สารบัญ6 หัวข้อหลัก
- 1.บทที่ 1 บทบาทของการตรวจสอบภายในในระบบบริหารของรัฐ
- 2.บทที่ 2 โครงกำกับ สายรายงาน และการแบ่งความรับผิด
- 3.บทที่ 3 คุณสมบัติที่ทำให้หน่วยตรวจได้รับความเชื่อถือ
- 4.บทที่ 4 วงจรปฏิบัติงานจากความเสี่ยงสู่หลักฐาน
- 5.บทที่ 5 รายงาน การแก้ไข และความรับผิดหลังการตรวจ
- 6.บทที่ 6 จรรยาบรรณและผลของฉบับแก้ไขต่อกรอบปัจจุบัน
บทที่ 1 บทบาทของการตรวจสอบภายในในระบบบริหารของรัฐ
การตรวจสอบภายในของหน่วยงานของรัฐเป็นกิจกรรมให้ความเชื่อมั่นและให้คำปรึกษาที่ต้องดำเนินอย่างเที่ยงธรรมและเป็นอิสระ จุดมุ่งหมายไม่ใช่เพียงค้นหาความผิดย้อนหลัง แต่เป็นการเพิ่มคุณค่าและปรับปรุงการปฏิบัติงานให้หน่วยงานบรรลุเป้าหมาย ผ่านการประเมินและพัฒนากระบวนการกำกับดูแล การบริหารความเสี่ยง และการควบคุมอย่างเป็นระบบ ผู้ตรวจสอบจึงทำหน้าที่ประเมินความเพียงพอของวิธีจัดการ มิได้เข้าไปบริหารงานแทนฝ่ายบริหาร เพราะเมื่อผู้ตรวจตัดสินใจแทนเจ้าของงาน ย่อมเกิดปัญหาต้องกลับมาตรวจการตัดสินใจของตนเอง
งานให้ความเชื่อมั่นเกิดจากการตรวจหลักฐานอย่างเที่ยงธรรมเพื่อให้ข้อประเมินที่เป็นอิสระ ตัวอย่างขอบเขตได้แก่ ความน่าเชื่อถือของข้อมูลการเงินและการดำเนินงาน การปฏิบัติตามกฎหมาย ประสิทธิภาพของการดำเนินงาน และความมั่นคงปลอดภัยของระบบ ส่วนงานให้คำปรึกษาเป็นบริการแนะนำ ออกแบบแนวทาง หรือฝึกอบรมตามข้อตกลงกับผู้รับบริการ ทั้งสองแบบมีเป้าหมายเพิ่มคุณค่าเหมือนกัน แต่ต่างกันที่ลักษณะความรับผิด งานให้คำปรึกษาไม่ทำให้ผู้ตรวจมีอำนาจอนุมัติหรือรับผิดชอบผลการบริหารแทนผู้รับบริการ
สามชั้นที่ทำให้งานตรวจน่าเชื่อถือ
โครงสร้าง กระบวนการ และพฤติกรรมต้องสอดคล้องกันตั้งแต่เริ่มงานจนถึงการแก้ไข
- 1หลักเกณฑ์ปฏิบัติกำหนดผู้มีหน้าที่ สายรายงาน และความสัมพันธ์ในหน่วยงานของรัฐ
- 2มาตรฐานวิชาชีพกำหนดคุณสมบัติของหน่วยตรวจและวงจรปฏิบัติงานที่ตรวจสอบย้อนกลับได้
- 3จรรยาบรรณกำกับความซื่อสัตย์ ความเที่ยงธรรม ความลับ และความสามารถของผู้ตรวจ
หลักเกณฑ์ทั้งชุดทำงานเป็นสามชั้น ชั้นแรกคือหลักเกณฑ์ปฏิบัติซึ่งกำหนดโครงสร้าง ผู้มีหน้าที่ สายการรายงาน และความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการตรวจสอบ หัวหน้าหน่วยงาน หน่วยงานตรวจสอบภายใน และหน่วยรับตรวจ ชั้นที่สองคือมาตรฐานด้านคุณสมบัติและมาตรฐานด้านการปฏิบัติงาน ซึ่งกำหนดฐานะของหน่วยตรวจ คุณสมบัติของผู้ตรวจ และวงจรการทำงานตั้งแต่แผนจนถึงติดตามผล ชั้นที่สามคือจรรยาบรรณซึ่งคุมพฤติกรรมของบุคคล ทั้งสามชั้นต้องประกอบกันจึงทำให้ผลตรวจน่าเชื่อถือและนำไปใช้ได้
มาตรฐานด้านคุณสมบัติเริ่มจากวัตถุประสงค์ อำนาจ หน้าที่ และความรับผิดในกฎบัตร แล้วเชื่อมต่อไปยังความเป็นอิสระ ความเที่ยงธรรม ความเชี่ยวชาญ ความระมัดระวังรอบคอบเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ และการประกันกับปรับปรุงคุณภาพงาน ส่วนมาตรฐานด้านการปฏิบัติงานครอบคลุมการบริหารหน่วยตรวจ การประเมินการกำกับดูแล ความเสี่ยงและการควบคุม การวางแผนงานรายเรื่อง การรวบรวมและประเมินข้อมูล การรายงาน การติดตาม และการจัดการกรณีที่ฝ่ายบริหารยอมรับความเสี่ยงสูงเกินควร โครงสร้างนี้ทำให้คุณภาพของคนเชื่อมกับคุณภาพของกระบวนการ
เมื่อใช้หลักเกณฑ์กับสถานการณ์หนึ่ง คำถามจึงต้องเรียงจากฐานไปสู่ผล เริ่มว่าใครมีอำนาจและต้องรายงานต่อใคร จากนั้นตรวจว่าผู้ปฏิบัติมีอิสระ ไม่มีผลประโยชน์ขัดกัน และมีความสามารถเพียงพอหรือไม่ ต่อมาจึงพิจารณาว่าแผนกับขอบเขตสัมพันธ์กับความเสี่ยง หลักฐานรองรับข้อสรุป และรายงานถึงผู้มีอำนาจทันเวลาหรือไม่ สุดท้ายต้องมีผู้รับผิดชอบการแก้ไขและระบบติดตาม หากข้ามชั้นใดชั้นหนึ่ง ผลตรวจอาจถูกต้องในเนื้อหาแต่ขาดความชอบธรรม หรือมีโครงสร้างที่ดีแต่ไม่ก่อการเปลี่ยนแปลงจริง ความครบถ้วนของวงจรจึงเป็นเงื่อนไขของคุณค่าที่หน่วยงานได้รับจากงานตรวจ
บทที่ 2 โครงกำกับ สายรายงาน และการแบ่งความรับผิด
หน่วยงานของรัฐต้องจัดให้มีหน่วยงานตรวจสอบภายใน แต่สายการรายงานขึ้นอยู่กับโครงสร้างกำกับของหน่วยงาน หากหน่วยงานมีคณะกรรมการ คณะกรรมการเป็นผู้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและหน่วยงานตรวจสอบภายในขึ้นตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ หากไม่มีคณะกรรมการ หน่วยงานตรวจสอบภายในขึ้นตรงต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ ขณะเดียวกัน งานบริหารทั่วไปของหน่วยตรวจยังขึ้นตรงต่อหัวหน้าหน่วยงานของรัฐ การแบ่งสายเช่นนี้แยกการคุ้มครองเนื้อหางานตรวจออกจากงานธุรการ โดยไม่ทำให้หน่วยตรวจไร้ที่ยึดโยงกับการบริหารองค์กร
คณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยประธานหนึ่งคนและกรรมการไม่น้อยกว่าสองคนแต่ไม่เกินสี่คน โดยหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายในเป็นเลขานุการ อย่างน้อยหนึ่งคนต้องเป็นกรรมการของหน่วยงานหรือผู้ที่คณะกรรมการมอบหมาย และองค์คณะต้องมีความรู้เพียงพอเกี่ยวกับภารกิจ การเงินและบัญชี การบริหารความเสี่ยง การควบคุมภายใน การตรวจสอบ และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้อย่างน้อยหนึ่งคนต้องมีความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ด้านการเงินการบัญชีหรือการตรวจสอบภายใน เพื่อให้การตั้งคำถามและพิจารณารายงานไม่เป็นเพียงพิธีการ
| ผู้มีบทบาท | ความรับผิดแกนกลาง | สิ่งที่ต้องไม่สับสน |
|---|---|---|
| คณะกรรมการหรือหัวหน้าหน่วยงาน | จัดโครงสร้าง แต่งตั้งหรือกำกับตามฐานะ อนุมัติ และรับผิดการตัดสินใจบริหาร | ไม่ผลักความเป็นเจ้าของความเสี่ยงและการควบคุมให้ผู้ตรวจ |
| คณะกรรมการตรวจสอบ | คุ้มครองความเป็นอิสระ สอบทานระบบ กำกับคุณภาพ และยกระดับประเด็นสำคัญ | ไม่ลงไปกำหนดวิธีทดสอบหรือแก้การควบคุมแทนฝ่ายบริหาร |
| หน่วยงานตรวจสอบภายใน | วางแผน ประเมิน ให้ความเชื่อมั่น ให้คำปรึกษา รายงาน และติดตามผล | ไม่อนุมัติหรือรับผิดชอบงานปฏิบัติที่ตนต้องตรวจ |
| หน่วยรับตรวจ | ให้ข้อมูล ชี้แจง รักษาหลักฐาน และดำเนินการตามคำสั่งแก้ไข | ไม่ปิดกั้นขอบเขตหรือเลือกให้เฉพาะหลักฐานที่สนับสนุนตน |
ความเป็นอิสระของคณะกรรมการตรวจสอบได้รับการคุ้มครองด้วยลักษณะต้องห้าม ผู้ดำรงตำแหน่งต้องไม่เป็นบุคลากรหรือผู้รับค่าตอบแทนประจำและไม่ร่วมบริหารหน่วยงานนั้น รวมถึงมีช่วงเว้นจากหน่วยงานเดิมตามที่หลักเกณฑ์กำหนด ต้องไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ และไม่เป็นบุคคลใกล้ชิดตามความสัมพันธ์ที่ระบุไว้กับผู้มีอำนาจหรือผู้ปฏิบัติงานตรวจสอบ วาระควรเหมาะกับบริบทและโดยหลักไม่เกินคราวละสี่ปี พร้อมพิจารณาจำกัดจำนวนวาระ การออกแบบดังกล่าวทำให้กรรมการมีเวลาสะสมความเข้าใจโดยไม่ผูกติดกับฝ่ายบริหารจนเสียความเป็นกลาง
หน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบครอบคลุมการจัดทำและทบทวนกฎบัตร การสอบทานการควบคุมภายใน การบริหารความเสี่ยง การกำกับดูแล ความเสี่ยงทุจริตและระบบรับแจ้งเบาะแส ความน่าเชื่อถือของรายงานการเงิน การปฏิบัติตามกฎหมาย รายการเกี่ยวโยงกัน และการพัฒนางานตรวจสอบภายใน ยังมีบทบาทเสนอแนะเรื่องหัวหน้าหน่วยงานตรวจสอบภายใน ประสานกับผู้สอบบัญชี และรายงานผลการทำงานของตนต่อคณะกรรมการกับบุคคลภายนอก การกำกับจึงมิใช่การสั่งวิธีตรวจรายรายการ แต่เป็นการคุ้มครองระบบและทำให้ประเด็นสำคัญถึงผู้มีอำนาจ
คณะกรรมการตรวจสอบควรประชุมไม่น้อยกว่าสี่ครั้งต่อปี และควรประชุมร่วมกับผู้บริหาร ผู้ตรวจสอบภายใน และผู้ตรวจสอบภายนอกอย่างน้อยปีละครั้ง ส่วนการประเมินผลต้องทำอย่างน้อยปีละครั้งทั้งระดับองค์คณะและรายบุคคล รายงานประจำปีต้องสะท้อนความเห็นด้านความเสี่ยงรวมถึงความเสี่ยงทุจริต การควบคุมภายในด้านการเงิน จำนวนครั้งประชุม และการเข้าร่วมของกรรมการแต่ละราย ฉบับแก้ไขล่าสุดกำหนดฐานค่าตอบแทนให้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ คำสั่ง ประกาศ หรือมติของผู้มีอำนาจตามลักษณะหน่วยงาน และรับรองการจ่ายเดิมที่เข้าเงื่อนไข
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต