บริษัท A มีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของ (Debt-to-Equity Ratio) เท่ากับ 1.5 ขณะที่บริษัท B มีอัตราส่วนดังกล่าวเท่ากับ 0.8 ข้อสรุปใดเกี่ยวกับการเปรียบเทียบความเสี่ยงทางการเงินของทั้งสองบริษัทถูกต้องที่สุด

บริษัท A อาจไม่มีความเสี่ยงสูงกว่าบริษัท B เสมอไป เนื่องจากต้องพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น อุตสาหกรรม กระแสเงินสด และความสามารถในการชำระหนี้
บริษัท A มีความเสี่ยงสูงกว่าบริษัท B อย่างแน่นอน เพราะอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของที่สูงกว่าย่อมหมายถึงความสามารถในการชำระหนี้ที่ต่ำกว่าเสมอ
บริษัท B มีความเสี่ยงสูงกว่าบริษัท A เพราะอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของที่ต่ำกว่าแสดงว่าบริษัทมีเงินทุนจากเจ้าของไม่เพียงพอในการดำเนินธุรกิจ
ไม่สามารถเปรียบเทียบความเสี่ยงทางการเงินจากอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของได้เลย เพราะอัตราส่วนดังกล่าวใช้ประเมินเฉพาะผลการดำเนินงานเท่านั้น

เฉลยอธิบาย

อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของ (Debt-to-Equity Ratio) ที่สูงกว่าโดยทั่วไปบ่งชี้ถึงการพึ่งพาเงินกู้มากกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่ามีความเสี่ยงสูงกว่าเสมอไป เพราะต้องพิจารณาปัจจัยประกอบ เช่น ลักษณะอุตสาหกรรม (บางอุตสาหกรรมมีค่ามาตรฐานสูงกว่า) กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ความสามารถในการสร้างรายได้ และต้นทุนทางการเงิน ดังนั้นการตัดสินความเสี่ยงต้องวิเคราะห์ร่วมกับอัตราส่วนอื่นและบริบทของธุรกิจด้วย

ข้อสอบอื่นในวิชาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับงานการเงินและบัญชี หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

ดูข้อสอบวิชานี้ทั้งหมด →