สารบัญ18 หัวข้อหลัก
- 1.บทนำ — ขอบเขตฉบับศึกษา: ใช้ข้อมูลกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ปรับปรุงถึงปี 2569
- 2.พันธกิจข้อ 4: องค์กรสมรรถนะสูงต้องเปลี่ยนทั้งคน งาน และระบบ
- 3.ความเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ชาติ: การแข่งขัน โอกาส สิ่งแวดล้อม และภาครัฐ
- 4.หน้าที่และอำนาจข้อ 2 (1): เสนอความเห็นเพื่อกำหนดนโยบายและมาตรการ
- 5.ราชการส่วนกลางกับหน่วยพื้นที่: ออกแบบความเชี่ยวชาญและการส่งมอบให้ต่อกัน
- 6.ข้อควรระวังผลสัมฤทธิ์: งบเบิกครบและกิจกรรมเสร็จไม่เท่ากับภารกิจสำเร็จ
- 7.กองพัฒนาอุตสาหกรรมชุมชน: ภูมิปัญญา ผลิตภัณฑ์ ตลาด ทักษะ และการรวมกลุ่ม
- 8.ศูนย์ส่งเสริมอุตสาหกรรมภาคที่ 1–11: นโยบายสู่พื้นที่และบริการที่ปรับตามศักยภาพ
- 9.แผนผังจำหน่วยงาน: แผน–ธุรกิจ–เทคโนโลยี–ตลาด–ระบบ–พื้นที่
- 10.แนวทาง 1.2: จากภาคเกษตรสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม
- 11.เรื่องที่ 2: ยกระดับปัจจัยสนับสนุนให้การประกอบกิจการสะดวกขึ้น
- 12.เรื่องที่ 3: องค์กรมีประสิทธิภาพและดำเนินตามธรรมาภิบาล
- 13.สินค้าเกษตรแปรรูปหรือชีวภาพ: ร้อยละ 80 และมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่าร้อยละ 10
- 14.ผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา: ร้อยละ 80 ของผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนามีมูลค่าเพิ่มไม่น้อยกว่าร้อยละ 10
- 15.ITA ของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม: ไม่น้อยกว่า 85 คะแนน
- 16.กรณีวิเคราะห์ 1: ข้อมูลหลายพื้นที่แต่ข้อเสนอยังเป็นกิจกรรมรายครั้ง
- 17.กรณีวิเคราะห์ 7: สองจังหวัดศักยภาพต่างแต่ได้หลักสูตรเดียว
- 18.กรณีวิเคราะห์ 12: ผลผลิตเพิ่มแต่ใช้พลังงานและของเสียสูงขึ้น
บทนำ — ขอบเขตฉบับศึกษา: ใช้ข้อมูลกรมส่งเสริมอุตสาหกรรมที่ปรับปรุงถึงปี 2569
เนื้อหายึดประกาศวิสัยทัศน์ พันธกิจ และแผนปฏิบัติราชการรายปี พ.ศ. 2569 ฉบับที่กรมเผยแพร่และปรับปรุงข้อมูลเมื่อ 19 กุมภาพันธ์ 2569 ประกอบกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ พ.ศ. 2560 และเอกสารบทบาทภารกิจภายในปี 2569. เนื้อหาแบ่งเป็นสี่แกน ได้แก่ ทิศทางและแผนรายปี ภารกิจและอำนาจระดับกรม โครงสร้างกับหน้าที่ของแต่ละหน่วย และตัวชี้วัดที่ใช้วัดผลจริง ก่อนปิดท้ายด้วยกรณีวิเคราะห์ตามลักษณะประเด็น. ข้อมูลที่เปลี่ยนตามปี เช่น ค่าเป้าหมาย โครงการ และหน่วยงานภายใน จะระบุปีให้ชัด ส่วนอำนาจตามกฎกระทรวงจะอธิบายฐานกฎหมายแยกต่างหาก เพื่อลดการจำข้ามเอกสารจนตอบผิด. กรณีศึกษาจำนวนมากไม่ได้ถามถ้อยคำตรง แต่ให้เลือกหน่วยงานหรือมาตรการจากปัญหา วิธีอ่านจึงต้องเชื่อม “ปัญหา → ฐานอำนาจ → หน่วยรับผิดชอบ → วิธีดำเนินงาน → ผลลัพธ์และตัวชี้วัด”
กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการ พ.ศ. 2560 กำหนดภารกิจ หน้าที่และอำนาจระดับกรม ส่วนราชการตามกฎหมาย และอำนาจหลักของกองหรือศูนย์ จึงเป็นฐานตอบคำถามว่า “มีอำนาจทำหรือไม่” และ “หน่วยใดรับผิดชอบตามกฎกระทรวง”. แผนปฏิบัติราชการรายปี พ.ศ. 2569 แปลงภารกิจเป็นวิสัยทัศน์ เป้าหมาย ประเด็นแผน แนวทาง โครงการ และค่าเป้าหมายของปีงบประมาณ จึงใช้ตอบว่าปีนี้กรมจะขับเคลื่อนอะไรและวัดความสำเร็จอย่างไร. รายละเอียดการจัดงานอาจเพิ่มด้วยคำสั่งของกรม หากชื่อหน่วยที่ใช้อยู่ปัจจุบันไม่ปรากฏในบัญชีส่วนราชการตามข้อ 3 ต้องอธิบายว่าเป็น “หน่วยงานภายใน” และไม่เอาไปเพิ่มจำนวนส่วนราชการตามกฎกระทรวง
เมื่อเอกสารต่างระดับใช้คำใกล้กัน ให้ตอบตามฐานที่กรณีศึกษาระบุ ตัวอย่าง “กองยุทธศาสตร์และแผนงาน” อยู่ในกฎกระทรวง ขณะที่ “กลุ่มพัฒนาระบบบริหาร” เป็นหน่วยงานภายในตามคำสั่งกรมปี 2569. วิสัยทัศน์คือ “เป็นองค์กรนำอุตสาหกรรมและวิสาหกิจไทยให้เติบโตและแข่งขันได้อย่างยั่งยืน” คำสำคัญทั้งสี่ส่วนต้องอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่เพียงจัดกิจกรรมส่งเสริมจำนวนมากหรือทำให้ยอดขายเพิ่มระยะสั้น. คำว่าองค์กรนำสื่อถึงบทบาทชี้ทิศทาง สร้างแบบอย่าง เชื่อมเครือข่าย และทำให้เครื่องมือส่งเสริมเกิดผล ส่วนคำว่าอุตสาหกรรมและวิสาหกิจไทยครอบคลุมมากกว่าโรงงานขนาดใหญ่ รวม SMEs วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการ และผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรม
การเติบโตกับการแข่งขันต้องวัดที่มูลค่า ผลิตภาพ ประสิทธิภาพ ต้นทุน ตลาด เทคโนโลยี หรือความสามารถปรับตัว มิใช่วัดเฉพาะคนเข้าอบรม ขณะที่ความยั่งยืนรวมทั้งเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม องค์กร และความสามารถอยู่รอด. โครงการที่ตรงวิสัยทัศน์จึงควรยกระดับผลิตภาพหรือมูลค่า เชื่อมตลาดและเทคโนโลยี มีผลลัพธ์หลังบริการ และไม่แลกการเติบโตกับภาระสิ่งแวดล้อมหรือความเปราะบางระยะยาว. พันธกิจแรกคือเสนอความเห็นเพื่อกำหนดนโยบายและมาตรการในการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรม SMEs วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการ และผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรม เป็นบทบาทระดับนโยบายของกรม. กระบวนการควรเริ่มจากข้อมูลปัญหา แนวโน้ม ต้นทุน เทคโนโลยี และศักยภาพพื้นที่ สังเคราะห์สาเหตุและผลกระทบ เปรียบเทียบทางเลือก แล้วเสนอเครื่องมือที่มีเป้าหมาย ผู้รับผิดชอบ และผลที่คาด
หากหลายจังหวัดรายงานต้นทุนพลังงานหรืออุปสรรคเหมือนกัน การเปิดอบรมเดิมเพิ่มไม่พอ ต้องยกระดับข้อมูลจากรายกรณีเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายหรือมาตรการที่แก้สาเหตุร่วมและติดตามผลได้. ประเด็นมักให้ตัวเลือกที่กรมไปกำหนดราคาหรืออนุมัติเรื่องนอกอำนาจโดยตรง ให้เลือกบทบาทวิเคราะห์และเสนอความเห็น เว้นแต่กฎหมายอื่นหรือการมอบหมายกำหนดอำนาจเฉพาะไว้. พันธกิจที่สองคือสร้าง ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาสมรรถนะของอุตสาหกรรม กลุ่มวิสาหกิจ ผู้ประกอบการ และผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรม จุดเน้นคือความสามารถทำงานหรือแข่งขันได้ดีขึ้น. การอบรมเป็นเพียงวิธีหนึ่ง ต้องเชื่อมการวินิจฉัยปัญหา การทดลองใช้ในกิจการ การให้คำปรึกษา เครื่องมือ เทคโนโลยี ตลาด และการติดตามผล มิฉะนั้นผู้เข้าร่วมอาจจำความรู้ได้แต่กระบวนการกับผลธุรกิจไม่เปลี่ยน
สมรรถนะอาจปรากฏเป็นผลิตภาพสูงขึ้น ต้นทุนลด มาตรฐานดีขึ้น รายได้หรือมูลค่าเพิ่ม ใช้ดิจิทัลได้จริง จัดการโซ่อุปทานได้ หรือสร้างธุรกิจใหม่ จึงต้องเลือกตัวชี้วัดให้ตรงปัญหาที่พัฒนา. กรณีศึกษาที่ถามความครบของการพัฒนาให้ตัดตัวเลือกซึ่งจบที่การซื้อระบบ จำนวนบัญชีผู้ใช้ จำนวนคู่มือ หรือคะแนนหลังอบรม หากไม่ตรวจการใช้จริงและผลต่อกิจการ. พันธกิจที่สามคือสร้าง ส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาเครือข่ายภาครัฐกับภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร การบริหารจัดการ เทคโนโลยี และวิชาการ เพื่อให้ความช่วยเหลือครอบคลุมความรู้ที่กรมไม่ได้ถือเองทั้งหมด. เครือข่ายที่ดีไม่ใช่รายชื่อหรือการประชุมจำนวนมาก ต้องกำหนดบทบาท สมรรถนะ มาตรฐานส่งต่อ การคุ้มครองข้อมูล ผลลัพธ์ร่วม และการกำกับ ติดตาม ประเมินคุณภาพบริการตามอำนาจของกรม
เมื่อที่ปรึกษาหลายแห่งให้ผลต่างกัน ข้อสรุปคือยกระดับผู้ให้บริการ จับคู่ตามปัญหา วางเกณฑ์คุณภาพ และติดตามผลต่อธุรกิจ ไม่ใช่ขยายจำนวนเครือข่ายหรือให้แต่ละรายรับรองตนเองถาวร. เครือข่ายอาจข้ามประเทศเพื่อถ่ายทอดเทคโนโลยีหรือเข้าถึงตลาด แต่ต้องกำหนดผลที่กิจการจะได้รับและการเรียนรู้ร่วม มิใช่เชิญภาคีมาร่วมพิธีเปิดแล้วถือว่าบรรลุพันธกิจ
พันธกิจข้อ 4: องค์กรสมรรถนะสูงต้องเปลี่ยนทั้งคน งาน และระบบ
พันธกิจที่สี่คือพัฒนาองค์กรและศักยภาพบุคลากรสู่องค์กรที่มีสมรรถนะสูง หมายถึงทำให้องค์กรคล่องตัว เชื่อมโยง ใช้ข้อมูล โปร่งใส และส่งมอบบริการที่ตอบกรณีศึกษา ไม่ใช่เพียงติดตั้งเทคโนโลยีใหม่. การเปลี่ยนระบบต้องออกแบบกระบวนงานใหม่ ลดการกรอกหรืออนุมัติซ้ำ เชื่อมข้อมูล กำหนดเวลาบริการ และพัฒนาทักษะบุคลากร จากนั้นวัดการใช้จริง คุณภาพ ระยะเวลา และประสบการณ์ผู้รับบริการ. บุคลากรต้องได้รับการพัฒนาตามช่องว่างสมรรถนะ ผ่านการฝึกด้วยงานจริง การทำงานข้ามกอง และการติดตามหลังเรียน แผนอบรมที่จัดครบแต่คนยังทำงานแบบเดิมยังไม่ตอบพันธกิจ. องค์กรสมรรถนะสูงต้องเดินคู่ธรรมาภิบาล ระบบที่เร็วแต่เกณฑ์อนุมัติไม่เปิดเผย สิทธิไม่เท่าเทียม หรือไม่มีร่องรอยตรวจสอบ จึงยังไม่บรรลุเป้าหมายการบริหารจัดการองค์กร
แผนปี 2569 กำหนดวัตถุประสงค์ให้อุตสาหกรรมและวิสาหกิจไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันในเศรษฐกิจและสังคมโลกยุคใหม่ และเติบโตอย่างยั่งยืน เป็นสะพานจากวิสัยทัศน์ไปสู่แผนย่อย. คำว่าเศรษฐกิจและสังคมโลกยุคใหม่ทำให้การส่งเสริมต้องรองรับดิจิทัล นวัตกรรม ระบบอัตโนมัติ มาตรฐาน อุตสาหกรรมอนาคต เศรษฐกิจสีเขียว และความผันผวนของตลาด ไม่ยึดรูปแบบเดิมกับทุกกิจการ. ขีดความสามารถแข่งขันเกิดจากหลายคอขวดร่วมกัน เช่น การผลิต คลังสินค้า ตลาด คน และเทคโนโลยี โครงการจึงควรวินิจฉัยทั้งระบบและผสมเครื่องมือที่จำเป็นแทนการแก้จุดเดียวโดยไม่ดูผลปลายทาง. ความยั่งยืนกำหนดให้ติดตามการอยู่รอด ผลิตภาพ ทรัพยากร ของเสีย การปล่อยก๊าซ และการสืบทอดความรู้ ไม่ประเมินความสำเร็จเฉพาะวันปิดโครงการ
เป้าหมายผลสัมฤทธิ์รวมสี่มิติ คือยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเชิงพื้นที่ รองรับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ และปฏิรูปสู่องค์กรทันสมัย เพื่อเข้าสู่เศรษฐกิจและสังคมโลกอย่างยั่งยืน. กรณีศึกษาที่เสนอเฉพาะเพิ่มจำนวนผู้ผ่านอบรมหรือใช้แผนเดียวทั้งประเทศจึงไม่ครบ เพราะขาดผลแข่งขัน ความต่างของพื้นที่ การเปลี่ยนผ่านเศรษฐกิจ และความสามารถภายในกรม. การออกแบบโครงการควรบอกว่ากิจการหรือพื้นที่เปลี่ยนอย่างไร กรมปรับวิธีทำงานอย่างไร และผลเชื่อมเป้ารวมตรงไหน เช่น ระบบข้อมูลพื้นที่ช่วยเลือกเทคโนโลยีแล้วติดตามผลิตภาพของกิจการ. คำสำคัญใช้จำเป็นชุดว่า “แข่งขัน–เชิงพื้นที่–โครงสร้างใหม่–องค์กรทันสมัย–ยั่งยืน” แต่เวลาตอบต้องอธิบายความสัมพันธ์ ไม่เลือกเพียงตัวเลือกที่ใส่ศัพท์จำนวนมากโดยไม่มีวิธีหรือผลวัด
แผนปี 2569 กำหนดให้อุตสาหกรรม SMEs วิสาหกิจชุมชน และผู้ประกอบการที่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไม่น้อยกว่า 7,800 ล้านบาท เป็นผลรวมระดับกรม. ตัวเลขนี้ต่างจากจำนวนผู้เข้าร่วมและต่างจากงบประมาณ มูลค่าทางเศรษฐกิจต้องมาจากผลที่นิยามและเก็บหลักฐานได้ เช่น รายได้ มูลค่าเพิ่ม ผลิตภาพหรือต้นทุนที่ดีขึ้นตามเกณฑ์ของโครงการ. ถ้าผลรวมเป็น 7,650 ล้านบาท ยังขาด 150 ล้านบาทและยังไม่ถึงคำว่า “ไม่น้อยกว่า” แม้หลายโครงการดำเนินกิจกรรมครบ การคำนวณประเด็นให้เทียบผลจริงกับเกณฑ์ก่อนสรุปผ่านหรือไม่. ผู้ติดตามต้องป้องกันการนับซ้ำกิจการหรือผลเดียวกันระหว่างโครงการ ระบุฐานก่อนพัฒนา ช่วงวัด และหลักฐาน เพื่อให้ตัวเลขระดับกรมสะท้อนผลจริงมากกว่าผลบวกจากรายงานหลายชุด
กฎกระทรวงระบุอุตสาหกรรม วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม วิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการ และผู้ให้บริการธุรกิจอุตสาหกรรม การกำหนดแผนให้เฉพาะกิจการขนาดใหญ่จึงตัดกลุ่มเป้าหมายตามภารกิจออก. กลุ่มเป้าหมายแต่ละประเภทมีปัญหาไม่เหมือนกัน กิจการใหม่ต้องการบ่มเพาะและตลาด วิสาหกิจชุมชนต้องเชื่อมภูมิปัญญากับมาตรฐานและตลาด SMEs อาจต้องดิจิทัล เงินทุน หรือโลจิสติกส์ ส่วนผู้ให้บริการต้องพัฒนาสมรรถนะและคุณภาพ. ความครอบคลุมไม่ได้หมายถึงแจกบริการเดียวกันทุกกลุ่ม ต้องใช้ข้อมูลคัดกรองและปรับเครื่องมือ แต่รักษาหลักการเข้าถึงที่เป็นธรรม มีเกณฑ์ชัด และติดตามผลแยกกลุ่ม. ประเด็นมักใช้คำว่า “เฉพาะโรงงานขนาดใหญ่” เป็นสัญญาณผิด ให้เลือกการขยายขอบเขตพร้อมออกแบบบริการตามปัญหา ไม่ใช่เพิ่มเพียงผู้ประกอบการใหม่แล้วละกลุ่มเดิมกับผู้ให้บริการ
กิจกรรมคือสิ่งที่กรมทำ เช่น อบรม ให้คำปรึกษา ทดลองเทคโนโลยี หรือจับคู่ตลาด ผลผลิตคือสิ่งส่งมอบ เช่น กิจการผ่านการพัฒนา ส่วนผลลัพธ์คือประสิทธิภาพ รายได้ มูลค่า หรือต้นทุนที่เปลี่ยน และผลสัมฤทธิ์คือความสามารถแข่งขันกับความยั่งยืนในภาพรวม. การนับจำนวนกิจกรรมหรือผู้เข้าอบรมไม่พิสูจน์ว่าพันธกิจสำเร็จ ต้องมีฐานก่อนพัฒนา เกณฑ์ผ่าน ระยะติดตาม และหลักฐานหลังพัฒนา การวัดควรสัมพันธ์กับสิ่งที่โครงการมีเหตุผลว่าจะเปลี่ยนได้. ตัวอย่างโครงการดิจิทัลไม่ควรจบที่จำนวนซอฟต์แวร์หรือบัญชีผู้ใช้ แต่ติดตามว่ากระบวนการผลิต การบริหาร หรือการกระจายสินค้ามีประสิทธิภาพเพิ่มเฉลี่ยตามเป้าหรือไม่
เมื่ออ่านตัวเลือก ให้ถามว่าเป็นเพียงกิจกรรมหรือถึงผลลัพธ์ ตัวเลือกที่ระบุผู้รับผิดชอบ ระยะเวลา ความเสี่ยง ฐานวัด และผลต่อธุรกิจมักสอดคล้องกับการบริหารมุ่งผลสัมฤทธิ์มากกว่า
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต