กลับไปทำข้อสอบวิชานี้

ความรู้เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล

สรุปการบริหารงานบุคคลแบบหนังสือเรียน ตั้งแต่วงจรชีวิตบุคลากร ผลงาน การพัฒนา ความสัมพันธ์ จนถึงการตรวจสอบคำสั่ง

6 หัวข้อ · อ่านประมาณ 51 นาที · มีต้นฉบับจาก knowledge.ocsc.go.th

เปิดเนื้อหาฉบับเต็ม
อ่านฟรีได้ 2 จาก 6 หัวข้อ33%
หัวข้อ 1

การบริหารงานบุคคลในฐานะระบบตลอดวงจร

การบริหารงานบุคคลมิใช่ชุดงานย่อยที่แยกจากกัน แต่เป็นระบบตัดสินใจต่อเนื่องตั้งแต่การกําหนดงานและอัตรากําลัง การรับคน การจัดวาง การดูแลเวลาและค่าตอบแทน การกํากับผลงาน การพัฒนา ความสัมพันธ์ วินัย การเคลื่อนย้าย ไปจนถึงการสิ้นสุดความสัมพันธ์การทํางาน แต่ละช่วงสร้างข้อมูลและผลที่กลายเป็นฐานของช่วงถัดไป ขอบเขตการบริหารงานบุคคลและการเชื่อมกับ HRM แกนเชื่อมโยงคือ Plan work/people → Acquire/place → Enable/perform/reward → Develop/relate → Move/retain/exit → Audit/improve — การบริหารงานบุคคลครอบคลุมทั้งงานเชิงระบบและการปฏิบัติรายกรณี: กําหนดงาน/อัตรากําลัง สรรหา คัดเลือก บรรจุ/จ้าง จัดวาง บันทึกข้อมูล เวลา/ค่าตอบแทน/สวัสดิการ ผลงาน พัฒนา ความสัมพันธ์ วินัย/ข้อร้องทุกข์ เคลื่อนย้าย รักษา และสิ้นสุดความสัมพันธ์การทํางาน แนวคิดสมัยใหม่ต้องเชื่อมความถูกต้องของธุรการกับยุทธศาสตร์ ผลลัพธ์ ความเป็นธรรม และประสบการณ์บุคลากร มุมคือ Compliance/records ส่วนคําถามคือ สิทธิ หน้าที่ เอกสาร ข้อมูล การอนุมัติ และกําหนดเวลาถูกต้องตามกฎที่ใช้จริงหรือไม่ ขณะที่มุมคือ Merit/fairness ส่วนคําถามคือ เกณฑ์เกี่ยวกับงาน สม่ําเสมอ

โปร่งใส ตรวจสอบและทบทวนได้หรือไม่ ขณะที่มุมคือ Capability ส่วนคําถามคือ มีคน/ทักษะ/ผู้นํา/ความรู้พอต่อภารกิจปัจจุบันและอนาคตหรือไม่ ขณะที่มุมคือ Performance ส่วนคําถามคือ เป้าหมาย support feedback evidenceและผลลัพธ์เชื่อมกันหรือไม่ ขณะที่มุมคือ Employee relations ส่วนคําถามคือ มี voice, consultation, grievance, representationและการแก้ conflictที่สุจริตหรือไม่ ขณะที่มุมคือ Employee lifecycle และ Control รายช่วง — ช่วงคือ Plan/job ส่วนControl/หลักฐานคือ workforce plan, approved position, job/competency, budget, segregation of duties ขณะที่ช่วงคือ Recruit/select ส่วนControl/หลักฐานคือ job-related criteria, structured assessment, conflict declaration, decision record, accessibility ขณะที่ช่วงคือ Offer/appointment ส่วนControl/หลักฐานคือ authority, terms, pay/benefit, conditions, consent/notice, identity/recordsตามกฎ ขณะที่ช่วงคือ Onboard ส่วนControl/หลักฐานคือ role/expectation, policy, safety,

tools/access least privilege, mentor/check-in ขณะที่ช่วงคือ Work/time/leave ส่วนControl/หลักฐานคือ accurate records, approval, workload, continuity, privacyและ consistent treatment ขณะที่ช่วงคือ Performance ส่วนControl/หลักฐานคือ agreed goals, ongoing feedback, evidence, calibration, response/review ขณะที่ช่วงคือ Reward/benefit ส่วนControl/หลักฐานคือ eligibility, calculation, approval, pay equity, reconciliationและ communication ขณะที่ช่วงคือ Develop/move ส่วนControl/หลักฐานคือ need/criteria, opportunity fairness, handover, access/role updateและ Personnel records, Privacy และ Data quality — เรื่องคือ Purpose/minimization ส่วนหลักคือ เก็บ field/documentเท่าที่ภารกิจ/สิทธิ/กฎต้องใช้ ไม่เก็บ “เผื่อ” ขณะที่เรื่องคือ Accuracy ส่วนหลักคือ ให้แก้ข้อมูลผิด มี source/effective date/versionและไม่ overwriteประวัติที่ต้อง audit ขณะที่เรื่องคือ Access ส่วนหลักคือ role/need-to-know, approval, periodic review,

segregationและ log โดยเฉพาะสุขภาพ/วินัย/pay ขณะที่เรื่องคือ Lifecycle ส่วนหลักคือ collection→use/share→retention→archive/deleteพร้อม ownerและ trigger ขณะที่เรื่องคือ Decision data ส่วนหลักคือ นิยาม metric/denominator/cohortและตรวจ bias/qualityก่อนใช้คัดเลือก ประเมินหรือเลื่อน ขณะที่เรื่องคือ Employee transparency ส่วนหลักคือ อธิบายข้อมูลที่ใช้ วัตถุประสงค์ ผู้รับ ระยะเวลา และช่องแก้/ทบทวนตามบริบท ขณะที่เรื่องคือ Monitoring ส่วนหลักคือ necessity/proportionality ไม่ใช้ keystroke/location/cameraเป็น proxyผลงานเดี่ยว ขณะที่เรื่องคือ Incident ส่วนหลักคือ contain, preserve, assess, notify/respondตามกฎและแก้ root cause ขอบเขตวิชา แหล่งตรวจสอบ และข้อควรระวังเรื่องกฎหมาย แกนเชื่อมโยงคือ Strategy → Workforce/Work → Attract/Select → Enable/Reward → Develop → Retain/Transition → Measure/Learn — HRM คือระบบตัดสินใจเรื่องคนตั้งแต่กลยุทธ์/อัตรากําลัง งาน การดึงดูด คัดเลือก จัดวาง ผลงาน ค่าตอบแทน ความสัมพันธ์ สุขภาวะ การรักษา จนถึงการออกจากงาน ส่วน HRD

มุ่งเพิ่มความสามารถและศักยภาพของบุคคล ทีม และองค์กรผ่านการเรียนรู้ งาน อาชีพ ผู้นํา และการเปลี่ยนแปลง ทั้งสองต้องเชื่อมผลลัพธ์องค์กรกับความเป็นธรรม ศักดิ์ศรี และหลักฐาน แหล่งคือ หลักฐานฉบับเดิม แหล่งข้อมูลหลัก ลําดับ 056 ส่วนใช้ตอบคือ Merit, HR value chain, workforce, recruitment, performance, competency, TNA, HRD, career, KM และ IDP ขณะที่แหล่งคือ คลังการทบทวน 150 ข้อ ส่วนใช้ตอบคือ HRM/HRD ทฤษฎีแรงจูงใจ การเรียนรู้ Performance/Talent/Culture/Retention และสถานการณ์ความเป็นธรรม ขณะที่แหล่งคือ สํานักงาน ก.พ. (OCSC) ส่วนใช้ตอบคือ สถานะหลักเกณฑ์ประเมิน/สมรรถนะภาครัฐปัจจุบัน; หน้า official แสดงรายการปี 2568–2569 ขณะที่แหล่งคือ ILO/NATLEX และกฎหมายที่ใช้จริง ส่วนใช้ตอบคือ แรงงานสัมพันธ์ สหภาพ HRM, HRD, Personnel administration และ Human capital — แนวคิดคือ Personnel administration ส่วนจุดเน้นคือ งานธุรการ ระเบียบ สัญญา บันทึก เวลา เงินเดือน และ compliance ส่วนจุดที่มักสับสนคือ จําเป็นแต่ไม่พอถ้าวัดเพียงเอกสาร/การมาทํางาน ขณะที่แนวคิดคือ HRM ส่วนจุดเน้นคือ ระบบบริหารคนให้ภารกิจสําเร็จอย่างมีประสิทธิผล เป็นธรรม และยั่งยืน ส่วนจุดที่มักสับสนคือ

ห้ามมองคนเป็นต้นทุน/เครื่องมืออย่างเดียว ขณะที่แนวคิดคือ Strategic HRM ส่วนจุดเน้นคือ เชื่อม workforce capability/behavior/culture กับ strategyและ outcome ส่วนจุดที่มักสับสนคือ การ align ไม่ให้ละทิ้งสิทธิ/ethics ขณะที่แนวคิดคือ HRD ส่วนจุดเน้นคือ learning, performance improvement, career/leadership/organization development ส่วนจุดที่มักสับสนคือ การอบรมเป็นเพียงวิธีหนึ่ง ไม่ใช่คําตอบทุก performance gap ขณะที่แนวคิดคือ Human resource ส่วนจุดเน้นคือ บุคลากรและระบบการจ้าง/ทํางานที่องค์กรบริหารร่วม ส่วนจุดที่มักสับสนคือ คําว่า resourceอาจกลบ agency/ศักดิ์ศรี ขณะที่แนวคิดคือ Human capital ส่วนจุดเน้นคือ ความรู้ ทักษะ สุขภาพ ประสบการณ์ เครือข่ายและความสามารถที่สร้างคุณค่า ส่วนจุดที่มักสับสนคือ ไม่ใช่ทรัพย์สินที่องค์กรเป็นเจ้าของ; เมื่อใช้มุมมองตลอดวงจร ฝ่ายบุคคลจะไม่ตรวจเพียงว่าเอกสารครบหรืออนุมัติทันเวลา แต่ตรวจด้วยว่าการตัดสินใจรองรับภารกิจ ใช้เกณฑ์เกี่ยวกับงาน เคารพศักดิ์ศรีและข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องให้ระบบเงินเดือน สิทธิ การเข้าถึงงาน และแผนความต่อเนื่องหรือไม่

วงจรการบริหารงานบุคคล

  1. 1วางงานและกำลังคนกำหนดภารกิจ ตำแหน่ง สมรรถนะ ภาระงาน และอำนาจอนุมัติ
  2. 2รับและจัดวางสรรหา คัดเลือก แต่งตั้ง ปฐมนิเทศ และกำหนดสิทธิการเข้าถึง
  3. 3บริหารการทำงานดูแลเวลา สิทธิ ผลงาน ค่าตอบแทน ความปลอดภัย และความสัมพันธ์
  4. 4พัฒนาและเคลื่อนย้ายสร้างความสามารถ เส้นทางอาชีพ การสืบทอด และการส่งมอบงาน
  5. 5พ้นจากงานและเรียนรู้ปิดสิทธิ ทรัพย์สิน ผลประโยชน์ ความรู้ และนำบทเรียนกลับมาปรับระบบ
หัวข้อ 2

วางงาน วางกำลังคน และนำคนเข้าสู่องค์กร

ก่อนรับบุคคลเข้ามา องค์กรต้องอธิบายให้ได้ว่างานใดจําเป็นต่อภารกิจ ปริมาณงานและความเสี่ยงเป็นเท่าใด ต้องใช้ความรู้ ทักษะ และพฤติกรรมระดับใด ตลอดจนกําลังคนเดิมสามารถพัฒนา เคลื่อนย้าย หรือออกแบบงานใหม่ได้หรือไม่ การวิเคราะห์นี้ทําให้ตําแหน่งและงบประมาณมีเหตุผล และเป็นฐานสร้างเกณฑ์คัดเลือกที่ตรวจสอบได้ Strategic HRM และ HR Value Chain — ลําดับดําเนินงานเริ่มจาก อ่าน strategy/บริการ/ผู้มีส่วนได้เสีย แล้วจึง ระบุ capabilityและbehaviorที่ต้องมี แล้วจึง วิเคราะห์ workforce supply–demand/gap/risk แล้วจึง ออกแบบงานและ HR portfolio แล้วจึง ส่งมอบผ่าน line managers+HR+systems แล้วจึง วัด leading/lagging outcomesและ fairness แล้วจึง เรียนรู้/ปรับตามบริบท Workforce planning และการจัดสรรกําลังคน — ขั้นคือ Demand ส่วนคําถามคือ งาน/บริการ/volume/technology/strategyต้องการ role/skill/capacityเมื่อใด ขณะที่ขั้นคือ Supply ส่วนคําถามคือ ปัจจุบันมี

headcount/FTE/skill/level/location/availability/retirement/turnoverเท่าไร ขณะที่ขั้นคือ Gap ส่วนคําถามคือ ขาด/เกินเชิงจํานวน ความสามารถ เวลา พื้นที่ และ criticality ขณะที่ขั้นคือ Scenario Job analysis, Job design และ Competency — ชิ้นงานคือ Job analysis ส่วนสาระคือ รวบรวม task, responsibility, context, interaction, hazard, tool และ KSAOจากหลายแหล่ง ขณะที่ชิ้นงานคือ Job description ส่วนสาระคือ purpose, duties, reporting, conditions และ accountabilityของงาน ขณะที่ชิ้นงานคือ Person specification ส่วนสาระคือ Recruitment ต่างจาก Selection และต้องเริ่มจากหลักฐานงาน — กระบวนการคือ Recruitment ส่วนเป้าหมายคือ สร้าง applicant poolที่มีคุณสมบัติและเข้าถึงได้ ผ่าน sourcing/EVP/communication ขณะที่กระบวนการคือ Selection ส่วนเป้าหมายคือ ประเมินและเลือกผู้เหมาะกับงานด้วยเกณฑ์/เครื่องมือที่ job-related, reliable, valid และ fair ขณะที่กระบวนการคือ Placement ส่วนเป้าหมายคือ

Structured interview และอคติการคัดเลือก — หลักคือ Structured ส่วนการปฏิบัติคือ ผู้สมัครบทบาทเดียวกันได้คําถามหลักเดียวกัน ลําดับ/เวลาใกล้เคียง ขณะที่หลักคือ Job-related ส่วนการปฏิบัติคือ คําถามมาจาก competency/task/critical incident ไม่ถามเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยว ขณะที่หลักคือ Behavioral ส่วนการปฏิบัติคือ ขอตัวอย่างอดีต เช่น Situation–Task–Action–Result และ probeเท่ากัน พื้นฐานการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ — ความหมายและความสําคัญของการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ — การบริหารทรัพยากรบุคคล (Human Resource Management หรือ HRM) ในภาครัฐหมายถึงกระบวนการทั้งหมดที่องค์กรภาครัฐดําเนินการเพื่อให้ได้มา รักษาไว้ พัฒนา และใช้ประโยชน์จากบุคลากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้บรรลุภารกิจสาธารณะและตอบสนองความต้องการของประชาชน พื้นฐานการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ — หลักการบริหารงานบุคคลสมัยใหม่ตามหลัก Merit System — ระบบคุณธรรม (Merit System) คือหลักการบริหารงานบุคคลที่ยึดถือความรู้ ความสามารถ

และผลการปฏิบัติงานเป็นเกณฑ์หลักในการตัดสินใจทุกขั้นตอนของวงจรทรัพยากรบุคคล ตั้งแต่การสรรหา การบรรจุ การเลื่อนขั้น ไปจนถึงการให้รางวัลหรือการลงโทษ พื้นฐานการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ — ระบบคุณธรรม vs ระบบอุปถัมภ์ — การเปรียบเทียบระหว่างระบบคุณธรรมและระบบอุปถัมภ์เป็นหนึ่งในประเด็นที่ออกสอบบ่อยที่สุดในวิชานี้ เพราะสะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้างที่ระบบราชการไทยต้องเผชิญมาโดยตลอด (มักออกสอบ) ระบบอุปถัมภ์ (Spoil System หรือ Patronage System) คือระบบที่การได้รับตําแหน่งราชการและความก้าวหน้าในงานขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ส่วนตัว ความจงรักภักดีต่อผู้มีอํานาจ หรือสังกัดพรรคการเมืองที่ชนะการเลือกตั้ง พื้นฐานการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ — หลักธรรมาภิบาลในการบริหารทรัพยากรบุคคล — ธรรมาภิบาล (Good Governance) ในบริบทของการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐหมายถึงการบริหารจัดการบุคลากรด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส มีความรับผิดชอบ และคํานึงถึงประโยชน์สาธารณะเป็นสําคัญ ระเบียบสํานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการสร้างระบบบริหารกิจการบ้านเมืองและสังคมที่ดีได้กําหนดหลักธรรมาภิบาลไว้ 6

พื้นฐานการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ — กรอบแนวคิด HR Value Chain ในภาครัฐ — แนวคิด HR Value Chain หรือห่วงโซ่คุณค่าของทรัพยากรบุคคล เป็นกรอบที่ช่วยให้เห็นภาพรวมว่ากิจกรรมด้านทรัพยากรบุคคลแต่ละอย่างเชื่อมโยงกันอย่างไร และสร้างคุณค่าให้กับองค์กรและผู้รับบริการในที่สุดได้อย่างไร พื้นฐานการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐ — ปิดท้ายบท — บทนี้ได้วางรากฐานความเข้าใจเกี่ยวกับระบบการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐในมิติต่าง ๆ ตั้งแต่นิยามและความสําคัญ พัฒนาการทางประวัติศาสตร์ หลักการระบบคุณธรรมซึ่งเป็นแกนกลางของระบบราชการสมัยใหม่ โครงสร้างและประเภทข้าราชการไทย บทบาทของ ก.พ. ในฐานะองค์กรกลาง ไปจนถึงหลักธรรมาภิบาลและกรอบ HR Value Chain ความเข้าใจเมื่อนำองค์ประกอบมาพิจารณาร่วมกันนี้มีความสําคัญอย่างยิ่ง เพราะเนื้อหาในบทต่อ ๆ กระบวนการสรรหา บรรจุ แต่งตั้ง และการประเมินผลการปฏิบัติราชการ — การวางแผนอัตรากําลัง (Workforce Planning) — การวางแผนอัตรากําลังคือกระบวนการที่ส่วนราชการวิเคราะห์และกําหนดจํานวนบุคลากรที่จําเป็นต้องใช้ในการปฏิบัติภารกิจขององค์กร

ทั้งในปัจจุบันและอนาคต โดยพิจารณาให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน งบประมาณที่ได้รับจัดสรร และทิศทางนโยบายของรัฐบาล กระบวนการนี้ไม่ใช่เพียงการนับจํานวนคน กระบวนการสรรหา บรรจุ แต่งตั้ง และการประเมินผลการปฏิบัติราชการ › กระบวนการสรรหาและคัดเลือก (Recruitment & Selection) ภาครัฐ — หลักการและแนวคิด — การสรรหาและคัดเลือกในภาครัฐยึดหลักระบบคุณธรรม (Merit System) เป็นแกนกลาง ซึ่งหมายความว่าการรับบุคคลเข้ารับราชการต้องพิจารณาจากความรู้ความสามารถและความเหมาะสมของบุคคล ไม่ใช่การอุปถัมภ์ การนําคนเข้าสู่องค์กรจึงสิ้นสุดมิใช่เมื่อออกคําสั่งแต่งตั้ง แต่เมื่อบุคคลเข้าใจบทบาท ได้รับเครื่องมือและสิทธิการเข้าถึงที่เหมาะสม มีผู้สนับสนุนในช่วงเริ่มงาน และสามารถแสดงสมรรถนะตามมาตรฐานได้ การปฐมนิเทศที่ดีเชื่อมข้อมูลจากการคัดเลือกไปยังเป้าหมายและแผนพัฒนาระยะแรกโดยไม่ตีตราจากความประทับใจเดิม

  1. 1อ่านภารกิจและปริมาณงาน
  2. 2วิเคราะห์กำลังคนและช่องว่าง
  3. 3กำหนดงานกับสมรรถนะ
  4. 4สร้างกลุ่มผู้สมัคร
  5. 5ประเมินด้วยเกณฑ์ล่วงหน้า
  6. 6แต่งตั้งและจัดวาง
  7. 7ปฐมนิเทศและติดตามช่วงเริ่มงาน
อ่านสรุปฉบับเต็มทุกหัวข้อ
สมาชิก PRO ระบบจะจำหัวข้อที่อ่านค้างไว้ให้ด้วย
PRO 99 บาท/เดือน
เนื้อหาฉบับเต็มต้นฉบับจาก knowledge.ocsc.go.thเปิดต้นฉบับ

เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต