กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

คู่มือเชื่อมสถานะ คุณสมบัติ การสรรหา สัญญา สิทธิ การประเมิน วินัย และการกำกับระบบพนักงานราชการ

4 หัวข้อ · อ่านประมาณ 25 นาที · มีต้นฉบับจาก ocsc.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 4 หัวข้อ50%
หัวข้อ 1

ฐานกฎหมาย คำนิยาม ประเภท กลุ่มงาน และคุณสมบัติ

ฐานกฎหมาย สถานะ และลําดับการใช้บังคับ — ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ พ.ศ. 2547 ออกโดยนายกรัฐมนตรีด้วยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี อาศัยอํานาจตามบทบัญญัติที่เกี่ยวข้อง (8) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 มีวัตถุประสงค์ปรับกระบวนการจ้างงานภาครัฐให้หลากหลาย เหมาะกับการใช้กําลังคน คล่องตัว และมุ่งประสิทธิภาพกับประสิทธิผล โดยเริ่มใช้บังคับตั้งแต่ 1 มกราคม 2547 ตัวบทเดิมมี 43 ข้อ แบ่งสาระเป็นพนักงานราชการ ค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ การประเมินผล วินัย การสิ้นสุดสัญญา คณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ และบทเฉพาะกาล ต่อมามี ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยพนักงานราชการ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.

2560 ซึ่งใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2560 และแก้ข้อ 8 (6) เพียงประเด็นเดียว การใช้กฎหมายปัจจุบันต้องอ่านระเบียบ พ.ศ. 2547 โดยแทนข้อความข้อ 8 (6) ด้วยฉบับแก้ พ.ศ. 2560 แล้วอ่านร่วมกับประกาศคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการในเรื่องกลุ่มงาน กรอบอัตรากําลัง การสรรหา แบบสัญญา ค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ การประเมิน และวินัย รวมถึงข้อกําหนดของส่วนราชการกับเงื่อนไขสัญญาที่ไม่ขัดต่อฐานกฎหมายระดับสูงกว่า คํานิยาม ขอบเขตส่วนราชการ และหน้าที่ทั่วไป — พนักงานราชการ หมายถึงบุคคลซึ่งได้รับการจ้างตามสัญญาจ้าง ได้รับค่าตอบแทนจากงบประมาณของส่วนราชการ และเป็นพนักงานของรัฐเพื่อปฏิบัติงานให้ส่วนราชการนั้น ส่วน “สัญญาจ้าง” หมายถึงสัญญาจ้างพนักงานราชการตามระเบียบนี้ สถานะจึงเกิดจากการสรรหาและทําสัญญาที่ถูกต้อง

ไม่เกิดจากการมอบหมายงานหรือการเบิกค่าตอบแทนเพียงอย่างเดียว ส่วนราชการ ครอบคลุมกระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการชื่ออื่นที่มีฐานะเป็นกรม และหน่วยงานอื่นของรัฐที่มีฐานะเป็นส่วนราชการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แต่ไม่รวมราชการส่วนท้องถิ่น ส่วน “หัวหน้าส่วนราชการ” คือปลัดกระทรวง ปลัดทบวง อธิบดี หัวหน้าหน่วยงานที่มีฐานะเป็นกรม หรือผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างตามขอบเขตของตน คําว่า “คณะกรรมการ” ในระเบียบหมายถึงคณะกรรมการบริหารพนักงานราชการ ส่วนเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนเป็นผู้รักษาการตามระเบียบ และสํานักงาน ก.พ. รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการ การแยกบทบาทนี้ทําให้เห็นว่าหัวหน้าส่วนราชการเป็นผู้บริหารสัญญารายบุคคล ขณะที่ คพร.

กําหนดมาตรฐานกลางของระบบ ประเภทพนักงานราชการและกลุ่มงาน — ระเบียบแบ่งพนักงานราชการเป็น 2 ประเภท ประเภทแรกคือ พนักงานราชการทั่วไป ซึ่งปฏิบัติงานประจําทั่วไปของส่วนราชการในด้านบริการ เทคนิค บริหารทั่วไป วิชาชีพเฉพาะ หรือเชี่ยวชาญเฉพาะ ประเภทที่สองคือ พนักงานราชการพิเศษ ซึ่งใช้ความรู้หรือความเชี่ยวชาญสูงมากเป็นพิเศษสําหรับเรื่องสําคัญและจําเป็นเฉพาะของส่วนราชการ ตําแหน่งจําแนกเป็น 6 กลุ่มงาน ได้แก่ กลุ่มงานบริการ กลุ่มงานเทคนิค กลุ่มงานบริหารทั่วไป กลุ่มงานวิชาชีพเฉพาะ กลุ่มงานเชี่ยวชาญเฉพาะ และกลุ่มงานเชี่ยวชาญพิเศษ คพร. อาจกําหนดกลุ่มงานย่อยเพิ่มเติม และเป็นผู้ประกาศว่าพนักงานประเภทใดอยู่ในกลุ่มใด รวมถึงกําหนดลักษณะงานกับคุณสมบัติเฉพาะของกลุ่มงาน

ส่วนราชการกําหนดชื่อตําแหน่งภายในกลุ่มงานให้เหมาะกับหน้าที่ได้ แต่ไม่อาจเปลี่ยนสาระของกลุ่มงานหรือคุณสมบัติเฉพาะที่ คพร. กําหนด ชื่อตําแหน่งจึงไม่ใช่เกณฑ์เดียวสําหรับประเภท อัตราค่าตอบแทน หรือวิธีประเมิน ต้องตรวจลักษณะงาน ผลผลิต ระดับความรับผิดชอบ ความเชี่ยวชาญ และประกาศที่ใช้กับกลุ่มงานนั้นร่วมกัน คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามตามข้อ 8 ที่แก้ไขแล้ว — ผู้ที่จะได้รับการจ้างต้องมี สัญชาติไทย และมีอายุ ไม่ต่ํากว่า 18 ปี ทั้งต้องไม่เป็นบุคคลล้มละลาย ไม่เป็นผู้มีกายทุพพลภาพจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไร้ความสามารถ จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กําหนดในกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน การพิจารณาสุขภาพต้องเชื่อมกับความสามารถปฏิบัติหน้าที่และฐานกฎหมาย มิใช่ใช้ความเห็นทั่วไปแทนเกณฑ์

บุคคลต้องไม่ดํารงตําแหน่งทางการเมือง ไม่เป็นกรรมการพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง ไม่เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ และในวันที่จะรับจ้างต้องไม่เป็นข้าราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการ พนักงานหรือลูกจ้างของหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่นอยู่แล้ว ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560 แก้ลักษณะต้องห้ามเรื่องโทษจําคุก โดยผู้เคยต้องรับโทษจําคุกตามคําพิพากษาถึงที่สุดยังไม่ต้องห้ามเมื่อเป็นความผิดโดยประมาท ความผิดลหุโทษ หรือเป็นผู้ พ้นโทษมาแล้วเกิน 5 ปี สําหรับกรณีหลัง ผู้สมัครต้องยื่น หนังสือรับรองความประพฤติ ว่าไม่เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่น่ารังเกียจของสังคม ตามแบบที่เลขาธิการ ก.พ. กําหนดเพื่อประกอบการพิจารณา

ชั้นข้อมูลที่ต้องแยกเมื่อพิจารณาสถานะบุคคล
ชั้นสิ่งที่กำหนดผลต่อการดำเนินการ
ฐานกฎหมายและระเบียบสถานะ หลักทั่วไป ผู้มีอำนาจ และกรอบการบริหารกำหนดว่าการจ้างและการปฏิบัติต้องอยู่ใต้กฎชุดใด
ประเภทและกลุ่มงานลักษณะภารกิจ ความเชี่ยวชาญ และการจัดตำแหน่งเชื่อมกับคุณสมบัติ ค่าตอบแทน การประเมิน และเงื่อนไขสัญญา
คุณสมบัติทั่วไปเงื่อนไขพื้นฐานที่ผู้สมัครต้องมีใช้คัดกรองก่อนเปรียบเทียบความรู้ ทักษะ หรือสมรรถนะ
ลักษณะต้องห้ามเหตุที่กฎหมายไม่ให้เข้าสู่หรือดำรงสถานะตามขอบเขตที่กำหนดต้องตรวจถ้อยคำและฉบับแก้ไข ไม่ขยายความเกินบทบัญญัติ
เงื่อนไขเฉพาะตำแหน่งวุฒิ ประสบการณ์ ใบอนุญาต ทักษะ และเงื่อนไขภารกิจใช้ประกอบประกาศรับสมัคร การเลือกสรร และข้อตกลงในสัญญา
หัวข้อ 2

กรอบกำลัง การสรรหา สัญญา การทำงาน ค่าตอบแทน และสิทธิ

กรอบอัตรากําลังและการกําหนดตําแหน่ง — ส่วนราชการต้องจัดทํากรอบอัตรากําลังพนักงานราชการเป็นระยะเวลา 4 ปี ให้สอดคล้องกับเป้าหมายการปฏิบัติราชการและแผนงบประมาณเชิงกลยุทธ์ตามแนวทางที่ คพร. กําหนด กรอบต้องสะท้อนภารกิจ ผลผลิต ระยะเวลาความต้องการ จํานวนคน กลุ่มงาน และทรัพยากร ไม่ใช่เพียงยอดตําแหน่งที่หน่วยงานต้องการรักษาไว้ กรอบอัตรากําลังต้องเสนอขอ ความเห็นชอบจาก คพร. เมื่อเห็นชอบแล้ว สํานักงบประมาณจึงสนับสนุนงบประมาณค่าใช้จ่ายบุคคลตามความจําเป็นและความสอดคล้องกับกรอบ การมีงบประมาณไม่แทนการได้รับอนุมัติกรอบ และการมีกรอบไม่แทนขั้นตอนสรรหา เลือกสรร และทําสัญญา

หากมีเหตุผลความจําเป็น ส่วนราชการขอเปลี่ยนกรอบอัตรากําลังได้โดยต้องได้รับความเห็นชอบจาก คพร. และแจ้งสํานักงบประมาณ การเปลี่ยนภารกิจหรือย้ายอัตราจึงต้องดําเนินการตามกลไกที่กําหนดก่อนใช้ตําแหน่ง มิใช่เปิดรับบุคคลแล้วแก้กรอบย้อนหลังเพื่อรองรับผลที่เกิดขึ้น การสรรหา การเลือกสรร และการทําสัญญาจ้าง — การสรรหาและการเลือกสรร บุคคลเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่ คพร. กําหนด หากส่วนราชการประสงค์ยกเว้นหรือเพิ่มเติมจากมาตรฐาน ต้องทําความตกลงกับ คพร. ตามข้อ 10 วรรคสอง การอนุมัติภายในของส่วนราชการเพียงฝ่ายเดียวจึงไม่พอเมื่อเป็นการเปลี่ยนหลักเกณฑ์กลาง ประกาศ คพร. พ.ศ.

2552 กําหนดรายละเอียดกระบวนการและแบบสัญญาจ้าง โดยยึดความรู้ ความสามารถ ทักษะ สมรรถนะ ความเท่าเทียมในโอกาส ประโยชน์ของทางราชการ ความยุติธรรม ความโปร่งใส และการตรวจสอบได้ ประกาศรับสมัครจึงต้องระบุตําแหน่ง กลุ่มงาน ค่าตอบแทน ระยะจ้าง คุณสมบัติ วิธีประเมิน และเกณฑ์ตัดสินให้ชัดก่อนการแข่งขัน การจ้างต้องทําเป็น สัญญาไม่เกินคราวละ 4 ปี หรือเท่าระยะของโครงการที่กําหนดวันเริ่มต้นและสิ้นสุดไว้ และอาจต่อสัญญาได้ตามความเหมาะสมกับความจําเป็นของส่วนราชการ การต่อสัญญาไม่ใช่สิทธิอัตโนมัติ ต้องมีตําแหน่งในกรอบ ภารกิจและงบประมาณยังคงอยู่ ผลประเมินเป็นไปตามเกณฑ์ และดําเนินการก่อนสัญญาเดิมสิ้นสุด

การแต่งกาย วันเวลา และวิธีปฏิบัติงาน — การแต่งกายและเครื่องแบบปกติของพนักงานราชการเป็นไปตามที่ส่วนราชการกําหนด ส่วนเครื่องแบบพิธีการเป็นไปตามที่ คพร. กําหนด การมีเครื่องแบบหรือการปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับข้าราชการไม่เปลี่ยนฐานะตามสัญญา และการใช้เครื่องหมาย ตําแหน่ง หรือสิทธิประกอบเครื่องแบบต้องมีฐานตามประกาศที่เกี่ยวข้อง วันเวลาทํางานหรือวิธีทํางานสําหรับตําแหน่งที่ไม่ต้องประจําอยู่ ณ ส่วนราชการเป็นไปตามที่ส่วนราชการกําหนดและอาจแตกต่างตามหน้าที่ โดยต้องคํานึงถึง ผลสําเร็จของงาน อํานาจนี้รองรับลักษณะงานที่หลากหลาย แต่หน่วยงานต้องกําหนดผลผลิต การส่งมอบ เวลา ความปลอดภัย การควบคุม และวิธีประเมินให้ชัดในข้อกําหนดหรือสัญญา

พนักงานราชการมีหน้าที่ปฏิบัติงานตามระเบียบ ข้อกําหนดของส่วนราชการ และเงื่อนไขสัญญา รวมทั้งปฏิบัติตามคําสั่งผู้บังคับบัญชาที่สั่งในหน้าที่ราชการโดยชอบด้วยกฎหมายและระเบียบของทางราชการ คําสั่งที่อยู่นอกเหนือสัญญาจึงต้องพิจารณาทั้งประโยชน์ราชการ อํานาจตามข้อ 31 และค่าตอบแทนที่ส่วนราชการอาจกําหนด ค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ และประกันสังคม — อัตรา ค่าตอบแทน ของพนักงานราชการเป็นไปตามประกาศของ คพร. ส่วนราชการไม่กําหนดบัญชีอัตราหลักขึ้นใช้เอง คพร. ต้องทบทวนค่าตอบแทนและสิทธิประโยชน์ให้เหมาะสม เป็นธรรม และมีมาตรฐาน โดยคํานึงถึงค่าครองชีพ ค่าตอบแทนภาคเอกชน เงินเดือนข้าราชการพลเรือน ฐานะการคลังของประเทศ และปัจจัยอื่นที่เกี่ยวข้อง

ข้อ 15 เปิดให้ส่วนราชการกําหนดสิทธิประโยชน์ตามประเภทหรือตําแหน่งในกลุ่มงาน ได้แก่ การลา ค่าตอบแทนระหว่างลา ค่าตอบแทนนอกเวลางาน ค่าเดินทาง เบี้ยประชุม เครื่องราชอิสริยาภรณ์ รถประจําตําแหน่ง และสิทธิอื่นที่ คพร. ประกาศ หลักเกณฑ์ของส่วนราชการต้องไม่ขัดกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือมติคณะรัฐมนตรีที่ใช้กับสิทธินั้น พนักงานราชการได้รับสิทธิประโยชน์และมีหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วย การประกันสังคม การส่งเงินสมทบ การรับประโยชน์ทดแทน และการประสานกับสิทธิจากฐานอื่นจึงต้องเป็นไปตามกฎหมายประกันสังคมและประกาศที่เกี่ยวข้อง ไม่อาจนําระบบรักษาพยาบาลหรือบําเหน็จบํานาญของข้าราชการมาใช้ทั้งหมดเพียงเพราะปฏิบัติงานในส่วนราชการ

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก ocsc.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต