ในการวิเคราะห์ประสิทธิภาพเครือข่าย พบว่า TCP Throughput ต่ำกว่าที่คาดมาก แม้แบนด์วิดท์จะเพียงพอ เมื่อตรวจสอบพบว่า RTT (Round Trip Time) สูงและ Packet Loss Rate อยู่ที่ 0.5% ข้อใดอธิบายปรากฏการณ์นี้และแนวทางแก้ไขได้ถูกต้องที่สุด
กTCP ใช้ Slow Start และ Congestion Avoidance; เมื่อแพ็กเก็ตสูญหาย TCP ต้องส่งข้อมูลซ้ำและอาจเพิ่ม RTO แบบทวีคูณ จึงรอนานขึ้นเมื่อ RTT สูง ควรลดการสูญเสียและเลือกอัลกอริทึมทางเลือกที่สอดคล้องกับมาตรฐาน
ขTCP ใช้ Slow Start และ Congestion Avoidance; เมื่อแพ็กเก็ตสูญหาย TCP ไม่ต้องส่งข้อมูลซ้ำแต่อาจเพิ่ม RTO แบบทวีคูณ จึงรอนานขึ้นเมื่อ RTT สูง ควรลดการสูญเสียและเลือกอัลกอริทึมทางเลือกที่สอดคล้องกับมาตรฐาน
คTCP ใช้ Slow Start และ Congestion Avoidance; เมื่อแพ็กเก็ตสูญหาย TCP ต้องส่งข้อมูลซ้ำและลด RTO แบบทวีคูณ จึงรอนานขึ้นเมื่อ RTT สูง ควรลดการสูญเสียและเลือกอัลกอริทึมทางเลือกที่สอดคล้องกับมาตรฐาน
งTCP ใช้ Slow Start และ Congestion Avoidance; เมื่อแพ็กเก็ตสูญหาย TCP ต้องส่งข้อมูลซ้ำและอาจเพิ่ม RTO แบบทวีคูณ จึงรอนานขึ้นเมื่อ RTT สูง ควรลดการสูญเสียและเลือกอัลกอริทึมทางเลือกโดยไม่ต้องตรวจความสอดคล้องกับมาตรฐาน
เฉลยอธิบาย
ข้อ A เชื่อมอาการกับหลักฐานโดยตรง: TCP ต้องใช้ Slow Start และ Congestion Avoidance การสูญเสียทำให้เกิดการส่งซ้ำ และการเพิ่ม RTO แบบทวีคูณทำให้ระยะรอมีผลมากขึ้นในสภาวะ RTT สูง แนวทางจึงควรมุ่งลดการสูญเสียและอาจใช้อัลกอริทึมทางเลือกที่ยังสอดคล้องกับมาตรฐาน ข้อ B ปฏิเสธการส่งซ้ำ ข้อ C กลับทิศทางการปรับ RTO และข้อ D ละเลยเงื่อนไขด้านมาตรฐาน