กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

แผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคน พ.ศ. 2566-2570

อ่านแผนฉบับปรับปรุงเป็นเรื่องเดียว ตั้งแต่แรงกดดันด้านคนและเศรษฐกิจ ผ่านสามยุทธศาสตร์ ไปถึงนโยบายเร่งด่วน กลไกปฏิรูป และการติดตามผลที่ต้องเห็นความเปลี่ยนแปลงจริง

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 26 นาที · มีต้นฉบับจาก ops.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

บทที่ 1 เหตุที่ต้องปรับแผนและภาพอนาคตของอุดมศึกษาไทย

ชื่อเต็มของเอกสารคือแผนด้านการอุดมศึกษาเพื่อผลิตและพัฒนากำลังคนของประเทศ พ.ศ. 2564–2570 ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2566–2570 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2565 การใช้คำว่า “ฉบับปรับปรุง” มีความหมายสำคัญ เพราะแผนมิได้เริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่ทบทวนทิศทางเดิมให้สอดรับกับสถานการณ์หลังวิกฤต การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และกรอบพัฒนาประเทศชุดใหม่ ช่วงห้าปีหลังของแผนจึงเป็นระยะเร่งผลลัพธ์ อุดมศึกษาต้องรักษาเป้าหมายระยะยาวพร้อมปรับวิธีทำงานให้ตอบปัญหาที่เปลี่ยนเร็วกว่าโครงสร้างของสถาบัน

แรงกดดันด้านประชากรทำให้ระบบไม่อาจวัดความสำเร็จจากจำนวนผู้เข้าเรียนระดับปริญญาเพียงอย่างเดียว จำนวนคนวัยเรียนมีแนวโน้มลดลง ขณะที่ประเทศเข้าสู่สังคมสูงวัยและคนทำงานต้องปรับทักษะหลายครั้งตลอดชีวิต สถาบันอุดมศึกษาจึงต้องให้บริการคนหลายวัย เปิดทางให้เรียนเป็นช่วง สะสมผลการเรียน กลับมาเพิ่มทักษะ และเชื่อมความรู้กับการทำงานจริง การเรียนรู้ตลอดชีวิตจึงมิใช่กิจกรรมเสริมของมหาวิทยาลัย แต่เป็นการเปลี่ยนฐานผู้เรียนและรูปแบบการจัดการศึกษา หากหลักสูตรยังผูกกับผู้เรียนวัยเดียวและระยะเวลาเดียว ระบบจะไม่ตอบทั้งผู้สูงอายุ คนทำงาน และอุตสาหกรรมที่ต้องการทักษะใหม่อย่างเร่งด่วน

แรงกดดันด้านเศรษฐกิจและตลาดแรงงานอยู่ที่ความไม่ตรงกันระหว่างสิ่งที่ผลิตกับสิ่งที่ประเทศต้องการ บางสาขามีผู้สำเร็จมากกว่าตำแหน่งงาน ขณะที่วิทยาศาสตร์ วิศวกรรม เทคโนโลยี และทักษะเฉพาะสำหรับอุตสาหกรรมกับบริการใหม่ยังขาดแคลน ปัญหานี้แก้ด้วยการเพิ่มที่นั่งเรียนอย่างเดียวไม่ได้ เพราะต้องใช้ข้อมูลความต้องการ เชื่อมผู้ใช้บัณฑิตเข้ากับการออกแบบหลักสูตร เปิดประสบการณ์ทำงานจริง และพัฒนาทักษะที่ถ่ายโอนไปสู่บริบทใหม่ได้ ความสัมพันธ์ระหว่างอุดมศึกษากับภาคผลิตจึงต้องเปลี่ยนจากการรับบัณฑิตปลายทาง เป็นการร่วมกำหนดสมรรถนะและร่วมสร้างการเรียนรู้ตั้งแต่ต้นทาง

แรงกดดันด้านเทคโนโลยีและการแข่งขันทำให้ความรู้มีอายุสั้นลง แต่เพิ่มโอกาสให้สถาบันสร้างผลกระทบได้กว้างขึ้น ระบบดิจิทัลช่วยให้คนเข้าถึงการเรียนรู้ข้ามพื้นที่ งานวิจัยร่วมมือข้ามสถาบันได้ และข้อมูลสามารถใช้วางแผนกำลังคนอย่างแม่นยำขึ้น ในอีกด้านหนึ่ง ประเทศยังต้องยกระดับองค์ความรู้ นวัตกรรม โครงสร้างพื้นฐานวิจัย และความสามารถนำผลงานไปใช้จริงเพื่อขยับจากเศรษฐกิจรายได้ปานกลาง อุดมศึกษาจึงต้องทำหน้าที่พร้อมกันทั้งสร้างคน สร้างความรู้ แก้ปัญหาพื้นที่ และเชื่อมประเทศกับเครือข่ายวิชาการระดับนานาชาติ มิใช่เลือกทำเพียงพันธกิจใดพันธกิจหนึ่ง

วิสัยทัศน์ของแผนว่า “อุดมศึกษาสร้างคน สร้างปัญญา ปลูกฝังคุณธรรม เพื่อพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน” จัดลำดับคุณค่าของระบบไว้อย่างกระชับ (มักออกสอบ) การสร้างคนหมายถึงสมรรถนะและโอกาสเรียนรู้ การสร้างปัญญาหมายถึงองค์ความรู้ งานวิจัย และนวัตกรรม ส่วนคุณธรรมกำกับทั้งผู้เรียน บุคลากร และการบริหารสถาบัน เป้าหมายสุดท้ายไม่หยุดที่ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัย แต่ต้องเกิดประโยชน์ต่อสังคมไทยอย่างยั่งยืน วิสัยทัศน์นี้จึงเป็นเกณฑ์อ่านทุกยุทธศาสตร์: การผลิตกำลังคนต้องมีคุณภาพและความรับผิดชอบ งานวิจัยต้องใช้ประโยชน์ได้ และการปฏิรูประบบต้องสร้างความไว้วางใจควบคู่ประสิทธิภาพ

หัวข้อ 2

บทที่ 2 สามยุทธศาสตร์ที่ประกอบกันเป็นระบบเดียว

แผนวางสามยุทธศาสตร์เป็นสถาปัตยกรรมเดียว ได้แก่ พัฒนาศักยภาพคน ส่งเสริมระบบนิเวศวิจัยอุดมศึกษา และจัดระบบอุดมศึกษาใหม่ (มักออกสอบ) ลำดับนี้เริ่มจากผลลัพธ์ที่ต้องเกิดกับคน ขยายไปสู่ฐานความรู้ที่ทำให้คนกับประเทศแก้ปัญหาได้ และจบที่เงื่อนไขของสถาบันซึ่งต้องเอื้อให้สองส่วนแรกเกิดขึ้นจริง หากอ่านแยกเป็นโครงการ จะเห็นเพียงการอบรม การวิจัย หรือการปรับระบบ แต่หากอ่านเป็นเหตุและผล จะเห็นว่าหลักสูตรคุณภาพต้องพึ่งอาจารย์กับงานวิจัยที่เข้มแข็ง และทั้งสองอย่างต้องพึ่งข้อมูล งบประมาณ ธรรมาภิบาล กับกติกาที่เหมาะสม

ยุทธศาสตร์พัฒนาศักยภาพคนหรือ Capacity Building ขยายความหมายของผู้เรียนจากนักศึกษาในหลักสูตรปริญญาไปสู่ประชาชนตลอดช่วงชีวิต แกนงานประกอบด้วยการจัดการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต การเปิดโอกาสเข้าถึง ยกระดับคุณภาพการศึกษาและสมรรถนะกำลังคน ตลอดจนสร้างบุคลากรอุดมศึกษาคุณภาพสูง ผลที่ต้องการจึงไม่ใช่เพียงผู้จบการศึกษาเพิ่ม แต่เป็นคนที่เรียนรู้ต่อได้ ทำงานได้จริง ปรับตัวได้ และมีคุณธรรม ขณะเดียวกันอาจารย์ นักวิจัย และผู้บริหารต้องมีขีดความสามารถเพียงพอที่จะออกแบบประสบการณ์เรียนรู้แบบใหม่

ยุทธศาสตร์ส่งเสริมระบบนิเวศวิจัยอุดมศึกษาหรือ Research Ecosystem Building มองงานวิจัยเป็นห่วงโซ่ มิใช่ผลงานของนักวิจัยคนเดียว ระบบนิเวศต้องมีโจทย์ที่มีคุณค่า บุคลากร เครื่องมือ ห้องปฏิบัติการ เงินทุน เครือข่าย การบริหารทรัพย์สินทางปัญญา การบ่มเพาะผู้ประกอบการ และช่องทางนำผลไปใช้ ภาคอุดมศึกษาจึงต้องเชื่อมกับสถาบันวิจัย รัฐ เอกชน ชุมชน และต่างประเทศ ผลงานที่ดีอาจนำไปสู่ความรู้ใหม่ นโยบาย บริการสาธารณะ ผลิตภัณฑ์ หรือการแก้ปัญหาพื้นที่ต่างรูปแบบกัน แต่ทุกแบบต้องมีผู้ใช้และผลกระทบที่ตรวจสอบได้

หน้าที่และผลที่คาดหวังของสามยุทธศาสตร์
ยุทธศาสตร์คำถามหลักเครื่องมือสำคัญผลที่ต้องเห็น
พัฒนาศักยภาพคนคนทุกวัยเข้าถึงและมีสมรรถนะที่ประเทศต้องการอย่างไรการเรียนรู้ตลอดชีวิต หลักสูตรตอบโจทย์ การเรียนกับงาน และบุคลากรคุณภาพสูงผู้เรียนใช้ความรู้ได้ ปรับตัวได้ และมีโอกาสพัฒนาต่อเนื่อง
ส่งเสริมระบบนิเวศวิจัยอุดมศึกษาความรู้เปลี่ยนเป็นนวัตกรรมและประโยชน์สาธารณะได้อย่างไรโครงสร้างพื้นฐาน เครือข่าย ผู้ประกอบการ การถ่ายทอด และการใช้ประโยชน์งานวิจัยมีคุณภาพ เชื่อมผู้ใช้ และสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจกับสังคม
จัดระบบอุดมศึกษาใหม่สถาบันต้องปรับกติกา ทรัพยากร และการบริหารอย่างไรอัตลักษณ์ ธรรมาภิบาล ดิจิทัล ข้อมูล การเงิน และการลดอุปสรรคระบบคล่องตัว โปร่งใส แตกต่างตามพันธกิจ และรับผิดชอบต่อผลลัพธ์

ยุทธศาสตร์จัดระบบอุดมศึกษาใหม่หรือ Higher Education Transformation แก้ข้อจำกัดที่ทำให้สถาบันเคลื่อนตัวช้า ทั้งกติกา การบริหาร ธรรมาภิบาล การกำหนดอัตลักษณ์ โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ระบบข้อมูล และการเงินอุดมศึกษา เป้าหมายมิใช่ทำให้ทุกมหาวิทยาลัยเหมือนกัน แต่ให้แต่ละแห่งใช้ศักยภาพตามพันธกิจและบริบทอย่างรับผิดชอบ สถาบันที่เน้นวิจัยแนวหน้า สถาบันที่พัฒนาพื้นที่ สถาบันที่ผลิตวิชาชีพ และสถาบันที่เปิดโอกาสการเรียนรู้ย่อมต้องจัดทรัพยากรต่างกัน การกำกับจึงต้องมองทั้งมาตรฐานร่วมและความแตกต่างที่สร้างคุณค่า

ความสัมพันธ์ของสามยุทธศาสตร์เห็นชัดจากตัวอย่างหลักสูตรกำลังคนขั้นสูง หลักสูตรต้องรู้ความต้องการของอุตสาหกรรมและออกแบบการเรียนรู้ที่ผู้เรียนใช้ได้จริง ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ด้านคน เนื้อหาและอุปกรณ์ต้องตามความรู้กับเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งพึ่งระบบนิเวศวิจัย และสถาบันต้องปรับหลักสูตรเร็ว ใช้ข้อมูลร่วมกับนายจ้าง จัดงบตามผลลัพธ์ และควบคุมคุณภาพ ซึ่งพึ่งการจัดระบบใหม่ หากส่วนใดหายไป หลักสูตรอาจทันสมัยแต่ขาดผู้เชี่ยวชาญ มีงานวิจัยแต่ไม่เข้าสู่การเรียน หรือมีงบแต่ไม่ตอบตลาดแรงงาน ตารางต่อไปจึงใช้แยกหน้าที่เพื่อช่วยจำ แต่การปฏิบัติต้องเชื่อมทั้งสามเสมอ

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก ops.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต