สารบัญ6 หัวข้อหลัก
- 1.บทที่ 1 จากกรอบระดับชาติสู่ผลสัมฤทธิ์ของกระทรวงศึกษาธิการ
- 2.บทที่ 2 สถาปัตยกรรมเป้าประสงค์แปดด้านและประเด็นยุทธศาสตร์หกด้าน
- 3.บทที่ 3 ความมั่นคง กำลังคน และนวัตกรรมในโลกที่เปลี่ยนเร็ว
- 4.บทที่ 4 ผู้เรียน ครู แหล่งเรียนรู้ และงานวิจัยในระบบพัฒนาตลอดชีวิต
- 5.บทที่ 5 หลักประกันการเข้าถึงและการเรียนรู้ที่รับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม
- 6.บทที่ 6 ระบบบริหารทันสมัย ธรรมาภิบาล และการนำแผนไปวัดผล
บทที่ 1 จากกรอบระดับชาติสู่ผลสัมฤทธิ์ของกระทรวงศึกษาธิการ
แผนปฏิบัติราชการ ระยะ 5 ปี พ.ศ. 2566–2570 ของกระทรวงศึกษาธิการเป็นกรอบแปลงทิศทางระดับชาติให้เป็นผลที่กระทรวงและหน่วยงานในสังกัดต้องร่วมสร้าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเห็นชอบแผนเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ. 2565 ก่อนนำสาระไปใช้กำหนดแผนปฏิบัติราชการและคำของบประมาณในช่วงเวลาเป้าหมาย แผนชนิดนี้จึงอยู่ระหว่างนโยบายระยะยาวกับการลงมือทำรายปี ทำหน้าที่กำหนดผลสัมฤทธิ์ เป้าประสงค์ ประเด็นยุทธศาสตร์ ตัวชี้วัด และเจ้าภาพให้เชื่อมกัน การอ่านต้องแยกให้ชัดว่าผลสัมฤทธิ์คือประโยชน์ปลายทาง เป้าประสงค์คือสภาพที่กระทรวงต้องทำให้เกิด ประเด็นยุทธศาสตร์คือทิศทางดำเนินงาน และตัวชี้วัดคือหลักฐาน ไม่ใช่หัวข้อสี่ชุดที่นำมาเรียงโดยไม่เห็นเหตุผลระหว่างกัน
ความจำเป็นของแผนมาจากโลกการเรียนรู้และการทำงานเปลี่ยนเร็ว ผู้เรียนต้องมีพื้นฐานที่เข้มแข็งพร้อมทักษะดิจิทัล การคิด การสื่อสาร อาชีพ และความสามารถเรียนรู้ใหม่ กำลังคนต้องสอดคล้องอุตสาหกรรมกับบริการที่ประเทศต้องการ ขณะเดียวกันเด็กตกหล่น ผู้พิการ คนในพื้นที่พิเศษ และประชาชนนอกวัยเรียนยังต้องเข้าถึงบริการที่เหมาะกับตน ระบบการศึกษาจึงต้องทำสามเรื่องพร้อมกัน คือเพิ่มคุณภาพ ปรับความสอดคล้อง และลดความเหลื่อมล้ำ หากมุ่งคะแนนเฉลี่ยโดยไม่ติดตามคนหลุด ระบบอาจดูดีขึ้นแต่ไม่ทั่วถึง หากขยายการเข้าถึงโดยไม่มีครู หลักสูตร หรือสื่อคุณภาพ การมีที่เรียนก็ไม่เปลี่ยนศักยภาพ และหากผลิตคนตามจำนวนที่กำหนดโดยไม่เชื่อมตลาดงาน ผู้สำเร็จอาจยังไม่มีงานหรือทำงานต่ำกว่าความสามารถ
ผลสัมฤทธิ์แรกมุ่งให้ผู้เรียนได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ มีทักษะการเรียนรู้และทักษะที่จำเป็นในโลกยุคใหม่ เข้าถึงการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต และได้รับการพัฒนาตามพหุปัญญา ตัวชี้วัดอย่างอันดับความสามารถแข่งขันด้านการศึกษา คะแนน PISA หรือหลักสูตรอาชีพสะท้อนคนละมิติ จึงต้องอ่านร่วมกับคุณภาพสถานศึกษาและเส้นทางของผู้เรียน คะแนนเป็นหลักฐานบางส่วนของความรู้กับการประยุกต์ ส่วนพหุปัญญาหมายถึงระบบเห็นความสามารถที่หลากหลายและเปิดเส้นทางพัฒนา ไม่บังคับให้ความสำเร็จมีแบบเดียว การเรียนรู้ตลอดชีวิตทำให้บริการต้องเชื่อมตั้งแต่ปฐมวัย โรงเรียน อาชีวศึกษา ไปถึงวัยแรงงานและประชาชนที่กลับมาเรียนรู้ใหม่
ผลสัมฤทธิ์ที่สองมุ่งให้กำลังคนมีสมรรถนะสอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานและประเทศ หลักฐานจึงมองการมีงานทำหรือประกอบอาชีพ ความพึงพอใจของนายจ้างหรือผู้ประกอบการ และสัดส่วนผู้เรียนที่ได้รับการศึกษาเชิงบูรณาการกับการทำงาน การมีงานภายในช่วงเวลาหนึ่งบอกการเปลี่ยนผ่าน แต่ต้องพิจารณาคุณภาพงาน ความตรงสาขา และความสามารถก้าวหน้าด้วย ความพึงพอใจนายจ้างช่วยสะท้อนสมรรถนะ แต่ไม่ควรทำให้หลักสูตรไล่ตามความต้องการระยะสั้นเพียงอย่างเดียว ระบบต้องสร้างพื้นฐานให้คนปรับตัวเมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยน และทำให้สถานศึกษา สถานประกอบการ สมาคมวิชาชีพ กับหน่วยงานแรงงานใช้ข้อมูลและร่วมออกแบบประสบการณ์จริง
ผลสัมฤทธิ์ที่สามมุ่งให้ประชาชนกลุ่มเป้าหมายได้รับบริการทางการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ด้วยรูปแบบกับวิธีที่เหมาะสม ตัวชี้วัดด้านประชากรนอกระบบวัยเรียนและอัตราเข้าเรียนตามระดับช่วยค้นช่องว่าง แต่การเข้าถึงไม่จบที่การสมัครหรือมีชื่อในระบบ ต้องดูการคงอยู่ การเรียนรู้ ความปลอดภัย การเปลี่ยนผ่าน และผลหลังจบด้วย ทั้งสามผลสัมฤทธิ์จึงเสริมกัน คุณภาพทำให้โอกาสมีคุณค่า กำลังคนทำให้การเรียนเชื่อมชีวิตกับประเทศ และความทั่วถึงทำให้ประโยชน์ไม่จำกัดอยู่กับคนที่พร้อมกว่า แผนห้าปีมีหน้าที่ทำให้การตัดสินใจเรื่องหลักสูตร ครู งบ เทคโนโลยี วิจัย และระบบบริหารย้อนกลับมารับผิดชอบผลสามด้านนี้
บทที่ 2 สถาปัตยกรรมเป้าประสงค์แปดด้านและประเด็นยุทธศาสตร์หกด้าน
เป้าประสงค์แปดด้านเป็นหน้าตัดของผลที่กระทรวงต้องทำให้เกิดกับผู้เรียน ครู สถานศึกษา ประชาชน และระบบ ด้านแรกให้ผู้เรียนมีความรู้ ค่านิยม และภูมิคุ้มกันต่อภัยคุกคามรูปแบบใหม่ ด้านที่สองให้ผู้เรียนกับประชาชนมีทักษะและสมรรถนะวิชาชีพตามตลาดแรงงาน ด้านที่สามมุ่งคุณภาพตามมาตรฐาน ทักษะโลกยุคใหม่ พหุปัญญา และการเรียนรู้ตลอดชีวิต สามด้านแรกจึงเริ่มจากความปลอดภัยและความเป็นพลเมือง เชื่อมสู่ความสามารถประกอบอาชีพ แล้วขยายเป็นคุณภาพชีวิตกับการเรียนรู้ต่อเนื่อง ตัวชี้วัดต้องเลือกให้ตรงระดับผล การจัดกิจกรรมเป็นสิ่งที่ทำ แต่ภูมิคุ้มกัน ทักษะ และพฤติกรรมเป็นความเปลี่ยนแปลงของคนซึ่งต้องมีหลักฐานมากกว่าจำนวนผู้เข้าร่วม
เป้าประสงค์ด้านที่สี่ให้ครูและบุคลากรได้รับการพัฒนาตามมาตรฐานวิชาชีพ มีความก้าวหน้าและคุณภาพชีวิตที่ดี ด้านที่ห้าให้ผลงานวิจัย องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และสิ่งประดิษฐ์ถูกนำไปใช้เพื่อการศึกษา สังคม หรือมูลค่าทางเศรษฐกิจ สองด้านนี้เป็นกำลังสนับสนุนคุณภาพผู้เรียน ครูที่มีภาษาอังกฤษตามกรอบ CEFR หรือได้รับการพัฒนา Active Learning ต้องนำสมรรถนะไปปรับการเรียนรู้จริง มิใช่สำเร็จที่ใบรับรอง งานวิจัยที่นับเป็นผลควรมีผู้ใช้ บริบทการใช้ และประโยชน์ที่ตรวจได้ ไม่ใช่นับชื่อผลงานเพียงอย่างเดียว การพัฒนาครูและวิจัยจึงต้องเริ่มจากปัญหาในห้องเรียน พื้นที่ หรือระบบ แล้วติดตามการเปลี่ยนแปลงหลังนำความรู้ไปใช้
เป้าประสงค์ด้านที่หกสร้างหลักประกันให้ประชาชนเข้าถึงการศึกษาและการเรียนรู้ตลอดชีวิตอย่างทั่วถึง เสมอภาค และเหมาะสม ครอบคลุมผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ผู้เรียนการศึกษานอกระบบ ผู้รับเงินอุดหนุน และเด็กตกหล่นที่กลับสู่ระบบ ด้านที่เจ็ดให้ผู้เรียนมีความรู้ ความตระหนัก และพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนด้านที่แปดให้ระบบบริหารการศึกษามีประสิทธิภาพและทันสมัยผ่านความโปร่งใส แพลตฟอร์มการศึกษา Big Data for Education องค์กรดิจิทัล และกฎหมายที่ได้รับการปรับปรุง สามด้านท้ายทำให้ระบบไม่มองเฉพาะเด็กที่อยู่ในห้องเรียนปกติ แต่รับผิดชอบคนที่หลุดออกไป ผลต่อสิ่งแวดล้อม และเงื่อนไขบริหารซึ่งกำหนดว่าทรัพยากรจะถึงผู้เรียนหรือไม่
ประเด็นยุทธศาสตร์หกด้านเป็นเส้นทางจัดงาน ได้แก่ ความมั่นคง กำลังคนกับการแข่งขัน ศักยภาพคนทุกช่วงวัยและสังคมแห่งการเรียนรู้ โอกาสกับความเสมอภาค คุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และระบบบริหารที่ทันสมัยมีธรรมาภิบาล หนึ่งเป้าประสงค์อาจรับแรงหนุนจากหลายประเด็น เช่น เด็กตกหล่นกลับสู่ระบบต้องอาศัยประเด็นโอกาสเป็นแกน แต่ยังต้องใช้ฐานข้อมูลจากระบบบริหาร ครูและรูปแบบเรียนจากการพัฒนาคน และความปลอดภัยจากประเด็นความมั่นคง การเชื่อมหลายด้านไม่ควรทำให้เจ้าภาพเลือนหาย แผนงานต้องกำหนดผลหลัก ผู้รับผิดชอบ จุดส่งต่อ และตัวชี้วัดร่วม มิใช่อ้างว่าตอบทุกยุทธศาสตร์แล้ววัดผลไม่ได้สักด้าน
ตรรกะของแผนจึงเดินจากปัญหาไปสู่ผลสัมฤทธิ์ เลือกเป้าประสงค์ที่ต้องเปลี่ยน ใช้ประเด็นยุทธศาสตร์ออกแบบมาตรการ แล้วกำหนดตัวชี้วัดกับค่าเป้าหมายเพื่อควบคุมทิศทาง ตัวชี้วัดระดับประเทศอย่าง IMD หรือ PISA มีปัจจัยร่วมจำนวนมาก เหมาะใช้ดูทิศทางแต่ไม่ควรอ้างว่าโครงการเดียวเป็นสาเหตุทั้งหมด ตัวชี้วัดระดับโครงการต้องอยู่ใกล้อำนาจของผู้ดำเนินงาน เช่น คุณภาพหลักสูตร การใช้ทักษะ การกลับเข้าสู่ระบบ หรือระยะเวลาบริการ จากนั้นจึงเชื่อมผลระดับหน่วยงานขึ้นสู่เป้าประสงค์และผลสัมฤทธิ์ การรักษาเส้นทางนี้ช่วยให้คำของบ รายงานความก้าวหน้า และการปรับแผนพูดถึงความเปลี่ยนแปลงเดียวกัน ไม่จบที่รายการกิจกรรมซึ่งแต่ละหน่วยนับต่างกัน
| ประเด็นยุทธศาสตร์ | ผลหลักที่มุ่งเปลี่ยน | กลไกที่ต้องเชื่อม |
|---|---|---|
| ความมั่นคงของสังคมและประเทศ | ความรู้ ค่านิยม ภูมิคุ้มกัน และความพร้อมต่อภัยใหม่ | หลักสูตร ความปลอดภัย พื้นที่พิเศษ ครอบครัว และเครือข่ายช่วยเหลือ |
| กำลังคนและขีดความสามารถแข่งขัน | ทักษะอาชีพ สมรรถนะ การมีงานทำ และความพึงพอใจผู้ใช้กำลังคน | ข้อมูลตลาดงาน หลักสูตร สถานประกอบการ วิจัย และคุณวุฒิวิชาชีพ |
| ศักยภาพคนและสังคมแห่งการเรียนรู้ | คุณภาพผู้เรียน พหุปัญญา และการเรียนรู้ตลอดชีวิต | ปฐมวัย ครู สื่อ แหล่งเรียนรู้ การวัดผล และช่องทางหลากหลาย |
| โอกาสและความเสมอภาค | คนทุกกลุ่มเข้าถึง คงอยู่ เรียนสำเร็จ และเปลี่ยนผ่านได้ | ข้อมูลรายบุคคล เงินอุดหนุน บริการเฉพาะ และการติดตามเด็กตกหล่น |
| คุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม | ความรู้ ความตระหนัก และพฤติกรรมรับผิดชอบต่อธรรมชาติ | หลักสูตร กิจกรรมสถานศึกษา ชุมชน และหลักฐานผลทางสิ่งแวดล้อม |
| ระบบบริหารทันสมัยมีธรรมาภิบาล | บริการและทรัพยากรมีประสิทธิภาพ โปร่งใส เชื่อมโยง และปรับตัวได้ | ITA แพลตฟอร์ม Big Data องค์กรดิจิทัล กฎหมาย และการติดตามผล |
เนื้อหาสรุปนี้จัดทำขึ้นเพื่อการศึกษาส่วนบุคคล ห้ามคัดลอก ทำซ้ำ หรือนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต