สารบัญ6 หัวข้อหลัก
- 1.บทที่ 1 ความหมาย ขอบเขต และภัยที่การรักษาความปลอดภัยแห่งชาติมุ่งป้องกัน
- 2.บทที่ 2 ผู้รับผิดชอบ ชั้นความลับ และระบบกำกับจากนโยบายสู่หน่วยงาน
- 3.บทที่ 3 การรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับบุคคลตลอดวงจรการมอบหมาย
- 4.บทที่ 4 การรักษาความปลอดภัยเกี่ยวกับสถานที่และความต่อเนื่องของภารกิจ
- 5.บทที่ 5 การรักษาความปลอดภัยในการประชุมลับก่อน ระหว่าง และหลังประชุม
- 6.บทที่ 6 การป้องกัน การตอบสนอง และการฟื้นฟูเมื่อเกิดการละเมิด
บทที่ 1 ความหมาย ขอบเขต และภัยที่การรักษาความปลอดภัยแห่งชาติมุ่งป้องกัน
ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ พ.ศ. 2552 ปรับระบบเดิมให้เหมาะกับสภาพงานของรัฐและทำงานประสานกับระเบียบว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ พ.ศ. 2544 ต่อมามีการแก้ไของค์ประกอบเชิงนโยบายในปี 2554 และปรับมาตรการให้รองรับเทคโนโลยี ศูนย์ข้อมูล บุคคลภายนอก และภัยคุกคามที่เปลี่ยนไปในปี 2560 การอ่านจึงต้องใช้ฉบับเรียบเรียงรวมการแก้ไข มิใช่หยิบถ้อยคำฉบับแรกเพียงลำพัง เพราะชื่อหน่วยรับผิดชอบและขอบเขตมาตรการบางส่วนถูกทำให้สอดคล้องกับโครงสร้างรัฐและการปฏิบัติงานสมัยใหม่แล้ว
การรักษาความปลอดภัยแห่งชาติหมายถึงมาตรการและการดำเนินการเพื่อพิทักษ์ รักษา คุ้มครอง และป้องกันสิ่งที่เป็นความลับของทางราชการ หน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ และทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน มิได้จำกัดอยู่ที่การล็อกตู้เอกสาร เป้าหมายคือป้องกันการรั่วไหล การจารกรรม การก่อวินาศกรรม การบ่อนทำลาย การก่อการร้าย การกระทำที่เป็นภัยต่อความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งรัฐ รวมถึงการเปิดเผยความลับในรูปอื่น ศูนย์ข้อมูล ระบบสาธารณูปโภค บุคคลสำคัญ และความสามารถดำเนินภารกิจจึงอาจเป็นสิ่งที่ต้องคุ้มครองพร้อมกัน
สิ่งที่เป็นความลับของทางราชการครอบคลุมข้อมูลข่าวสาร บริภัณฑ์ ยุทธภัณฑ์ ที่สงวน การรหัส ประมวลลับ และสิ่งอื่นที่ถือเป็นความลับ ข้อมูลจึงอาจอยู่ในหนังสือ ไฟล์ เสียง ความทรงจำ วัตถุ แบบแปลน ระบบ หรือสถานที่ก็ได้ การรหัสคือการใช้รหัสหรือประมวลลับแทนข้อความหรือส่งข่าวสารลับ ส่วนประมวลลับคือชุดตัวอักษร ตัวเลข คำ สัญญาณ หรือสัญลักษณ์ที่ตกลงใช้แทนความหมายจริง การเข้ารหัสเป็นเพียงมาตรการหนึ่ง ไม่ได้ลบชั้นความลับหรือทำให้บุคคลซึ่งไม่มีหน้าที่กลายเป็นผู้มีสิทธิเข้าถึงข้อมูลนั้น
คำว่าเข้าถึงหมายถึงการมีอำนาจหน้าที่หรือได้รับอนุญาตให้ทราบ ครอบครอง ดำเนินการ หรือเก็บรักษาสิ่งลับ รวมถึงได้รับอนุญาตให้อยู่ในที่ซึ่งน่าจะได้ทราบเรื่องนั้น ส่วนรั่วไหลเกิดเมื่อสิ่งลับถูกครอบครองหรือได้ทราบโดยบุคคลไม่มีอำนาจหน้าที่ การไม่มีสำเนาติดมือจึงไม่ทำให้พ้นความหมาย หากผู้ไม่มีสิทธิได้ยิน เห็นหน้าจอ หรือจำเนื้อหาออกไป หลักสำคัญคือจำกัดให้ทราบเท่าที่จำเป็นต่อภารกิจ ผู้มีตำแหน่งสูงหรือมีสิทธิในระบบอื่นยังเข้าถึงเรื่องที่ไม่ได้รับมอบหมายไม่ได้เพียงเพราะอ้างฐานะของตน
ภัยแต่ละชนิดมีจุดเน้นต่างกัน การจารกรรมเป็นการลอบให้ได้หรือส่งสิ่งลับแก่ผู้ไม่มีสิทธิและมีเหตุเชื่อว่าจะเกิดผลร้าย การก่อวินาศกรรมมุ่งทำลายหรือรบกวนคน ทรัพย์ ข้อมูล สาธารณูปโภค หรือระบบจนเกิดความปั่นป่วนและความเสียหาย การบ่อนทำลายมุ่งสร้างความแตกแยก ความอ่อนแอ หรือเปลี่ยนแปลงระบอบและสถาบัน ส่วนการก่อการร้ายสร้างความหวาดกลัวหรือบีบบังคับรัฐบาลหรือองค์การระหว่างประเทศโดยก่อความเสียหายสำคัญ การประเมินเหตุจึงต้องดูวัตถุประสงค์ วิธี และผลกระทบ ไม่ติดอยู่กับป้ายชื่อของเหตุเพียงคำเดียว
บทที่ 2 ผู้รับผิดชอบ ชั้นความลับ และระบบกำกับจากนโยบายสู่หน่วยงาน
ระบบรับผิดชอบแบ่งชั้นอย่างชัดเจน คณะกรรมการนโยบายรักษาความปลอดภัยแห่งชาติ หรือ กรช. เป็นกลไกกำหนดนโยบายและมาตรการ วางแนวทาง อำนวยการ วินิจฉัยปัญหา เสนอการปรับระเบียบ แต่งตั้งคณะทำงาน เชิญผู้เกี่ยวข้องหรือเรียกเอกสาร และออกประกาศเพื่อให้ปฏิบัติได้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติทำหน้าที่สำนักงานเลขานุการ ศึกษาวิจัย วิเคราะห์และประสานข้อมูล ติดตามประเมินผล และสนับสนุนความร่วมมือทั้งในกับต่างประเทศ กรช. จึงไม่ใช่เจ้าหน้าที่ประจำอาคารและไม่รับหน้าที่จัดการเหตุรายวันแทนหน่วยงานเจ้าของพื้นที่
องค์การรักษาความปลอดภัยมีสามฝ่าย สำนักข่าวกรองแห่งชาติเป็นฝ่ายพลเรือน ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นฝ่ายทหาร และกองบัญชาการตำรวจสันติบาลเป็นฝ่ายตำรวจ แต่ละฝ่ายให้คำแนะนำ ช่วยเหลือ กำกับ ตรวจสอบ และเสนอแก้ข้อบกพร่องในหน่วยงานที่อยู่ในขอบของตน การมีองค์การเหล่านี้ไม่ได้ย้ายความรับผิดชอบออกจากหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ เพราะหัวหน้าหน่วยงานยังต้องรักษาความปลอดภัยในหน่วยของตน วางแผน แต่งตั้งเจ้าหน้าที่ควบคุม และกำกับบุคคลภายนอกที่รับมอบหมายหรือเป็นคู่สัญญาให้ปฏิบัติตามระเบียบ
เจ้าหน้าที่ควบคุมการรักษาความปลอดภัยเป็นผู้ที่หัวหน้าหน่วยงานแต่งตั้งและมอบหมายให้ดำเนินการ ควบคุม กำกับดูแล และให้คำปรึกษาภายในหน่วยงาน โดยอาจมีผู้ช่วยตามความจำเป็น องค์การรักษาความปลอดภัยทุกฝ่ายต้องประสานกันเพื่อจัดทำหลักเกณฑ์ วิธีการ คำแนะนำ และการอบรม หน่วยงานนำแนวทางดังกล่าวมาวางวิธีปฏิบัติที่ประสานมาตรการหลายด้าน ตรวจตามระยะในแผน และไม่ทำให้การรักษาความปลอดภัยกลายเป็นอุปสรรคต่อภารกิจปกติ การออกแบบจึงต้องคำนึงถึงประโยชน์ราชการ ความเสี่ยง และความสามารถปฏิบัติจริงพร้อมกัน
สิ่งลับแบ่งเป็นสามชั้น ได้แก่ ลับที่สุด ลับมาก และลับ เกณฑ์ต่างกันที่ระดับความเสียหายต่อความมั่นคงและผลประโยชน์แห่งรัฐหากรั่วไหล ชั้นลับที่สุดใช้เมื่อจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่สุด ชั้นลับมากใช้เมื่อจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรง และชั้นลับใช้เมื่อจะเกิดความเสียหาย สื่อดิจิทัลไม่ได้สร้างชั้นใหม่ เช่น “ลับปานกลาง” และชื่อไฟล์หรืออุปกรณ์เก็บไม่ใช่ตัวกำหนดชั้น เจ้าของเรื่องต้องพิจารณาเนื้อหา บริบท ความเชื่อมโยง และผลที่คาด ก่อนเลือกมาตรการเข้าถึง เก็บ ส่ง และทำลายให้สัมพันธ์กับชั้นนั้น
การกำกับต้องเคลื่อนไหวตามสภาพภัย ระเบียบกำหนดให้มีการทบทวนการปฏิบัติเมื่อเห็นสมควรหรืออย่างน้อยทุกห้าปี เพื่อปรับให้ทันเทคโนโลยี โครงสร้าง และสถานการณ์ หน่วยงานยังต้องอบรมเจ้าหน้าที่อย่างละเอียดเรื่องความจำเป็นกับมาตรการ และจัดอบรมเพิ่มเติมในโอกาสอันเหมาะสมภายใต้การควบคุม การทบทวนระดับระเบียบไม่ใช่เหตุให้รอครบห้าปีก่อนแก้ช่องโหว่ การเปลี่ยนระบบ เหตุละเมิด หรือบทเรียนจากการตรวจย่อมต้องนำมาปรับวิธีปฏิบัติทันที ส่วนแผนสถานที่มีรอบทบทวนและซักซ้อมที่ถี่กว่าตามลักษณะงาน
| ผู้รับผิดชอบ | หน้าที่แกนกลาง | สิ่งที่ไม่ควรสับสน |
|---|---|---|
| กรช. | กำหนดนโยบาย มาตรการ แนวทาง และวินิจฉัยปัญหาระดับระบบ | ไม่ใช่ผู้ควบคุมเหตุประจำสถานที่ |
| องค์การรักษาความปลอดภัย | แนะนำ ช่วยเหลือ กำกับ ตรวจสอบ และแก้ข้อบกพร่องตามฝ่าย | ไม่รับความรับผิดชอบทั้งหมดแทนหัวหน้าหน่วยงาน |
| หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ | รับผิดชอบความปลอดภัยของหน่วยงาน แต่งตั้งผู้ควบคุม และกำกับคู่สัญญา | การจ้างภายนอกไม่ทำให้หน้าที่สิ้นสุด |
| เจ้าหน้าที่ควบคุมการรักษาความปลอดภัย | ดำเนินการ ควบคุม กำกับดูแล และให้คำปรึกษาภายใน | เป็นคนละบทบาทกับองค์การรักษาความปลอดภัย |
| เจ้าของเรื่องหรือพื้นที่ | กำหนดความต้องการ ชั้นความลับ และจัดการผลกระทบต่อเรื่องของตน | ต้องประสานเมื่อเรื่องหรือสถานที่อยู่ต่างหน่วย |
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต