ข้อใดคือความเสี่ยงหลักที่ต้องพิจารณาเมื่อใช้ Protocol Analyzer (Packet Sniffer) ในการวิเคราะห์ปัญหาเครือข่าย

อุปกรณ์อาจดักจับข้อมูลที่มีความลับหรือข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานได้โดยไม่ได้รับอนุญาต
เครื่องมือประเภทนี้ทำงานได้เฉพาะบนระบบปฏิบัติการ Windows เท่านั้น ทำให้ใช้งานได้จำกัด
การติดตั้ง Protocol Analyzer ต้องใช้แบนด์วิดท์เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 50 เปอร์เซ็นต์ของความจุสายสื่อสาร
Protocol Analyzer ไม่สามารถตรวจจับแพ็กเก็ตที่ส่งผ่านโปรโตคอล TCP/IP ได้อย่างแม่นยำ

เฉลยอธิบาย

Protocol Analyzer หรือ Packet Sniffer สามารถดักจับข้อมูลทุกแพ็กเก็ตที่ผ่านเครือข่าย ซึ่งรวมถึงข้อมูลที่เป็นความลับ เช่น รหัสผ่าน ข้อมูลทางการเงิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล หากใช้โดยผู้ไม่ได้รับอนุญาตหรือขาดการควบคุม อาจนำไปสู่การละเมิดความเป็นส่วนตัวและความผิดทางกฎหมาย ตัวเลือกอื่นไม่ถูกต้องเพราะ Packet Sniffer รองรับหลายระบบปฏิบัติการ ไม่ได้เพิ่มแบนด์วิดท์อย่างมีนัยสำคัญ และสามารถวิเคราะห์ TCP/IP ได้เป็นอย่างดี ประสิทธิภาพต้องดู latency, packet loss, jitter และ throughput ร่วมกัน Wi‑Fi ต้องตรวจ channel utilization/interference, roaming, client capability และ backhaul TCP เหมาะกับการส่งที่ต้องการความเชื่อถือได้ ส่วน UDP ลด overhead แต่แอปต้องรับมือ loss/order เอง NAT ไม่ใช่การควบคุมความปลอดภัยแทน firewall และการเปิดบริการควรกำหนด source/destination/port เท่าที่จำเป็นพร้อม log; อ้างอิง RFC/IETF และแนวทาง CISA/NIST

ข้อสอบอื่นในวิชาความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีการสื่อสารและระบบเครือข่าย

ดูข้อสอบวิชานี้ทั้งหมด →