กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ข้อบังคับคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมฯ คนพิการ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2563

อ่านงานบุคคลเป็นเส้นทางเดียว ตั้งแต่ฐานอำนาจ การรับเข้า สิทธิและการลา การประเมิน วินัย การสิ้นสัญญา ไปจนถึงฉบับแก้ไขเรื่องเครื่องแบบและบัตรประจำตัว

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 25 นาที · มีต้นฉบับจาก dep.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

บทที่ 1 ระบบบริหารบุคคลของกองทุนและสายอำนาจที่ต้องอ่านให้ครบ

ข้อบังคับนี้ออกโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารทุนหมุนเวียนและประกาศมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของทุนหมุนเวียน มีผลใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ จุดมุ่งหมายคือจัดระบบบุคลากรที่กองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการจ้างด้วยสัญญาและจ่ายค่าตอบแทนจากกองทุนให้มีหลักเดียวกัน ตั้งแต่การคัดเลือกจนสิ้นสุดสัญญา สถานะดังกล่าวต้องแยกจากข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของส่วนราชการ แม้ข้อบังคับจะนำหลักของบุคลากรภาครัฐบางเรื่องมาใช้โดยอนุโลมก็ตาม

คำว่า “กองทุน” หมายถึงกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ส่วน “คณะอนุกรรมการ” หมายถึงคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนดังกล่าว “อธิบดี” คืออธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และ “พนักงานกองทุน” คือบุคคลที่ได้รับการจ้างตามสัญญาจ้างโดยรับเงินค่าตอบแทนจากกองทุน ค่าตอบแทนครอบคลุมค่าจ้างและค่าตอบแทนการทำงานตามสัญญา ปีตามข้อบังคับหมายถึงปีงบประมาณ นิยามเหล่านี้ทำให้เห็นว่าความสัมพันธ์การทำงานตั้งอยู่บนทั้งข้อบังคับและสัญญาจ้าง ไม่ใช่การบรรจุเข้าสู่ตำแหน่งราชการ

การบริหารงานบุคคลของพนักงานกองทุนต้องเป็นไปตามข้อบังคับ และพนักงานมีหน้าที่ปฏิบัติภารกิจของกองทุน อธิบดีเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานและรับผิดชอบให้การดำเนินงานเป็นไปตามข้อบังคับหรือตามที่คณะอนุกรรมการมอบหมาย แต่อำนาจกำหนดโครงสร้างการบริหาร กรอบอัตรากำลัง มาตรฐานกำหนดตำแหน่ง ค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์และสวัสดิการอยู่ในกรอบที่คณะอนุกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง จึงเป็นระบบที่แยกการกำหนดนโยบายและกรอบงบประมาณออกจากการบังคับบัญชาประจำวัน

สี่ชั้นของการบริหารพนักงานกองทุน

เรื่องบุคคลไม่ได้จบที่ผู้บังคับบัญชาคนเดียว แต่เชื่อมการกำหนดกรอบ การเห็นชอบ การสั่งการ และหน้าที่ตามสัญญาเข้าด้วยกัน

  1. 1คณะอนุกรรมการ
  2. 2กระทรวงการคลัง
  3. 3อธิบดีและกรม
  4. 4พนักงานกองทุน

เรื่องที่ข้อบังคับไม่ได้กำหนด ให้นำระเบียบของทางราชการว่าด้วยเรื่องนั้นมาใช้โดยอนุโลม การนำมาใช้มิได้เปลี่ยนพนักงานกองทุนให้เป็นข้าราชการ แต่เป็นการยืมหลักที่เหมาะสมมาอุดช่องว่าง หากจำเป็นต้องปฏิบัติต่างจากข้อบังคับ กรมต้องเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาและต้องได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง ขณะเดียวกัน กฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับ คำสั่งหรือมติคณะรัฐมนตรีที่กำหนดหน้าที่หรือข้อห้ามแก่ข้าราชการ พนักงานราชการหรือลูกจ้าง ย่อมใช้กับพนักงานกองทุนด้วย เว้นแต่มีข้อกำหนดเฉพาะหรือมีการยกเว้นให้เหมาะกับสภาพงาน เมื่อข้อบังคับหรือสัญญากำหนดเรื่องใดไว้เฉพาะ จึงต้องใช้หลักเฉพาะนั้นก่อนหลักที่นำมาอุดช่องว่าง

อธิบดีเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับ จึงมีทั้งหน้าที่กำกับการปฏิบัติงานและออกคำสั่งในเรื่องที่ได้รับมอบอำนาจ แต่รายละเอียดหลายด้านยังต้องอาศัยหลักเกณฑ์ แบบ หรือประกาศของกรม เช่น วิธีคัดเลือก แบบสัญญา การประเมิน และวิธีลา การอ่านเรื่องหนึ่งจึงต้องวางเอกสารเป็นชั้น เริ่มจากข้อบังคับแม่ ตรวจฉบับแก้ไข แล้วจึงดูหลักเกณฑ์ของกรมกับเงื่อนไขในสัญญา ถ้ามีข้อขัดกัน ต้องยึดฐานอำนาจและลำดับเอกสาร ไม่เลือกใช้ข้อความที่ให้ผลสะดวกแก่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพียงอย่างเดียว

หัวข้อ 2

บทที่ 2 จากการคัดเลือกสู่สัญญาจ้างและการปฏิบัติงานประจำวัน

การคัดเลือกบุคคลเข้าทำงานต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กรมกำหนด โดยยึดสมรรถนะ ความเท่าเทียมและประโยชน์ของกองทุน พร้อมกระบวนการที่มีมาตรฐาน ยุติธรรมและโปร่งใส หลักนี้หมายความว่าการเลือกคนต้องสัมพันธ์กับหน้าที่และมาตรฐานของตำแหน่ง มิใช่พิจารณาเพียงวุฒิการศึกษาหรือความคุ้นเคย เมื่อกรอบอัตรากำลังและมาตรฐานตำแหน่งถูกกำหนดในระดับนโยบาย กรมจึงนำกรอบนั้นมาสร้างวิธีรับสมัคร ประเมินความเหมาะสม และทำสัญญากับผู้ผ่านการคัดเลือก

ผู้ได้รับการจ้างต้องมีสัญชาติไทย อายุไม่น้อยกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ และเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ คุณสมบัติทั่วไปเป็นเพียงฐานเริ่มต้น ผู้สมัครยังต้องไม่มีลักษณะต้องห้ามและต้องผ่านเงื่อนไขเฉพาะของตำแหน่งตามมาตรฐานที่กรมกำหนด การมีคุณสมบัติครบจึงไม่ทำให้เกิดสิทธิได้รับการจ้างโดยอัตโนมัติ เพราะยังต้องผ่านกระบวนการคัดเลือกและการทำสัญญาตามแบบของกรม

ลักษณะต้องห้ามครอบคลุมการดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเป็นเจ้าหน้าที่พรรคการเมือง การมีสถานะเป็นข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างของส่วนราชการ บุคลากรหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือราชการส่วนท้องถิ่น ตลอดจนภาวะไร้ความสามารถหรือเสมือนไร้ความสามารถ จิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ ร่างกายทุพพลภาพจนทำหน้าที่ไม่ได้ โรคที่กำหนด การล้มละลาย ประวัติจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุด ความเคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออกหรือไล่ออกจากหน่วยงานรัฐ และลักษณะอื่นที่กรมกำหนดเพื่อความจำเป็นหรือความเหมาะสมของงาน สำหรับโทษจำคุก ข้อบังคับยกเว้นกรณีความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ จึงต้องดูฐานความผิดประกอบ ไม่ตัดสิทธิจากข้อเท็จจริงว่ามีคำพิพากษาจำคุกเพียงอย่างเดียว

การจ้างต้องทำเป็นสัญญามีกำหนดเวลาคราวละไม่เกินสี่ปี และอาจต่อเนื่องได้เมื่อมีความจำเป็นและเหมาะสม แบบสัญญาเป็นไปตามที่กรมกำหนด อายุสัญญาสูงสุดต่อคราวจึงไม่ใช่หลักประกันว่าจะได้รับการต่อสัญญา การอยู่ต่อเชื่อมกับผลประเมิน ความต้องการของงาน คุณสมบัติ การรักษาวินัย และความดำรงอยู่ของกองทุน อีกทั้งพนักงานต้องไม่ขาดลักษณะสำคัญระหว่างสัญญา เพราะการขาดคุณสมบัติหรือเกิดลักษณะต้องห้ามอาจทำให้สัญญาสิ้นสุดก่อนครบกำหนดได้

เครื่องแต่งกายและเครื่องแบบปฏิบัติเป็นไปตามภาคผนวกที่ใช้บังคับอยู่ ส่วนวัน เวลาและวันหยุดงานใช้ตามทางราชการ การอาศัยแบบของทางราชการในเรื่องเวลาไม่ได้ลบความเฉพาะของสถานะพนักงานกองทุน หากมีเรื่องที่ข้อบังคับกำหนดต่าง สัญญากำหนดเงื่อนไขไว้ หรือกรมได้รับอนุมัติยกเว้น ย่อมต้องใช้หลักเฉพาะนั้น การปฏิบัติงานประจำวันจึงต้องตรวจทั้งเวลาราชการ หน้าที่ตามตำแหน่ง คำสั่งผู้บังคับบัญชา สัญญา และหลักวินัยร่วมกัน ไม่อาจอ้างเอกสารชั้นใดชั้นหนึ่งเพื่อละเว้นหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดไว้ในอีกชั้น แบบสัญญาและเครื่องแต่งกายที่กรมกำหนดทำให้เงื่อนไขทั่วไปถูกแปลงเป็นข้อปฏิบัติที่ตรวจสอบได้ในแต่ละตำแหน่ง

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก dep.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต