวัตถุประสงค์หรือยัง? ยัง เพราะเป็นกิจกรรมชั่วคราวที่ไม่พิสูจน์ความต่อเนื่อง การบูรณาการ และผลลดความสูญเสียระยะยาว
ข้อ 4 กำหนดว่า “อำเภอ” หมายความรวมถึงกิ่งอำเภอ และ “นายอำเภอ” รวมปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ เป็นนิยามเพื่อให้กลไกพื้นที่ครอบคลุมโครงสร้างที่มีอยู่ในขณะวางระเบียบ. “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” ตามระเบียบหมายถึงองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล เมืองพัทยา และองค์กรท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง แต่ไม่รวมองค์การบริหารส่วนจังหวัดและกรุงเทพมหานคร การเห็นคำว่าองค์กรท้องถิ่นแล้วรวมทุกชนิดจึงผิดนิยามเฉพาะฉบับนี้. “ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายถึงนายกองค์การบริหารส่วนตำบล นายกเทศมนตรี นายกเมืองพัทยา และหัวหน้าผู้บริหารองค์กรท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง โดยไม่รวมนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดและผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
การไม่รวม อบจ. และกรุงเทพมหานครในนิยามไม่ได้แปลว่าสององค์กรไม่มีบทบาท นายก อบจ. เป็นรองประธาน ศปถ. จังหวัดตามข้อ 16 และกรุงเทพมหานครมี ศปถ. กทม. กับกลไกเขตตามข้อ 19 และข้อ 23 ต่างหาก. ข้อควรระวังของประเด็นคือใช้ภาษาทั่วไปแทนภาษากฎหมาย เช่นถามว่า “อปท. ทุกแห่ง” แล้วใส่ อบจ. รวมมาด้วย ผู้สอบต้องย้อนนิยามข้อ 4 ก่อนอ่านอำนาจข้อ 22 จึงจะรู้ว่ากลไก ศปถ. อปท. ในข้อนั้นไม่ใช่กลไกของ อบจ. ลองวิเคราะห์: ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องการตั้ง ศปถ. อบจ. โดยใช้ข้อ 22 เพียงข้อเดียว ถูกหรือไม่? ไม่ควรสรุปเช่นนั้น เพราะนิยาม อปท. ในระเบียบตัด อบจ. ออก ต้องใช้บทบาท อบจ. ในคณะจังหวัดหรือฐานกฎหมายและคำสั่งอื่นที่ตรงกรณี
แนวทางสี่ด้านตามข้อ 5: แผน บูรณาการ มาตรฐาน และวัฒนธรรม
ข้อ 5 (1) ให้จัดทำแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน กำหนดเป้าหมายและแนวทางป้องกันและลดอุบัติเหตุ เสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติ เพื่อให้หน่วยงานของรัฐและผู้เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ แผนจึงต้องมีทั้งทิศทางและทางลงมือ ไม่ใช่เพียงคำประกาศ. ข้อ 5 (2) ให้กำหนดมาตรการแบบบูรณาการ พัฒนาระบบบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมนโยบาย หน่วยรับผิดชอบ การวางแผน งบประมาณ การดำเนินงาน และการติดตามประเมินผล คำว่า “บูรณาการ” จึงต้องเห็นเจ้าภาพและการเชื่อมทรัพยากรจริง. ข้อ 5 (3) ส่งเสริมและสนับสนุนมาตรฐานความปลอดภัยเกี่ยวกับการจราจร ถนน และรถยนต์ ครอบคลุมโครงสร้าง สิ่งแวดล้อม ยานพาหนะ และมาตรฐานดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัย มุมมองจึงกว้างกว่าการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ขับ
ข้อ 5 (4) ส่งเสริมวัฒนธรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยในหมู่ประชาชน วัฒนธรรมไม่เกิดจากป้ายรณรงค์ครั้งเดียว แต่ต้องมีการสื่อสาร การออกแบบสภาพแวดล้อม แบบอย่าง การบังคับใช้ที่สม่ำเสมอ และการประเมินพฤติกรรม. สี่แนวทางทำงานร่วมกัน แผนที่ไม่มีงบและเจ้าภาพย่อมไม่ลงมือ มาตรฐานที่ไม่สื่อสารและไม่ติดตามอาจไม่ถูกปฏิบัติ ส่วนการรณรงค์ที่ถนนและรถยังเสี่ยงก็โยนภาระให้ประชาชนเกินจริง. คำถามท้ายหัวข้อ: โครงการแจกหมวกนิรภัยอย่างเดียวเข้าข้อ 5 หรือไม่? เข้าได้บางส่วนในด้านมาตรฐานและวัฒนธรรม แต่การทำให้ครบระบบต้องดูการใช้จริง จุดเสี่ยง การบังคับใช้ งบ เจ้าภาพ และผลก่อนหลังด้วย
ระดับนโยบายอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ หรือคณะกรรมการ นปถ. หน้าที่แกนคือกำหนดนโยบาย เห็นชอบแผน และเสนอระดับนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี. ระดับอำนวยการประกอบด้วยศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนส่วนกลาง ศปถ. จังหวัด และ ศปถ. กรุงเทพมหานคร เป็นชั้นแปลงนโยบายให้เกิดการบูรณาการ กำกับ ติดตาม ประเมิน และประสานหน่วยงาน. ระดับปฏิบัติการประกอบด้วย ศปถ. อำเภอ ศปถ. อปท. และ ศปถ. เขตในกรุงเทพมหานคร เป็นกลไกที่ใกล้ถนน ชุมชน จุดเสี่ยง ผู้ใช้ทาง และข้อมูลเหตุจริงมากที่สุด. ชื่อ “ศูนย์อำนวยการ” กับ “ศูนย์ปฏิบัติการ” บอกตำแหน่งในระบบ แต่ไม่ได้แปลว่าระดับอำนวยการห้ามทำกิจกรรมหรือระดับปฏิบัติการไม่วางแผน อำเภอยังต้องจัดทำแผนและงบ ส่วนจังหวัดยังดำเนินมาตรการในเขตจังหวัดได้
สายงานที่ดีต้องไหลสองทาง: นโยบาย เป้าหมายและมาตรฐานลงจากส่วนกลาง ขณะที่ข้อมูลจุดเสี่ยง ผลปฏิบัติและข้อเสนอไหลจาก อปท. หรืออำเภอขึ้นจังหวัดและส่วนกลาง หากไหลทางเดียว แผนอาจไม่ตรงปัญหา. กรณีศึกษาเช็กความเข้าใจ: ใครรับผิดชอบระดับปฏิบัติการตามข้อ 6? ต้องตอบครบ ศปถ. อำเภอ ศปถ. อปท. และ ศปถ. เขต ไม่รวม ศปถ. จังหวัดซึ่งอยู่ระดับอำนวยการ. คณะกรรมการ นปถ. กำหนดกรอบและเห็นชอบแผน ศปถ. ส่วนกลางจัดทำข้อเสนอ บูรณาการแผนกับงบ กำกับและประเมิน จังหวัดแปลงเป็นแผนพื้นที่ อำเภอประสานแผน อปท. แล้วหน่วยปฏิบัติแก้ปัญหาในเขตของตน
หากเกิดจุดเสี่ยงหน้าสถานศึกษา อปท. อาจดูสภาพพื้นที่และมาตรการชุมชน อำเภอประสานตำรวจและหลาย อปท. จังหวัดเชื่อมหน่วยเจ้าของทางและงบ ส่วนกลางช่วยมาตรฐานหรือข้ามจังหวัด ไม่จำเป็นต้องรอ นปถ. ลงมาสั่งรายละเอียดทุกป้าย. ในทางกลับกัน พื้นที่ไม่ควรทำโครงการตามความนิยมโดยไม่เชื่อมแผนและข้อมูล เช่นซื้ออุปกรณ์จำนวนมากโดยไม่รู้สาเหตุเหตุชน เพราะข้อ 17 และข้อ 21 วางหน้าที่เชื่อมแผน ติดตาม และประเมินผลไว้แล้ว. การรายงานที่มีคุณภาพต้องไม่ส่งเพียงจำนวนกิจกรรม ควรมีฐานก่อนดำเนินงาน ปัจจัยเสี่ยง กลุ่มเป้าหมาย ผลผลิต ผลลัพธ์ เหตุที่ไม่สำเร็จ และข้อเสนอที่ต้องการจากระดับสูงกว่า จึงจะทำให้การอำนวยการมีความหมาย
แต่ละระดับแต่งตั้งคณะทำงานได้ตามฐานของตน การตั้งคณะทำงานช่วยรวมผู้เชี่ยวชาญ แต่ไม่โอนอำนาจโดยอัตโนมัติ ต้องเขียนคำสั่งให้ชัดว่าให้ศึกษา ประสาน เสนอ หรือดำเนินการใด และผู้มีอำนาจตัดสินยังเป็นใคร. คำถามวิเคราะห์: อำเภอพบปัญหาถนนของกรมทางหลวงแต่ไม่มีงบแก้โครงสร้าง ควรทำอย่างไร? รักษามาตรการเร่งด่วนในอำนาจ เก็บหลักฐาน ประสานจังหวัดกับเจ้าของทาง และรายงานข้อเสนอ ไม่ปล่อยเสี่ยงและไม่สั่งแก้ทรัพย์สินเกินอำนาจ
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต