กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้

จากกรอบนโยบายและภารกิจตามกฎหมาย สู่จุดเน้น ยุทธศาสตร์ งบประมาณ และวงจรหลักฐานเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 27 นาที

อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

บทที่ 1 สถานะของแผนและการแปลงทิศทางประเทศสู่ภารกิจรายปี

แผนปฏิบัติราชการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ ฉบับปรับปรุงตามงบประมาณที่ได้รับจัดสรร เป็นเครื่องมือทำให้ทิศทางระยะยาวกลายเป็นงานที่มีเป้าหมาย เวลา ทรัพยากร และผู้รับผิดชอบในรอบปี แผนมิได้เริ่มจากการรวบรวมโครงการที่หน่วยงานต้องการทำ แต่เริ่มจากหน้าที่ตามกฎหมาย ผลที่ประเทศคาดหวัง และข้อจำกัดจริงของงบประมาณ แล้วจึงคัดเลือกงานที่ควรดำเนินการ เอกสารฉบับปรับปรุงมีความสำคัญเพราะแสดงความสัมพันธ์ระหว่างนโยบายกับวงเงินที่ได้รับจริง หน่วยงานจึงใช้เป็นกรอบปฏิบัติงานและจัดสรรรายจ่าย มิใช่เพียงถ้อยแถลงเชิงนโยบายที่ยังไม่มีเงื่อนไขการส่งมอบผล

ฐานของการจัดทำแผนมาจากหลักบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีซึ่งกำหนดให้ส่วนราชการวางแผนล่วงหน้า ระบุขั้นตอน ระยะเวลา งบประมาณ เป้าหมาย ผลสัมฤทธิ์ และตัวชี้วัด พร้อมทบทวนภารกิจให้เหมาะกับยุทธศาสตร์ชาติ สถานการณ์ และความคุ้มค่า กรมจึงเชื่อมแผนระดับต่าง ๆ ตั้งแต่ยุทธศาสตร์ชาติ แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ นโยบายความมั่นคง แผนการศึกษาแห่งชาติ แผนของกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายรัฐบาล และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนด้านการศึกษา การอ้างกรอบเหล่านี้มีหน้าที่อธิบายว่าเหตุใดงานของกรมจึงจำเป็นและผลของงานจะส่งต่อไปสู่เป้าหมายประเทศอย่างไร

ภารกิจของกรมครอบคลุมการจัด ส่งเสริม และสนับสนุนการเรียนรู้สามรูปแบบ ได้แก่ การเรียนรู้ตลอดชีวิต การเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง และการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ทั้งยังเปิดทางให้จัดรูปแบบอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน โดยต้องคำนึงถึงความหลากหลายและความต้องการของผู้เรียน เปิดโอกาสให้คนทุกเพศทุกวัยเข้าถึงแหล่งเรียนรู้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และไม่เลือกปฏิบัติ หลักนี้ทำให้กลุ่มเป้าหมายของแผนกว้างกว่าผู้เรียนในสถานศึกษา ครอบคลุมคนทำงาน ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ คนในพื้นที่ห่างไกล และเยาวชนที่อยู่นอกการศึกษา การทำงาน หรือการฝึกอบรมด้วย

กระบวนการจัดทำเอกสารเริ่มจากศึกษาและวิเคราะห์แผนสามระดับกับนโยบายที่เกี่ยวข้อง กำหนดกรอบและเค้าโครงให้สอดคล้องกับภารกิจ ยกร่าง ประสานหน่วยงานกับสถานศึกษาเพื่อเติมเป้าหมาย กิจกรรม โครงการ และรายละเอียดการดำเนินงาน ก่อนเสนอความเห็นชอบและเผยแพร่ทั้งรูปเล่มกับหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ ลำดับนี้สะท้อนว่าการวางแผนต้องทำทั้งจากบนลงล่างและจากพื้นที่ขึ้นสู่ส่วนกลาง กรอบประเทศช่วยรักษาทิศทาง ส่วนข้อมูลจากหน่วยปฏิบัติช่วยทดสอบความเป็นไปได้ หากมีเพียงด้านแรก แผนอาจสูงเกินสภาพจริง แต่หากมีเพียงด้านหลัง โครงการรายหน่วยอาจกระจัดกระจายและไม่รวมเป็นผลระดับกรม

ผลที่คาดหวังคือกรมมีทิศทางชัดเจน ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส และคุ้มค่า พร้อมเชื่อมข้อมูลเข้าสู่ระบบติดตามและประเมินผลแห่งชาติหรือ eMENSCR การอ่านแผนจึงต้องตามสายเหตุผลจากปัญหาและภารกิจ ไปสู่วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์ จุดเน้น ประเด็นยุทธศาสตร์ โครงการ งบ และหลักฐานผล ไม่ควรจำเพียงชื่อแผนระดับต่าง ๆ เพราะสิ่งที่ชี้คุณภาพของแผนคือความเชื่อมโยง หากโครงการใช้งบได้ครบแต่ไม่เปลี่ยนโอกาส ทักษะ หรือคุณภาพชีวิตของประชาชน การดำเนินงานก็ยังไม่ตอบผลสัมฤทธิ์ที่แผนตั้งไว้

หัวข้อ 2

บทที่ 2 วิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าประสงค์ในฐานะสัญญาผลลัพธ์

วิสัยทัศน์ของแผนกำหนดภาพปลายทางว่า “ประชาชนทุกช่วงวัยเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต มีความสุข มีทักษะที่เหมาะสม และสมรรถนะที่จำเป็น พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่” ถ้อยคำนี้รวมมิติสำคัญไว้หลายชั้น การเข้าสู่สังคมแห่งการเรียนรู้หมายถึงคนมีโอกาสและแรงจูงใจเรียนต่อเนื่อง ไม่จำกัดด้วยอายุ สถานที่ หรือสถานะการศึกษา ความสุขทำให้คุณภาพชีวิตเป็นผลที่ต้องรักษาควบคู่กับคุณวุฒิ ส่วนทักษะและสมรรถนะทำให้การเรียนรู้ต้องนำไปใช้ได้จริง ทั้งในการดำรงชีวิต การทำงาน การอยู่ร่วมกับผู้อื่น และการรับมือเทคโนโลยีหรือความเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจสังคม

พันธกิจด้านแรกมุ่งจัดการเรียนรู้ที่มีคุณภาพและมาตรฐานเพื่อยกระดับการศึกษา พัฒนาทักษะกับสมรรถนะที่จำเป็นแก่ประชาชน ด้านที่สองพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพของหน่วยจัดการเรียนรู้ พร้อมนำเทคโนโลยีกับนวัตกรรมมาใช้ให้เรียนได้ทุกที่ทุกเวลา สองด้านนี้ต้องเดินคู่กัน เนื้อหาที่ดีแต่หน่วยบริการเข้าไม่ถึงย่อมสร้างผลได้จำกัด ขณะที่แพลตฟอร์มหรืออุปกรณ์ที่พร้อมแต่หลักสูตร วิธีสอน และการช่วยเหลือไม่เหมาะกับผู้เรียนก็ไม่ทำให้เกิดการเรียนรู้ เทคโนโลยีจึงเป็นโครงสร้างสนับสนุน มิใช่ผลสำเร็จปลายทางของแผน

พันธกิจด้านที่สามสร้างและประสานความร่วมมือเชิงรุกกับภาคีเครือข่ายให้ร่วมจัดการเรียนรู้ ด้านที่สี่พัฒนาความรู้ ทักษะ และสมรรถนะของบุคลากรทุกประเภททุกระดับ และด้านที่ห้าพัฒนาระบบบริหารภายในให้ทันสมัยโดยยึดธรรมาภิบาล ทั้งสามด้านนี้ทำให้กรมไม่ทำงานในฐานะผู้จัดบริการเพียงฝ่ายเดียว เครือข่ายช่วยนำความรู้ ทรัพยากร และความต้องการของพื้นที่เข้ามา บุคลากรทำหน้าที่ออกแบบและอำนวยการเรียนรู้ ส่วนระบบบริหารทำให้การตัดสินใจ ข้อมูล งบประมาณ และความรับผิดชอบสนับสนุนงานหน้าบ้านได้จริง การร่วมมือที่ดีจึงต้องมีบทบาทและผลร่วมชัด ไม่ใช่นับจำนวนบันทึกข้อตกลง

เป้าประสงค์ห้าด้านแปลงพันธกิจเป็นสภาพที่ตรวจได้ ด้านประชาชนต้องได้รับการยกระดับการศึกษา มีทักษะเหมาะสมและสมรรถนะจำเป็น ด้านหน่วยจัดการเรียนรู้ต้องพร้อมให้บริการและเปิดทางให้ประชาชนเรียนตามความสนใจหรือความถนัดได้ทุกที่ทุกเวลา ด้านเครือข่ายต้องมีส่วนร่วมทั้งการจัดการเรียนรู้ การติดตาม ตรวจสอบ ให้คำแนะนำ และประเมินผล ด้านบุคลากรต้องปฏิบัติงานตามสายงานได้เต็มศักยภาพ และด้านองค์กรต้องมีระบบบริหารทันสมัย มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามธรรมาภิบาล เป้าประสงค์จึงไม่ใช่คำซ้ำของพันธกิจ แต่เป็นคำตอบว่าเมื่อดำเนินงานแล้วใครควรเปลี่ยนไปอย่างไร

ความเชื่อมโยงระหว่างวิสัยทัศน์ พันธกิจ และเป้าประสงค์ช่วยป้องกันการวัดผลผิดระดับ จำนวนหลักสูตร จำนวนผู้เข้าอบรม หรือจำนวนระบบที่เปิดใช้เป็นผลผลิตของงาน แต่ภาพปลายทางต้องมองว่าประชาชนใช้ทักษะได้ หน่วยเรียนรู้ตอบความต้องการได้ เครือข่ายมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย บุคลากรทำงานดีขึ้น และองค์กรโปร่งใสคล่องตัวขึ้น หลักฐานจึงควรรวมทั้งปริมาณ คุณภาพ ประสบการณ์ของผู้รับบริการ ความแตกต่างระหว่างกลุ่ม และผลหลังจบกิจกรรม การรักษาลำดับนี้ทำให้ทุกโครงการรู้ว่าตนสนับสนุนเป้าประสงค์ใด และเป้าประสงค์นั้นส่งถึงวิสัยทัศน์ผ่านเหตุผลใด

สถาปัตยกรรมผลลัพธ์ของแผน

วิสัยทัศน์จะเกิดขึ้นเมื่อห้ากลุ่มผลลัพธ์ทำงานเสริมกัน มิใช่เมื่อโครงการใดโครงการหนึ่งสำเร็จโดยลำพัง

  1. 1ประชาชน
  2. 2หน่วยเรียนรู้
  3. 3ภาคีเครือข่าย
  4. 4บุคลากร
  5. 5องค์กร
อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต