ในระบบเครือข่ายขององค์กร เมื่อใดจึงควรใช้ Static Routing แทน Dynamic Routing

เมื่อเครือข่ายมีขนาดใหญ่ โครงสร้างซับซ้อน และมีการเปลี่ยนแปลงเส้นทางบ่อยครั้งอยู่ตลอดเวลา
เมื่อต้องการประหยัด CPU ของ Router ในเครือข่ายขนาดใหญ่
เมื่อเครือข่ายมีขนาดเล็ก โครงสร้างไม่ซับซ้อน และไม่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย
เมื่อต้องการให้ Router ปรับเส้นทางอัตโนมัติเมื่อเส้นทางหลักขัดข้อง

เฉลยอธิบาย

Static Routing เหมาะสมสำหรับเครือข่ายขนาดเล็กที่โครงสร้างไม่ซับซ้อนและไม่มีการเปลี่ยนแปลงบ่อย เพราะง่ายต่อการกำหนดค่า ใช้ทรัพยากรน้อย และมีความปลอดภัยสูงกว่า ตัวเลือก A (เครือข่ายใหญ่และเปลี่ยนแปลงบ่อย) เหมาะกับ Dynamic Routing เช่น OSPF หรือ BGP ตัวเลือก C (ปรับเส้นทางอัตโนมัติ) เป็นข้อดีของ Dynamic Routing ไม่ใช่ Static และตัวเลือก D ผิดเพราะในเครือข่ายใหญ่ Static Routing กลับใช้ CPU ของผู้ดูแลระบบมากในการจัดการ การเข้าถึงระยะไกลควรยืนยันตัวตนแบบ MFA โดยเฉพาะบัญชี privileged ตรวจสถานะอุปกรณ์และให้สิทธิขั้นต่ำ TLS ต้องตรวจ chain, hostname, validity และ trust store ไม่เพียงกดข้ามคำเตือน DNS ที่เข้ารหัสเพิ่มความลับระหว่าง client-resolver แต่ต้องออกแบบ policy/visibility ให้สอดคล้อง ควรเก็บ log จาก identity, endpoint, DNS, firewall/VPN และ flow เพื่อเชื่อมเหตุการณ์ พร้อมแบ่ง segment ลด lateral movement; อ้างอิง NIST SP 800-207, CSF 2.0, RFC ที่เกี่ยวข้อง และ CISA

ข้อสอบอื่นในวิชาความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการสื่อสารและระบบเครือข่าย

ดูข้อสอบวิชานี้ทั้งหมด →