สารบัญ6 หัวข้อหลัก
- 1.บทที่ 1 เจตนารมณ์ นิยาม และแนวทางความปลอดภัยทางถนน
- 2.บทที่ 2 กลไกระดับนโยบายและคณะกรรมการ นปถ.
- 3.บทที่ 3 ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนนและการบูรณาการส่วนกลาง
- 4.บทที่ 4 ศูนย์อำนวยการระดับจังหวัดและกรุงเทพมหานคร
- 5.บทที่ 5 ศูนย์ปฏิบัติการระดับอำเภอ ท้องถิ่น และเขตกรุงเทพมหานคร
- 6.บทที่ 6 วงจรแผน งบประมาณ ข้อมูล และการมีส่วนร่วมที่ลดความสูญเสีย
บทที่ 1 เจตนารมณ์ นิยาม และแนวทางความปลอดภัยทางถนน
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน พ.ศ. 2554 เกิดจากการที่อุบัติเหตุมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น สร้างความสูญเสียต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สิน พร้อมกระทบการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เศรษฐกิจ และสังคม ระเบียบจึงสร้างกลไกให้การกำหนดนโยบาย แผนงาน ยุทธศาสตร์ มาตรการ และการดำเนินงานมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทุกพื้นที่ ต่อเนื่อง และเปิดให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วม ประกาศในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 14 มกราคม 2554 ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดไป และให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการ
บทนิยามกำหนดว่า “อำเภอ” รวมถึงกิ่งอำเภอ และ “นายอำเภอ” รวมถึงปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำกิ่งอำเภอ เพื่อให้กลไกระดับพื้นที่ใช้ได้กับโครงสร้างการปกครองในเวลาที่ตราระเบียบ ส่วน “องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น” หมายถึงองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล เมืองพัทยา และองค์กรท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง แต่ไม่รวมองค์การบริหารส่วนจังหวัดกับกรุงเทพมหานคร คำจำกัดความนี้สำคัญเพราะการจัดศูนย์ระดับท้องถิ่นกับการจัดกลไกของจังหวัดและกรุงเทพมหานครใช้คนละแนวทาง ไม่ควรนำชื่อเรียกในภาษาทั่วไปมาแทนขอบเขตตามระเบียบ
แนวทางแรกคือจัดทำแผนแม่บทความปลอดภัยทางถนน กำหนดเป้าหมายและวิธีดำเนินงานเสนอคณะรัฐมนตรีอนุมัติ เพื่อให้หน่วยงานรัฐกับผู้เกี่ยวข้องนำไปปฏิบัติ แนวทางที่สองคือใช้มาตรการแบบบูรณาการตั้งแต่นโยบาย เจ้าภาพ การวางแผน งบประมาณ การดำเนินงาน และการติดตามประเมินผล แนวทางทั้งสองทำให้การลดอุบัติเหตุไม่เป็นโครงการช่วงเทศกาลเท่านั้น แต่เป็นวงจรบริหารที่มีเป้าหมาย ข้อมูล ทรัพยากร และความรับผิดชอบต่อเนื่องตลอดปี (มักออกสอบ)
แนวทางที่สามคือส่งเสริมมาตรฐานความปลอดภัยเกี่ยวกับการจราจร ถนน และรถยนต์ ครอบคลุมโครงสร้าง สิ่งแวดล้อม ยานพาหนะ และการดูแลช่วยเหลือผู้ประสบภัย แนวทางที่สี่คือสร้างวัฒนธรรมใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย กรอบนี้แสดงว่าความปลอดภัยไม่อาจฝากไว้กับการบังคับใช้กฎหมายหรือพฤติกรรมผู้ขับเพียงด้านเดียว ถนนและสภาพแวดล้อมต้องให้อภัยต่อความผิดพลาด ยานพาหนะต้องได้มาตรฐาน การช่วยเหลือต้องรวดเร็ว และคนใช้ทางต้องมีความรู้กับแรงจูงใจที่จะลดความเสี่ยง
ระเบียบจัดการดำเนินงานเป็นสามระดับ ได้แก่ ระดับนโยบายซึ่งกำหนดทิศทางประเทศ ระดับอำนวยการซึ่งบูรณาการแผน งบประมาณ ข้อมูล และหน่วยงาน และระดับปฏิบัติการซึ่งแก้ปัญหาในอำเภอ ท้องถิ่น และเขตกรุงเทพมหานคร การแบ่งระดับไม่ได้หมายถึงต่างคนต่างทำ แต่เป็นสายส่งต่อจากเป้าหมายส่วนกลางลงสู่มาตรการเฉพาะพื้นที่และส่งข้อมูลผลกลับขึ้นไป หากระดับนโยบายไม่มีข้อมูลพื้นที่ เป้าหมายอาจไม่ตรงปัญหา หากระดับอำนวยการไม่รวมงบ หน่วยงานจะทำซ้ำ และหากระดับปฏิบัติการไม่มีอำนาจประสาน มาตรการจะไม่ถึงจุดเสี่ยงจริง ความสัมพันธ์ระหว่างระดับจึงต้องมีทั้งคำสั่ง แผน ทรัพยากร และข้อมูลย้อนกลับ มิใช่การรายงานตัวเลขเป็นครั้งคราว เพราะข้อมูลจากการปฏิบัติเป็นฐานให้ส่วนกลางปรับเป้าหมายและมาตรฐานในรอบถัดไป
| ระดับ | กลไกหลัก | ภารกิจเด่น | การส่งต่อ |
|---|---|---|---|
| นโยบาย | คณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ | กำหนดนโยบาย เห็นชอบแผนแม่บท ยุทธศาสตร์ และแผน | ส่งทิศทางให้กลไกอำนวยการและเสนอคณะรัฐมนตรี |
| อำนวยการ | ศปถ. ศปถ. จังหวัด และ ศปถ. กทม. | บูรณาการแผน งบประมาณ ข้อมูล การติดตาม และการประสาน | แปลงนโยบายเป็นกรอบปฏิบัติและรวบรวมผลจากพื้นที่ |
| ปฏิบัติการ | ศปถ. อำเภอ ศปถ. อปท. และ ศปถ. เขต | จัดทำแผนพื้นที่ ดำเนินมาตรการ เก็บข้อมูล และมีส่วนร่วมกับชุมชน | รายงานผลกับข้อเสนอให้ระดับอำนวยการ |
บทที่ 2 กลไกระดับนโยบายและคณะกรรมการ นปถ.
ระดับนโยบายอยู่ในความรับผิดชอบของคณะกรรมการนโยบายการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแห่งชาติ เรียกโดยย่อว่า “คณะกรรมการ นปถ.” นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นประธาน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คมนาคม ยุติธรรม สาธารณสุข และศึกษาธิการเป็นรองประธานตามลำดับ พร้อมกรรมการโดยตำแหน่งจากหน่วยงานสำคัญและผู้ทรงคุณวุฒิด้านความปลอดภัยทางถนน โครงสร้างนี้รวมผู้กำหนดนโยบายด้านถนน รถ คน กฎหมาย การแพทย์ การศึกษา งบประมาณ และการบริหารรัฐไว้ในเวทีเดียว
ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นกรรมการและเลขานุการ ส่วนอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยรับผิดชอบงานเลขานุการกับงานธุรการ ประสานหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และทำงานอื่นตามที่คณะกรรมการมอบหมาย การวางเลขานุการไว้กับกระทรวงมหาดไทยเชื่อมมติระดับชาติกับจังหวัด อำเภอ และท้องถิ่น ขณะเดียวกันต้องประสานกระทรวงคมนาคม ตำรวจ สาธารณสุข การศึกษา ภาคประชาสังคม และเอกชนโดยไม่ทำให้งานกลายเป็นภารกิจของกรมใดกรมหนึ่งเพียงลำพัง
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิมีวาระสี่ปีและอาจได้รับแต่งตั้งใหม่ได้ แต่ไม่เกินสองวาระติดต่อกัน หากมีผู้พ้นก่อนครบวาระหรือแต่งตั้งเพิ่ม ผู้เข้ามาใหม่อยู่เพียงเวลาที่เหลือของชุดเดิม และเมื่อครบวาระแต่ยังไม่มีผู้ได้รับแต่งตั้งใหม่ คนเดิมทำหน้าที่ต่อจนกว่าคนใหม่เข้ารับหน้าที่ เหตุพ้นตำแหน่งนอกจากครบวาระ ได้แก่ ตาย ลาออก ล้มละลาย เป็นคนไร้หรือเสมือนไร้ความสามารถ และได้รับโทษจำคุกถึงที่สุด เว้นความผิดโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ หลักนี้รักษาทั้งความต่อเนื่องกับความเหมาะสมของผู้ดำรงตำแหน่ง
การประชุมต้องมีกรรมการไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม ประธานทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม หากไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติได้ รองประธานลำดับถัดไปทำหน้าที่แทน และหากไม่มีทั้งประธานกับรองประธาน ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่ การวินิจฉัยใช้เสียงข้างมาก กรรมการมีคนละหนึ่งเสียง และกรณีคะแนนเท่ากัน ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มเป็นเสียงชี้ขาด กติกานี้ช่วยให้มีข้อยุติ แต่ฝ่ายเลขานุการควรทำให้ข้อมูล ทางเลือก และผลกระทบครบก่อนลงมติ
คณะกรรมการ นปถ. กำหนดนโยบายเพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนนให้สอดคล้องกับแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ เห็นชอบแผนแม่บทก่อนเสนอคณะรัฐมนตรี เห็นชอบยุทธศาสตร์และแผน ออกประกาศ คำสั่ง หรือแนวทาง เสนอความเห็นต่อนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรี และปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย อำนาจระดับนี้มุ่งเลือกทิศทางกับสร้างเอกภาพ มิใช่ลงไปสั่งจุดตรวจหรือแก้ทางแยกทุกแห่ง การตัดสินควรระบุผลลัพธ์ระดับชาติ เกณฑ์ติดตาม และกรอบให้พื้นที่ปรับใช้ตามสาเหตุเฉพาะของตน เมื่อเรื่องใดติดข้อจำกัดด้านอำนาจ กฎหมาย หรืองบประมาณ คณะกรรมการมีหน้าที่ยกระดับปัญหาและเสนอทางเลือกต่อฝ่ายบริหาร ทำให้มติระดับนโยบายเชื่อมกับกลไกรัฐที่แก้ข้อจำกัดนั้นได้จริง
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต