กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

หลักการจำแนกประเภทรายจ่ายตามงบประมาณ

คู่มือจำแนกรายจ่ายจากเนื้อแท้ของภาระ ตั้งแต่กำลังคนและการดำเนินงาน ไปจนถึงสินทรัพย์ เงินอุดหนุน งบกลาง และหลักฐานตรวจสอบ

5 หัวข้อ · อ่านประมาณ 25 นาที

อ่านฟรีได้ 2 จาก 5 หัวข้อ40%
หัวข้อ 1

ฐานคิดของการจำแนก: เริ่มจากเนื้อแท้ มิใช่ชื่อรายการ

หลักจำแนกแบ่งภาพใหญ่เป็น รายจ่ายของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ กับรายจ่ายงบกลาง รายจ่ายของหน่วยงานสะท้อนทรัพยากรที่ใช้ทำผลผลิตหรือภารกิจของหน่วยนั้น ส่วนงบกลางเป็นวงเงินที่ตั้งไว้ส่วนกลางสำหรับรายการหรือเหตุที่กำหนด การพบว่าหน่วยงานเป็นผู้เบิกจึงยังไม่พอ ต้องดูว่าโดยหลักควรตั้งอยู่ที่หน่วยงานหรืองบกลาง รายจ่ายของส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจจำแนกเป็น งบบุคลากร งบดำเนินงาน งบลงทุน งบเงินอุดหนุน และงบรายจ่ายอื่น ห้าประเภท แต่ละประเภทตอบคนละคำถาม: จ่ายกำลังคนประจำหรือไม่ ใช้ดำเนินงานประจำหรือไม่ ทำให้ได้สินทรัพย์ถาวรหรือเพิ่มมูลค่าหรือไม่ ส่งเงินให้ผู้รับไปใช้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่ หรือเป็นรายจ่ายเฉพาะที่ไม่เข้ากลุ่มก่อนหน้า

การจำแนกต้องยึดวัตถุประสงค์และลักษณะเนื้อแท้ของรายจ่าย ไม่ใช้ชื่อโครงการ ชื่อบัญชี หรือผู้ขายเป็นตัวตัดสิน เช่นซื้อของจากบริษัทไม่ได้แปลว่าเป็นครุภัณฑ์ และจ้างผู้รับเหมาไม่ได้แปลว่าเป็นค่าใช้สอยเสมอ หากงานสร้างหรือปรับปรุงสินทรัพย์จนเพิ่มมูลค่าก็อาจเป็นงบลงทุน ก่อนตั้งคำขอควรบันทึก scope, output, specifications, หน่วยนับ, อายุใช้งาน, สภาพเดิม–สภาพหลังงาน และองค์ประกอบราคา แล้วจับคู่กับหลักจำแนกและหนังสือเวียนที่ใช้ในปีนั้น เอกสารสรุปหรือกรณีทบทวนอาจอ้างเกณฑ์ของฉบับหนึ่ง จึงต้องตรวจประกาศล่าสุดก่อนทำรายการจริงโดยเฉพาะวงเงินและตัวอย่างที่แก้ไขได้

เงินเดือนรายเดือนของข้าราชการจำแนกเป็น งบบุคลากร รายการเงินเดือน เพราะเป็นค่าตอบแทนกำลังคนตามกรอบอัตราที่มีลักษณะประจำ ไม่รวมเงินทุกชนิดที่จ่ายให้บุคคลไว้ในหมวดเดียว ต้องดูฐานะผู้รับและลักษณะการจ่ายตามหลักจำแนก ค่าตอบแทนรายเดือนของลูกจ้างประจำจำแนกเป็น งบบุคลากร รายการค่าจ้างประจำ ความต่างจากเงินเดือนอยู่ที่สถานะและรายการตามระบบ แม้จ่ายทุกเดือนเหมือนกัน จึงไม่ควรรวมชื่อเรียกเพื่อความสะดวกจนข้อมูลกำลังคนคลาดเคลื่อน

ค่าจ้างลูกจ้างชั่วคราวที่ปฏิบัติงานตามเวลาปกติในหลักที่กรณีอ้างให้จัดเป็น งบดำเนินงาน รายการค่าจ้างชั่วคราว ไม่ใช่งบบุคลากรโดยอัตโนมัติจากคำว่า “ค่าจ้าง” จุดนี้เป็นจุดที่มักสับสนที่ต้องอ่านประเภทอัตราและแนวจำแนกของสำนักงบประมาณ เมื่อบุคคลทำงานผ่านสัญญาจ้างเหมาบริการ ต้องพิจารณาผลของงาน ความเป็นอิสระ และข้อกำหนดจัดซื้อจัดจ้าง ไม่เรียกเป็นลูกจ้างเพื่อหลบขั้นตอน และไม่เรียกลูกจ้างเป็นผู้รับจ้างเพื่อเปลี่ยนหมวด การจำแนกงบไม่เปลี่ยนสถานะทางแรงงานหรือกฎหมายอื่นโดยตัวมันเอง

งบดำเนินงานครอบคลุม ค่าตอบแทน ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ และค่าสาธารณูปโภค เป็นรายจ่ายเพื่อการบริหารและปฏิบัติงานตามปกติที่ไม่ใช่รายจ่ายบุคลากรถาวรหรือการได้มาซึ่งสินทรัพย์ลงทุนตามเกณฑ์ การอยู่ในงบดำเนินงานเดียวกันไม่ทำให้สี่รายการใช้แทนกันได้ ค่าตอบแทนคือเงินที่จ่ายตอบแทนการปฏิบัติงานหรือสิทธิบางอย่างตามตัวอย่างและระเบียบ เช่นเบี้ยประชุมกรรมการตามคำสั่งเป็น ค่าตอบแทนในงบดำเนินงาน ต้องแยกจากค่าจ้างประจำ ค่าจ้างชั่วคราว และค่าจ้างเหมาที่ซื้อผลสำเร็จของงาน

ค่าใช้สอยมักเกิดจากการได้รับบริการ การเดินทาง การเช่า การซ่อมโดยบุคคลภายนอก และค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดที่หลักจำแนกระบุ ส่วนค่าวัสดุเน้นสิ่งของที่ไม่คงทน สิ้นเปลือง หรือสิ่งของคงทนบางชนิดตามหนังสือเวียน ค่าสาธารณูปโภคเป็นบริการสาธารณูปโภคและรายการที่หลักกำหนดเฉพาะ อย่าจำจากผู้ขาย: ใบแจ้งหนี้เดียวอาจมีของ บริการขนส่ง ติดตั้ง และภาษีที่ต้องรวมเป็นต้นทุนของรายการหลักตามหลักจำแนก หรืออาจต้องแยกเมื่อเป็นงานต่างวัตถุประสงค์ การเขียน TOR และสัญญาจึงต้องตรงกับสาระและช่วยให้ตรวจร่องรอยการจำแนกได้

  1. 1ระบุผู้ใช้งบ ภารกิจ ผู้รับเงิน ผลงานหรือสิทธิที่หน่วยงานจะได้รับ และช่วงเวลาที่เกิดประโยชน์
  2. 2แยกก่อนว่าเป็นรายจ่ายของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจ หรือเป็นรายการที่ตั้งและควบคุมในงบกลาง
  3. 3ตรวจเนื้อแท้ว่าเกี่ยวกับกำลังคน การดำเนินงาน การได้สินทรัพย์ การสนับสนุนผู้รับ หรือรายการเฉพาะประเภทอื่น
  4. 4แยกองค์ประกอบของสัญญาหรือโครงการเมื่อมีทั้งบริการ วัสดุ ครุภัณฑ์ งานก่อสร้าง และค่าใช้จ่ายประกอบ
  5. 5เทียบหนังสือเวียนฉบับที่ใช้ในปีงบประมาณ บันทึกเหตุผล และเก็บหลักฐานให้ตรวจย้อนกลับได้
หัวข้อ 2

กำลังคนและงบดำเนินงาน: สถานะผู้รับกำหนดฐานการจ่าย

ค่าเช่าอาคารสำนักงานรายเดือนเป็น ค่าใช้สอย เพราะหน่วยงานได้รับสิทธิใช้ทรัพย์ ไม่ได้กรรมสิทธิ์หรือสินทรัพย์ถาวร ค่าใช้จ่ายติดตั้งโทรศัพท์พื้นฐานเพื่อเริ่มบริการก็เป็นค่าใช้สอยตามตัวอย่าง ส่วนค่าบริการรายเดือนหลังติดตั้งต้องจำแนกตามลักษณะสาธารณูปโภค ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าเช่าที่พัก และค่าพาหนะในการเดินทางไปราชการภายในประเทศเป็นค่าใช้สอย การจัดพิธีทางศาสนาและค่าใช้จ่ายจัดพิธีตามตัวอย่างก็เป็นค่าใช้สอย แต่การเดินทางต่างประเทศชั่วคราวในหลักที่อ้างถูกยกเป็นงบรายจ่ายอื่น จึงต้องแยกตามรายการที่สำนักงบประมาณกำหนด ไม่เหมาทุกการเดินทางเป็นหมวดเดียว

ค่าชดใช้ความเสียหายจากอุบัติเหตุระหว่างปฏิบัติราชการ ค่าทดแทนและค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา และเงินรางวัลตำรวจผู้คุ้มกันทรัพย์สินของราชการ ถูกยกเป็นค่าใช้สอยตามหลักจำแนก รายการเหล่านี้แสดงว่าค่าใช้สอยไม่ได้หมายถึงค่าจ้างบริการเท่านั้น การจ้างบริษัทรักษาความปลอดภัยดูแลอาคารเป็นค่าใช้สอยเมื่อไม่ใช่ก่อสร้าง ดัดแปลง หรือต่อเติม การจำแนกต้องดูผลลัพธ์ของสัญญา หากสัญญารวมติดตั้งระบบถาวรหรือปรับปรุงอาคาร ต้องแยกองค์ประกอบและพิจารณางบลงทุนตามลักษณะจริง

กรณีเครื่องจักรชำรุด หลักที่ควรจำคือ จ้างซ่อม: ค่าใช้สอย; ซ่อมเอง: อะไหล่ค่าวัสดุ เพราะเมื่อจ้างภายนอกหน่วยงานซื้อบริการซ่อม ส่วนเมื่อช่างหน่วยงานซ่อมเอง สิ่งที่ซื้อคืออะไหล่หรือวัสดุ การแยกนี้ต้องดูขอบเขตสัญญาและผู้จัดหาชิ้นส่วนด้วย การจ้างผู้รับจ้างภายนอกซ่อมรถให้กลับมาใช้งานปกติเป็นค่าใช้สอย จุดสำคัญคือ “คงสภาพ” หากงานทำให้อาคารหรือสิ่งก่อสร้างเพิ่มมูลค่า ความจุ อายุใช้งาน หรือประโยชน์อย่างมีนัยสำคัญ หลักจะเป็น เพิ่มมูลค่า: ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้าง; คงสภาพ: ค่าใช้สอย

คำว่า “ปรับปรุง” หรือ “ซ่อมแซม” บนใบเสนอราคาไม่ใช่ข้อยุติ ต้องมีสภาพก่อนงาน แบบ รายการปริมาณงาน ภาพถ่าย และคำอธิบายผลหลังงาน เช่นเปลี่ยนหลอดเสียคือคงสภาพ แต่สร้างระบบใหม่หรือเปลี่ยนโครงสร้างเพื่อเพิ่มสมรรถนะอาจเป็นลงทุน จุดที่มักสับสนคือแตกงานเพิ่มมูลค่าเป็นค่าซ่อมย่อยเพื่อใช้งบดำเนินงาน หรือรวมซ่อมปกติทั้งหมดเป็นงบลงทุนเพื่อให้ดูเป็นโครงการ การจำแนกต้องสอดคล้องกับ asset record, capitalization policy, TOR, การตรวจรับ และประโยชน์ที่เกิดจริง

สิ่งของคงทนและอายุใช้งานยาวนานมีแนวโน้มเป็นค่าครุภัณฑ์ ส่วนของไม่คงทน สิ้นเปลือง หมดไป หรือเปลี่ยนสภาพในเวลาอันสั้นมีแนวโน้มเป็นค่าวัสดุ จึงต้องดูลักษณะ อายุใช้งาน และเกณฑ์เฉพาะ รวมหนังสือเวียนวัสดุคงทน ไม่จำแนกจากชื่อเรียกเพียงคำเดียว เมื่อนำหลักไปใช้กับของสองชิ้นที่ข้อเท็จจริงต่างกัน ผลอาจเป็น รายการ ก เป็นค่าครุภัณฑ์ รายการ ข เป็นค่าวัสดุ ตามเกณฑ์ในเอกสารต้นทางของชุดคำถาม โปรแกรมราคา 18,000 บาทต่อชุดเป็นค่าวัสดุ ส่วนราคา 45,000 บาทเป็นค่าครุภัณฑ์ จึงได้คำตอบว่า รายการแรกเป็นค่าวัสดุ รายการที่สองเป็นค่าครุภัณฑ์ อย่างไรก็ดีในการทำรายการจริงต้องตรวจวงเงินและหนังสือเวียนฉบับที่ใช้ในปีนั้น ไม่ขยายตัวเลขจากกรณีทบทวนไปใช้ถาวร

เมื่อซื้อวัสดุแล้วมีค่าขนส่ง ภาษี ค่าประกันภัย และค่าติดตั้งที่ต้องจ่ายพร้อมกันตามเงื่อนไขการได้มา ให้ รวมจ่ายจากค่าวัสดุ ตามหลักที่อ้าง ไม่ย้ายต้นทุนประกอบไปค่าใช้สอยเพียงเพราะเป็นบริการ ทั้งนี้ถ้าเป็นงานแยกอิสระหรือมีวัตถุประสงค์อื่นต้องวิเคราะห์เพิ่ม สิ่งของราคาไม่สูงไม่ได้เป็นวัสดุเสมอ และสิ่งของราคาแพงไม่ได้เป็นครุภัณฑ์เสมอ เกณฑ์ต้องอ่านทั้งสภาพคงทน อายุการใช้ ความคุ้มค่าซ่อม รายการที่สำนักงบประมาณกำหนด และวัตถุประสงค์การใช้ เพื่อให้การตั้งงบ การควบคุมทรัพย์สิน และการจัดซื้อสอดคล้องกัน

จุดต่างของรายจ่ายที่มักมีผู้รับเป็นบุคคลหรือผู้ให้บริการ
ลักษณะรายจ่ายฐานพิจารณากลุ่มที่ต้องตรวจ
เงินเดือนหรือค่าจ้างประจำสถานะกำลังคนและกรอบอัตราที่มีลักษณะประจำงบบุคลากรตามรายการที่หลักจำแนกกำหนด
ค่าจ้างชั่วคราวประเภทอัตรา ระยะเวลา และแนวจำแนกที่ใช้บังคับงบดำเนินงาน มิใช่งบบุคลากรจากคำว่าค่าจ้างเพียงอย่างเดียว
ค่าตอบแทนสิทธิหรือการปฏิบัติงานที่มีฐานกำหนดเฉพาะค่าตอบแทนภายใต้งบดำเนินงาน
จ้างเหมาบริการผลของงาน ความเป็นอิสระ สัญญา และกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างค่าใช้สอยและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
รายการผสมแยกบริการ สิ่งของ และทรัพย์สินตามสิ่งที่ได้รับจริงจำแนกองค์ประกอบ ไม่ใช้ชื่อคู่สัญญาตัดสินทั้งก้อน
อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต