กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ข้อบังคับคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมฯ คนพิการ ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2563

อ่านข้อบังคับพนักงานกองทุนจากต้นฉบับ 32 ข้อแบบครบวงจร แยกวันลาออกจากวันที่ได้รับค่าตอบแทน แยกอำนาจคณะอนุกรรมการ–อธิบดี–กรม และรวมผลแก้ไขเรื่องเครื่องแบบ พ.ศ. 2564 กับบัตรประจำตัว พ.ศ. 2565 โดยตรวจแหล่งทางการถึง 31 สิงหาคม 2569

18 หัวข้อ · อ่านประมาณ 107 นาที · มีต้นฉบับจาก dep.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 18 หัวข้อ11%
สารบัญ18 หัวข้อหลัก
  1. 1.บทนำ — แผนที่อ่านข้อบังคับ: 32 ข้อ 6 หมวด 1 บทเฉพาะกาล และฉบับแก้ไขที่ต้องอ่านประกอบ
  2. 2.ข้อ 4 การนำกฎหมายราชการมาใช้: หน้าที่หรือข้อห้ามอาจเทียบได้ แต่สถานะไม่เปลี่ยนเป็นข้าราชการ
  3. 3.ข้อ 9 หลักการคัดเลือก: สมรรถนะ ความเท่าเทียม ประโยชน์กองทุน มาตรฐาน ยุติธรรม และโปร่งใส
  4. 4.ลักษณะต้องห้ามด้านคดีอาญาและประวัติถูกไล่ออก: อ่านข้อยกเว้นและฐานคำสั่งให้ครบ
  5. 5.การต่อสัญญา: ใช้ผลประเมินสองครั้งก่อนสิ้นสุดและแยกการเสนอจากคำสั่งมีผล
  6. 6.ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2565: เพิ่มหมวด 2/1 เรื่องบัตรประจำตัวพนักงานกองทุน
  7. 7.ข้อ 16 (1) ลาป่วย: ลาได้เท่าที่ป่วยจริง และตั้งแต่ 3 วันทำการขึ้นไปอาจต้องมีใบรับรองแพทย์
  8. 8.ข้อ 16 (4) ลาคลอดบุตร: ไม่เกิน 90 วัน แต่ช่วงจ่ายค่าตอบแทนจากกองทุนแยกอยู่ข้อ 17
  9. 9.อำนาจอนุญาตลาและการใช้ใบลา: ใช้หลักเกณฑ์ข้าราชการโดยอนุโลมและคำนึงไม่ให้ราชการเสียหาย
  10. 10.ข้อ 18 ประกันสังคมและเงินทดแทน: พนักงานมีสิทธิและหน้าที่ตามกฎหมายทั้งสองระบบ
  11. 11.ข้อ 22 การใช้ผลประเมิน: เลื่อนค่าตอบแทน ต่อสัญญา และจัดการผลต่ำเป็นสามทางคนละเงื่อนไข
  12. 12.ข้อ 27 วินัยไม่ได้มี “สามขั้น”: ใช้กฎหมายข้าราชการพลเรือนโดยอนุโลมในเรื่องที่ระบุ
  13. 13.ข้อ 28 วรรคท้าย การแจ้งภายใน 7 วันทำการ: ใช้เฉพาะเหตุ (3) (5) หรือ (7)
  14. 14.อ่านสถานะกฎหมาย ณ ปัจจุบัน: แยกฉบับฐาน ฉบับแทนแนบท้าย และฉบับเพิ่มหมวดใหม่
  15. 15.กรณีวิเคราะห์ 01 — ปฏิเสธผู้สมัครคนพิการด้วยคำว่า “ทุพพลภาพ” โดยไม่ประเมินหน้าที่จำเป็น
  16. 16.กรณีวิเคราะห์ 04 — หน่วยภูมิภาคยังใช้ภาพเครื่องแบบแนบท้ายเดิม พ.ศ. 2563
  17. 17.กรณีวิเคราะห์ 07 — เปลี่ยนน้ำหนักผลงานจาก 80 เป็น 60 หลังจบรอบเพื่อช่วยคะแนนบางกลุ่ม
  18. 18.กรณีวิเคราะห์ 10 — ใช้โทษสามขั้นจากคู่มือประเด็นกับความผิดทุจริต
หัวข้อ 1

บทนำ — แผนที่อ่านข้อบังคับ: 32 ข้อ 6 หมวด 1 บทเฉพาะกาล และฉบับแก้ไขที่ต้องอ่านประกอบ

ข้อบังคับ พ.ศ. 2563 วางระบบพนักงานกองทุนตั้งแต่ความหมายและผู้รักษาการ การคัดเลือก–คุณสมบัติ–สัญญาจ้าง ค่าตอบแทน–สิทธิประโยชน์–การลา การประเมิน วินัย ไปจนถึงการสิ้นสุดสัญญา รวม 32 ข้อ โดยเนื้อหาหลักแบ่ง 6 หมวดและมีบทเฉพาะกาลท้ายฉบับ. วิธีอ่านที่แม่นไม่ใช่จำถ้อยคำโดด ๆ แต่ตามวงจรชีวิตการจ้าง: authority → selection → eligibility → contract → work conditions → pay/leave → evaluation → discipline → exit แล้วตรวจว่าประเด็นใดให้กรมออกหลักเกณฑ์หรือให้นำกฎหมายอื่นมาใช้โดยอนุโลม. ฉบับที่ 2 พ.ศ. 2564 ยกเลิกเอกสารแนบท้ายข้อ 12 เรื่องการแต่งกายและเครื่องแบบ แล้วใช้เอกสารแนบท้ายใหม่ ส่วนฉบับที่ 3 พ.ศ. 2565 เพิ่มหมวด 2/1 เรื่องบัตรประจำตัวพนักงานกองทุน ข้อ 13/1 ถึงข้อ 13/6 จึงต้องแยกตัวบทเดิมออกจากสถานะปัจจุบัน

หัวประเด็นมักจับเลขสำคัญ ได้แก่ สัญญาคราวละไม่เกิน 4 ปี ประเมินปีละ 2 ครั้ง ผลสัมฤทธิ์ของงานไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ทำงานรอบปีอย่างน้อย 8 เดือนจึงเข้าเกณฑ์เลื่อนค่าตอบแทน และการแจ้งเหตุสิ้นสัญญาบางกรณีภายใน 7 วันทำการ. ข้อบังคับไม่ได้เขียนรายละเอียดทุกอย่างเอง หลายข้อใช้ระเบียบพนักงานราชการ ระเบียบข้าราชการ หรือกฎหมายข้าราชการพลเรือนโดยอนุโลม การตอบจึงต้องระบุทั้งเรื่องที่นำมาใช้และข้อยกเว้น มิใช่สรุปว่าพนักงานกองทุนมีสถานะเป็นข้าราชการ. จำภาพรวมเป็น base text 2563 + uniform amendment 2564 + ID-card amendment 2565 และเมื่อต้องใช้จริงให้ตรวจประกาศ/หลักเกณฑ์ของกรมกับมติคณะอนุกรรมการที่ออกตามตัวบทอีกชั้น

แผนที่อ่านข้อบังคับ: 32 ข้อ 6 หมวด 1 บทเฉพาะกาล และฉบับแก้ไขที่ต้องอ่านประกอบ

  1. 1ฐานอำนาจและนิยาม
  2. 2คัดเลือก–คุณสมบัติ–สัญญา
  3. 3ค่าตอบแทน–สิทธิ–ลา
  4. 4ประเมิน
  5. 5วินัย
  6. 6สิ้นสุดสัญญา
  7. 7บทเฉพาะกาลและฉบับแก้ไข

ส่วนต้นระบุว่าออกโดยอาศัยมาตรา 21 (2) แห่งพระราชบัญญัติการบริหารทุนหมุนเวียน พ.ศ. 2558 และข้อ 13 ของประกาศคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียนว่าด้วยมาตรฐานการบริหารงานบุคคลของทุนหมุนเวียน ลงวันที่ 21 สิงหาคม 2560. ข้อ 1 กำหนดชื่อข้อบังคับ และข้อ 2 ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป ตัวต้นฉบับลงวันที่ 20 สิงหาคม 2563 ดังนั้นการถามวันประกาศกับวันเริ่มใช้เป็นคนละคำถาม ต้องอ่านคำว่า “วันถัดจาก” ให้ครบ. กฎหมายแม่ให้อำนาจจัดระบบทุนหมุนเวียน ส่วนประกาศมาตรฐานกำหนดกรอบร่วม และข้อบังคับนี้ลงรายละเอียดพนักงานกองทุนเฉพาะแห่ง ต่อจากนั้นกรมอาจออกหลักเกณฑ์ แบบสัญญา แบบประเมิน หรือวิธีปฏิบัติตามที่ตัวบทมอบหมาย

หากหลักเกณฑ์ภายในขัดข้อบังคับ ให้ยึดข้อบังคับ; หากข้อบังคับขัดกฎหมายที่สูงกว่า ให้ยึดกฎหมายที่สูงกว่า และหากเอกสารแนบท้ายเดิมถูกฉบับแก้ไขยกเลิก ต้องใช้แนบท้ายฉบับใหม่ ไม่เลือกตามวันที่ดาวน์โหลดไฟล์. ข้อควรระวังคือเอาวันสร้างไฟล์ PDF ปี 2566 หรือวันอัปโหลดเว็บไซต์มาเป็นวันประกาศ ข้อเท็จจริงทางกฎหมายอยู่ในหน้าลงนามของเอกสาร ขณะที่ metadata เว็บมีไว้ช่วยค้น ไม่แทนข้อความรับรองในตัวบท. ทบทวน hierarchy: พระราชบัญญัติ → ประกาศมาตรฐาน → ข้อบังคับ 2563 และฉบับแก้ไข → หลักเกณฑ์/แบบที่กรมกำหนด → คำสั่งรายบุคคล พร้อมแยก announce date จาก effective date

“กองทุน” หมายถึงกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ส่วน “คณะอนุกรรมการ” หมายถึงคณะอนุกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ จึงไม่ควรย่อจนสับสนกับคณะกรรมการระดับชาติหรือคณะประเมินผลทุนหมุนเวียน. “อธิบดี” หมายถึงอธิบดีกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และ “พนักงานกองทุน” คือบุคคลซึ่งได้รับการจ้างตามสัญญาจ้าง โดยได้รับเงินค่าตอบแทนจากกองทุน มิใช่ข้าราชการ พนักงานราชการ หรือลูกจ้างประจำเพียงเพราะทำงานในกรมเดียวกัน. “ค่าตอบแทน” หมายถึงค่าจ้างหรือค่าตอบแทนการทำงานตามสัญญาจ้าง ขณะที่ “สัญญาจ้าง” หมายถึงสัญญาจ้างพนักงานทุนหมุนเวียน นิยามนี้ทำให้สิทธิและหน้าที่จำนวนหนึ่งผูกกับสัญญาและข้อบังคับพร้อมกัน

“ปี” หมายถึงปีงบประมาณ ไม่ใช่ปีปฏิทิน ดังนั้นรอบเลื่อนค่าตอบแทนวันที่ 1 ตุลาคม การนับรอบประเมิน และแผนกำลังคนต้องอ่านบนแกนปีงบประมาณ เว้นแต่ข้อความเฉพาะกำหนดช่วงอย่างอื่น. ตัวอย่าง คนหนึ่งรับเงินจากงบกรมแต่ทำงานโครงการกองทุน ไม่ทำให้เป็นพนักงานกองทุนโดยอัตโนมัติ ต้องดูฐานการจ้าง ผู้เป็นคู่สัญญา แหล่งค่าตอบแทน และแบบสัญญา ส่วนคำว่า “พนักงานประจำ” ที่ชุดข้อมูลเดิมใช้ไม่ใช่นิยามในข้อ 3. จำ definition test: who pays–under what contract–which legal status–which fiscal year และใช้คำตามตัวบท เพราะการเรียกผิดสถานะทำให้ตอบเรื่องวินัย สวัสดิการและการสิ้นสัญญาผิดทั้งชุด

ข้อบังคับนี้จัดการบุคลากรที่กองทุนจ้างเพื่อทำภารกิจของกองทุน ครอบคลุมโครงสร้าง อัตรากำลัง ตำแหน่ง การคัดเลือก สัญญา ค่าตอบแทน สิทธิ การลา ประเมิน วินัย และการออกจากงาน ไม่ได้กำหนดสิทธิคนพิการทั่วไปหรือหน้าที่นายจ้างตามมาตรา 33–35 ของกฎหมายคนพิการ. การทำงานของพนักงานย่อมสนับสนุนการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ แต่ประเด็นที่สรุปว่าวัตถุประสงค์เฉพาะคือ “ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ” ลดขอบเขตผิด เพราะกองทุนมีภารกิจกว้างกว่าการจ้างงานและตัวบทไม่ได้ประกาศวัตถุประสงค์ด้วยถ้อยคำนั้น. ผู้ใช้ข้อบังคับมีทั้งอธิบดี ผู้บังคับบัญชา หน่วยทรัพยากรบุคคล คณะอนุกรรมการ ผู้สมัคร และพนักงาน แต่แต่ละฝ่ายมีบทบาทต่างกัน การใช้คำรวมว่า “คณะอนุกรรมการบริหารงานบุคคล” โดยไม่มีฐานในตัวบทอาจสร้างองค์กรที่ไม่มีจริง

เมื่อวิเคราะห์เหตุ ให้เริ่มจากถามว่าบุคคลเป็นพนักงานกองทุนตามข้อ 3 หรือไม่ หากเป็นข้าราชการ พนักงานราชการ ผู้รับจ้างเหมาบริการ หรือผู้รับทุนโครงการ ต้องไปใช้ฐานของสถานะนั้น ไม่ยืมข้อบังคับนี้ทั้งฉบับ. ข้อควรระวังคือใช้หลัก HR ทั่วไปตอบแทนตัวบท เช่น เพิ่มขั้นตักเตือน–พักงาน–ปลดออก หรือสร้างสูตรชดเชยเอง แม้ฟังดูสมเหตุผลแต่ข้อบังคับใช้การอ้างกฎหมายและหลักเกณฑ์เฉพาะที่ต้องตามให้ถึง. จำ scope ด้วยสามวง: status = พนักงานกองทุน, subject = personnel administration, purpose = ให้กองทุนทำภารกิจได้ตามมาตรฐาน และตัดเรื่องสิทธิประชาชน/การอนุมัติโครงการออกเมื่อไม่เกี่ยวกับการจ้าง

หัวข้อ 2

ข้อ 4 การนำกฎหมายราชการมาใช้: หน้าที่หรือข้อห้ามอาจเทียบได้ แต่สถานะไม่เปลี่ยนเป็นข้าราชการ

ข้อ 4 วางหลักว่า หากกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับ คำสั่ง หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดให้ข้าราชการ พนักงานราชการ หรือลูกจ้างส่วนราชการมีหน้าที่ต้องปฏิบัติ งดเว้น หรือต้องห้ามเรื่องใด ให้ถือว่าพนักงานกองทุนมีหน้าที่หรือข้อห้ามเช่นเดียวกัน. หลักดังกล่าวมีข้อยกเว้นเมื่อข้อบังคับนี้หรือเงื่อนไขสัญญาจ้างกำหนดไว้เฉพาะ หรือเมื่อส่วนราชการประกาศยกเว้นบางเรื่องเพื่อให้เหมาะกับสภาพการปฏิบัติงานของพนักงานกองทุน จึงต้องอ่าน both default และ exception. คำว่า “เช่นเดียวกัน” ใช้กับหน้าที่ งดเว้น และข้อห้ามตามขอบเขต ไม่ทำให้พนักงานกองทุนได้รับตำแหน่ง เงินบำนาญ ความมั่นคง หรือสิทธิทุกอย่างเท่าข้าราชการ สถานะยังเกิดจากสัญญาจ้างและเงินกองทุน

ตัวอย่าง นโยบายป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อนหรือรักษาความลับราชการอาจผูกพนักงานกองทุนผ่านข้อ 4 แต่การอ้างสิทธิเลื่อนระดับแบบข้าราชการต้องมีฐานในข้อบังคับ/หลักเกณฑ์ ไม่ได้เกิดจากข้อ 4 เอง. ข้อควรระวังคืออ่านเฉพาะวรรคแรกแล้วไม่เห็นคำว่า “เว้นแต่” หรือกลับกันใช้ข้อยกเว้นกว้างเกินไปโดยไม่มีประกาศของส่วนราชการ ข้อยกเว้นต้องชัดและเหมาะกับสภาพงาน มิใช่การเลือกไม่ทำตามกฎตามสะดวก. ทบทวน four checks: source rule กล่าวถึงใคร, เป็น duty/abstention/prohibition หรือ benefit, มีข้อเฉพาะในข้อบังคับ/สัญญาหรือไม่ และมีประกาศยกเว้นที่ชอบหรือไม่. ข้อ 5 ให้อธิบดีเป็นผู้รักษาการตามข้อบังคับนี้ ส่วนข้อ 7 ให้อธิบดีเป็นผู้บังคับบัญชาพนักงานกองทุนและมีหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามข้อบังคับหรือที่คณะอนุกรรมการมอบหมาย

ผู้รักษาการทำให้มีเจ้าของการตีความและขับเคลื่อนในทางบริหาร แต่การออกหลักเกณฑ์ คำสั่งจ้าง เลื่อนค่าตอบแทน ต่อสัญญา หรือวินัยยังต้องอยู่ในอำนาจที่แต่ละข้อกำหนด รวมถึงความเห็นชอบของกระทรวงการคลังในเรื่องที่ระบุ. ผู้บังคับบัญชาระดับหน่วยมีบทบาทประเมิน เสนอความเห็น อนุญาตลาและควบคุมงานตามที่มอบอำนาจ แต่ไม่ควรกล่าวว่าผู้บังคับบัญชาทุกระดับแทนคณะอนุกรรมการหรืออธิบดีได้โดยอัตโนมัติ ต้องดูคำสั่งมอบอำนาจและเรื่องนั้นมอบได้หรือไม่. ตัวอย่าง หัวหน้ากลุ่มอาจรับใบลาและประเมินผลงาน แต่การออกคำสั่งเลื่อนค่าตอบแทนประจำปีและต่อสัญญาตามข้อ 24 เป็นอำนาจอธิบดี การส่งแบบเสนอไม่เท่ากับคำสั่งมีผล

ข้อควรระวังจากชุดข้อมูลเดิมคือเรียก “คณะอนุกรรมการบริหารหรือผู้ได้รับมอบหมาย” เป็นผู้มีอำนาจทุกเรื่อง ข้อสรุปกว้างนี้ลบการแบ่งอำนาจระหว่างคณะอนุกรรมการ อธิบดี กรม และผู้บังคับบัญชา. จำ governance chain: คณะอนุกรรมการกำหนดกรอบตามข้อที่ให้ → อธิบดีรักษาการ/บังคับบัญชา/ออกคำสั่ง → กรมกำหนดหลักเกณฑ์และแบบ → supervisor บริหารรายวันตามมอบหมาย. ข้อ 6 บัญญัติว่าการบริหารงานบุคคลของพนักงานกองทุนให้เป็นไปตามข้อบังคับนี้ เป็นหลักตั้งต้นว่าต้องค้นข้อความเฉพาะในฉบับนี้ก่อนจะยืมกฎหมายหรือแนวปฏิบัติทั่วไปมาใช้. ข้อ 8 วรรคแรกให้วิธีปฏิบัติอื่นที่มิได้กำหนดไว้ ใช้ระเบียบของทางราชการว่าด้วยการนั้นโดยอนุโลม คำว่าโดยอนุโลมหมายถึงปรับใช้เท่าที่เข้ากับสถานะและโครงสร้าง ไม่ใช่คัดลอกทุกอำนาจ/สิทธิแบบตรงตัว

หากมีความจำเป็นต้องปฏิบัตินอกเหนือจากที่กำหนด กรมต้องเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังตามข้อ 8 วรรคสอง จึงไม่ใช่เรื่องที่หัวหน้าหน่วยสร้างระเบียบพิเศษได้เอง. การพิจารณาควรบันทึกว่าเรื่องใดไม่มีในข้อบังคับ ระเบียบราชการใดใกล้เคียง ส่วนใดใช้ได้/ใช้ไม่ได้ ผลงบประมาณเท่าใด และต้องขอความเห็นชอบใคร เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้. ข้อควรระวังคืออ้าง “ระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี” แบบเหมารวม ทั้งที่ตัวบทพูดกว้างว่า “ระเบียบของทางราชการว่าด้วยการนั้น” และบางหมวดชี้เฉพาะพนักงานราชการหรือข้าราชการคนละฐาน. จำ decision rule: specific rule wins → if silent, analogous official rule → if extra/deviation needed, DEP proposal + subcommittee consideration + Finance Ministry approval

พนักงานกองทุนมีหน้าที่ปฏิบัติงานตามภารกิจของกองทุน และอธิบดีบังคับบัญชา ขณะที่การกำหนดโครงสร้างการบริหารงาน กรอบอัตรากำลัง มาตรฐานตำแหน่ง ค่าตอบแทน สิทธิประโยชน์ และสวัสดิการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามที่คณะอนุกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลัง. ข้อความนี้สร้างสองชั้นคือ policy decision ของคณะอนุกรรมการและ fiscal control ของกระทรวงการคลัง จึงไม่พอเพียงที่ผู้บริหารกองทุนมีมติภายใน หากเรื่องอยู่ในรายการที่ต้องเห็นชอบและยังไม่ได้รับความเห็นชอบ. กรอบอัตรากำลังต่างจากจำนวนผู้ปฏิบัติงานจริง ตำแหน่งว่างไม่ได้ให้อำนาจจ้างเกินกรอบ และการปรับชื่อตำแหน่งที่เปลี่ยนมาตรฐาน/ค่าตอบแทนต้องตามกระบวนการ มิใช่แก้ชื่อในคำสั่งเพื่อเลี่ยงการอนุมัติ

ตัวอย่าง การเพิ่มตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญพร้อมอัตราใหม่เพราะงานดิจิทัลต้องมี job analysis, workload, fiscal impact และมติ/ความเห็นชอบตามฐาน ไม่ใช่ให้ผู้อำนวยการกองตั้งตำแหน่งชั่วคราวแล้วจ่ายส่วนต่างย้อนหลัง. ข้อควรระวังคือสรุปว่าคณะอนุกรรมการอนุมัติเงินเดือน/สวัสดิการได้ลำพัง หรือกลับกันกล่าวว่ากระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารพนักงานรายบุคคล กระทรวงการคลังให้ความเห็นชอบกรอบตามที่ระบุ ไม่เป็นผู้บังคับบัญชาประจำวัน. ทบทวน six objects: structure–manpower–position standards–compensation–benefits–welfare; owner = subcommittee; consent = Finance Ministry; executor = Director-General/DEP ตามอำนาจ

อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก dep.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต