เปรียบเทียบแนวทางเรื่องความเสมอภาคและการเข้าถึง: สองแบบต่างกันที่การรองรับความหลากหลาย ข้อใดสอดคล้องกฎหมายมากกว่า

เลือกแนวทางที่ จัดระบบให้บุคคลเรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ เข้าถึงแหล่งเรียนรู้ได้สะดวก และเพิ่มพูนความรู้อย่างต่อเนื่อง เพราะ การเข้าถึงควรทำได้ในเวลาที่สะดวก โดยไม่มีภาระค่าใช้จ่ายเกินสมควรหรือเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรค
เลือกแนวทางที่ ปรับวิธี สื่อ เวลา สถานที่ และการสนับสนุนให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยเข้าถึงอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรม เพราะ ต้องคำนึงถึงความหลากหลายและความต้องการของผู้เรียน โดยไม่เลือกปฏิบัติหรือสร้างภาระเกินสมควร
เลือกแนวทางที่ ใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566 แทนกฎหมายการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. 2551 เพราะ กฎหมายใหม่ใช้บังคับเมื่อพ้นหกสิบวันนับแต่ประกาศ และบทบัญญัติที่ขัดหรือแย้งให้ใช้พระราชบัญญัติใหม่แทน
เลือกแนวทางที่ รักษาความต่อเนื่องของบุคลากร ทรัพย์สิน คดี หน่วยจัดการเรียนรู้ และฐานกฎหมายเดิมตามบทเฉพาะกาล เพราะ สิทธิและประโยชน์ตอบแทนของบุคลากรที่โอนไปกรมต้องไม่น้อยกว่าที่เคยได้รับ จนกฎหมายกำหนดเป็นอย่างอื่น

เฉลยอธิบาย

มาตรา 6 วรรคสาม และมาตรา 7 ถึงมาตรา 8 วางหลักเรื่องความเสมอภาคและการเข้าถึงว่า “เลือกแนวทางที่ ปรับวิธี สื่อ เวลา สถานที่ และการสนับสนุนให้ประชาชนทุกเพศทุกวัยเข้าถึงอย่างทั่วถึง เท่าเทียม และเป็นธรรม เพราะ ต้องคำนึงถึงความหลากหลายและความต้องการของผู้เรียน โดยไม่เลือกปฏิบัติหรือสร้างภาระเกินสมควร” ข้อเท็จจริงจึงต้องใช้หลักนี้ ส่วนตัวเลือกที่นำหลักของเรื่องอื่นมาใช้ไม่ตอบเงื่อนไขเฉพาะของกรณี

ข้อสอบอื่นในวิชาพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. 2566

ดูข้อสอบวิชานี้ทั้งหมด →